การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านการแพทย์แผนไทยสำหรับประชาชน จังหวัดพัทลุง

ผู้แต่ง

  • พินิจสินธุ์ เพชรมณี เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง
  • เด่นดัง จำเริญ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีบรรพต

คำสำคัญ:

ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, การแพทย์แผนไทย, พฤติกรรมการใช้อย่างปลอดภัย, การวิจัยและพัฒนา, อาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน

บทคัดย่อ

     การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความรอบรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและพฤติกรรมการใช้อย่างปลอดภัย พัฒนารูปแบบ ประเมินประสิทธิผล และศึกษาผลการขยายรูปแบบในจังหวัดพัทลุง ดำเนินการระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ตัวแทนครัวเรือน 8,950 คน และบุคลากรระดับอำเภอ 22 คน เครื่องมือเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามและแบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์เพียร์สัน การถดถอยพหุคูณ การทดสอบที การวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม และการวิเคราะห์เนื้อหา

     ผลการศึกษาพบว่า ตัวแทนครัวเรือนมีคะแนนความรอบรู้ด้านการแพทย์แผนไทยโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 114.87 คะแนน (SD = 27.84) เป็น 148.58 คะแนน (SD = 22.57) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 33.71 คะแนน (95% CI: 33.25–34.17) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=143.78, p<.001) และมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้ง 4 ด้าน คะแนนพฤติกรรมการใช้การแพทย์แผนไทยอย่างปลอดภัยเพิ่มขึ้นจาก 2.94 คะแนน (SD = 0.78) เป็น 3.49 คะแนน (SD = 0.69) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.55 คะแนน (95% CI:0.54–0.57) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=75.02, p<.001) ก่อนดำเนินงาน ตัวแทนครัวเรือนมีความรอบรู้ระดับสูงร้อยละ 15.88 ภายหลังดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 60.64 ขณะที่กลุ่มระดับต่ำลดลงจากร้อยละ 28.23 เหลือร้อยละ 1.85 สำหรับพฤติกรรมการใช้อย่างปลอดภัย ผู้ที่มีพฤติกรรมระดับเหมาะสมถึงเหมาะสมมากเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 27.69 เป็นร้อยละ 55.75 นอกจากนี้ยังพบว่า การได้รับสื่อ การเข้าร่วมกิจกรรม และการเยี่ยมบ้านมีความครอบคลุมสูงในทุกพื้นที่ โดยมีสัดส่วนอยู่ระหว่างร้อยละ 90.84–99.84 ส่วนการใช้ช่องทางออนไลน์และบริการให้คำปรึกษามีความแตกต่างกันตามบริบทและความพร้อมของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ด้านความปลอดภัย พบผู้มีความเสี่ยงอย่างน้อย 1 ประเด็นจำนวน 1,303 คน คิดเป็นร้อยละ 14.56 และมีผู้จำเป็นต้องส่งต่อจำนวน 463 คน คิดเป็นร้อยละ 5.17 ในจำนวนนี้ส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการสำเร็จ 429 คน คิดเป็นร้อยละ 92.66

เอกสารอ้างอิง

พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556. ราชกิจจานุเบกษา. 2556;130(ตอนที่ 10 ก):1-19.

พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา. 2562;136(ตอนที่ 56 ก):121-164.

พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542. ราชกิจจานุเบกษา. 2542;116(ตอนที่ 120ก):49-69.

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. คู่มือการใช้ยาสมุนไพรในเวชปฏิบัติ. นนทบุรี: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก; 2568.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. รู้ให้จริง เลือกให้เป็น อย.ชวนคนไทยใช้สมุนไพรอย่างมั่นใจ สุขภาพดี ไร้โรค[อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 25 ก.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก:https://www.fda.moph.go.th/news/1810

World Health Organization. Global traditional medicine strategy 2025-2034. Geneva: World Health Organization; 2025.

ณัชชา พัฒนะนุกิจ, กนกรัตน์ ยศไกร, รัชนี จันทร์เกษ, วัชราภรณ์ นิลเพ็ชร์, พรเพ็ญ ชวลิตธาดา. การสื่อสารสุขภาพเพื่อพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และสมุนไพรบนสื่อออนไลน์ในประเทศไทย.วารสารจันทรเกษมสาร. 2565;28(2):301-315.

กิ่งแก้ว มาพงษ์, ปรียาภรณ์ ตารุพิน, ปิยธิดา สีทา. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ยาสมุนไพรชนิดรับประทานของผู้สูงอายุในตำบลขามขวาง อำเภอวารินชาราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสาธารณสุขศาสตร์. 2567;16(3):139-150.

Dehghan M, Mohebi Rad M, Ahmadi Lari L, Ghorbani-nejad B, Mohebi-Rad M. The relationship between use of complementary and alternative medicine and health literacy in chronically ill outpatient cases:a cross-sectional study in southeastern Iran. Front Public Health. 2023;11:988388.

doi:10.3389/fpubh.2023.988388.

