การพัฒนาศักยภาพร้านขายยาในจังหวัดนครพนม ด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ
คำสำคัญ:
ร้านยาคุณภาพ, ร้านขายยา, การพัฒนาศักยภาพ, มาตรฐานร้านยา, วิจัยเชิงปฏิบัติการบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาศักยภาพร้านขายยาในจังหวัดนครพนม ด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ และ 2) ศึกษาผลของการพัฒนาศักยภาพร้านขายยาในจังหวัดนครพนมด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มตัวอย่างเป็นร้านขายยาแผนปัจจุบันในจังหวัดนครพนมที่มีเภสัชกรปฏิบัติงานตลอดเวลาทำการ จำนวน 26 ร้าน คัดเลือกแบบเจาะจง ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart จำนวน 2 วงรอบ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกตผล และการสะท้อนผล เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินมาตรฐานร้านยาคุณภาพ แบบประเมินงานคุณภาพ และแบบสัมภาษณ์เชิงลึกตามกรอบองค์ประกอบระบบสุขภาพ 6 ด้าน (WHO Six Building Blocks) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการพัฒนาศักยภาพ ร้านขายยามีคะแนนการประเมินตามมาตรฐานร้านยาคุณภาพสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยคะแนนเฉลี่ยรวมเพิ่มขึ้นจาก 3.41 ± 0.39 เป็น 4.43 ± 0.27 และมีการพัฒนาในทุกด้าน ได้แก่ สถานที่และอุปกรณ์ บุคลากร การจัดการยา การบริบาลทางเภสัชกรรม และระบบคุณภาพ โดยด้านที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือการบริบาลทางเภสัชกรรมและระบบคุณภาพ ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพพบว่า ร้านขายยามีการพัฒนาในทุกองค์ประกอบของระบบสุขภาพตามกรอบ WHO Six Building Blocks ได้แก่ การให้บริการสุขภาพ บุคลากรสุขภาพ ระบบข้อมูลสุขภาพ การเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ระบบการเงิน และภาวะผู้นำและธรรมาภิบาล โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของเจ้าของกิจการ การสนับสนุนจากเภสัชกรพี่เลี้ยง การนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายร้านขายยา
สรุปได้ว่า กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วมกับการอบรม การนิเทศติดตาม และระบบพี่เลี้ยง สามารถพัฒนาศักยภาพร้านขายยาและยกระดับความพร้อมสู่การรับรองมาตรฐานร้านยาคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization, & International Pharmaceutical Federation. (2011). Joint FIP/WHO guidelines on good pharmacy practice: Standards for quality of pharmacy services. WHO.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. (2565). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. กระทรวงสาธารณสุข.
กระทรวงสาธารณสุข. (2563). แนวทางวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชนสำหรับร้านยา. กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2565). คู่มือการดำเนินงานตามมาตรฐานวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (GPP). กระทรวงสาธารณสุข.
กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข. (2568). ข้อมูลร้านขายยาแผนปัจจุบัน. สสจ.นครพนม
สภาเภสัชกรรม. (2566). มาตรฐานร้านยาคุณภาพและแนวทางการประเมิน. สภาเภสัชกรรม.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.
Stringer, E. T. (2014). Action research (4th ed.). Sage.
Coghlan, D., & Brannick, T. (2014). Doing action research in your own organization (4th ed.). Sage.
Anderson, C., Zhan, K., & Boyd, M. (2019). Development of community pharmacist competencies through mentoring and continuing professional development. Research in Social and Administrative Pharmacy, 15(8), 987–994.
Mossialos, E., Courtin, E., & Naci, H. (2015). From retailers to health care providers: Transforming the role of community pharmacists. Health Policy, 119(5), 628–639.
World Health Organization. (2010).Monitoring the building blocks of health systems: A handbook of indicators and their measurement strategies. WHO.
Denis, J. L., Langley, A., & Sergi, V. (2012). Leadership in the plural. Academy of Management Annals, 6(1), 211–283.