Mohammadi S, Asghari G, Emami-Naini A, Mansourian M, Badri S. Herbal supplement use and herb-drug interactions among patients with kidney disease. J Res Pharm Pract. 2020;9(2):61-67.doi:10.4103/jrpp.JRPP_20_30.

Kerdpon D, Sriplung H. Factors related to delay in diagnosis of oral squamous cell carcinoma in southern Thailand. Oral Oncol. 2001;37(2):127-131.

Davis GE, Bryson CL, Yueh B, McDonell MB, Micek MA, Fihn SD. Treatment delay associated with alternative medicine use among veterans with head and neck cancer. Head Neck. 2006;28(10):926-931. doi:10.1002/hed.20420.

Mohd Mujar NM, Dahlui M, Emran NA, Abdul Hadi I, Wai YY, Arulanantham S, et al. Complementary and alternative medicine use and delays in presentation and diagnosis of breast cancer patients in public hospitals in Malaysia. PLoS One. 2017;12(4):e0176394.doi:10.1371/journal.pone.0176394.

Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int. 2000;15(3):259-267.doi:10.1093/heapro/15.3.259.

Sørensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, et al. Health literacy and public health: a systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health.2012;12:80.doi:10.1186/1471-2458-12-80.

World Health Organization. Health literacy development for the prevention and control of noncommunicable diseases: volume 1. Overview. Geneva: World Health Organization; 2022.

Shreffler-Grant J, Nichols EG, Weinert C. Community-based skill building intervention to enhance health literacy among older rural adults. West J Nurs Res. 2021;43(7):668-676.doi:10.1177/0193945920958014.

Weinert C, Nichols E, Shreffler-Grant J. A complementary and alternative medicine health literacy skillbuilding programme. Health Educ J. 2021;80(3):327-336. doi:10.1177/0017896920974060.

ปริญา ถมอุดทา, อดิศักดิ์ ถมอุดทา. ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้และพฤติกรรมด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนบ้านหนองหิน อำเภอเมืองมหาสารคาม โดยเครือข่ายบ้าน วัด โรงเรียน โรงพยาบาล. วารสารอาหารและยา.2564;28(3):69-86.

พรพรรณ มนสัจจกุล, ศุภรดา ชุมพาลี, ถนอม มงคลผิวทอง. รูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนห้วยโรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิจัยการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2566;15(1):82-93.

Talevski J, Wong Shee A, Rasmussen B, Kemp G, Beauchamp A. Teach-back: a systematic review of implementation and impacts. PLoS One. 2020;15(4):e0231350. doi:10.1371/journal.pone.0231350.

กระทรวงสาธารณสุข. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี:กระทรวงสาธารณสุข; [เข้าถึงเมื่อ 25 ก.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก:https://hdcservice.moph.go.th/hdc/main/index.php

กุสุมาลย์ น้อยผา, วิทวัส หมาดอี, ปิยะนุช สุวรรณรัตน์. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองด้วยการแพทย์แผนไทยของประชาชน อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต. 2562;7(1):59-68.

สมเกียรติยศ วรเดช, ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์, เรณู สะแหละ, ยุวดี กองมี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการใช้สมุนไพรในการดูแลตนเองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง. วารสารวิชาการสาธารณสุข.2558;24(1):50-59.

กุสุมาลย์ น้อยผา. ความพึงพอใจของมารดาหลังคลอดต่อการบริบาลมารดาหลังคลอดด้วยผดุงครรภ์แผนไทยในชุมชนป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง. วารสารหมอยาไทยวิจัย.2562;5(1):35-50.

O’Cathain A, Croot L, Duncan E, Rousseau N, Sworn K, Turner KM, et al. Guidance on how to develop complex interventions to improve health and healthcare. BMJ Open. 2019;9:e029954.doi:10.1136/bmjopen-2019-029954.

Skivington K, Matthews L, Simpson SA, Craig P, Baird J, Blazeby JM, et al. A new framework for developing and evaluating complex interventions: update of Medical Research Council guidance. BMJ.2021;374:n2061. doi:10.1136/bmj.n2061.

Moore GF, Audrey S, Barker M, Bond L, Bonell C, Hardeman W, et al. Process evaluation of complex interventions: Medical Research Council guidance. BMJ. 2015;350:h1258. doi:10.1136/bmj.h1258.

Glasgow RE, Vogt TM, Boles SM. Evaluating the public health impact of health promotion interventions:the RE-AIM framework. Am J Public Health. 1999;89(9):1322-1327. doi:10.2105/AJPH.89.9.1322.

Proctor E, Silmere H, Raghavan R, Hovmand P, Aarons G, Bunger A, et al. Outcomes for implementation research: conceptual distinctions, measurement challenges, and research agenda. Adm Policy Ment Health. 2011;38(2):65-76. doi:10.1007/s10488-010-0319-7.

เปมิกา บุญไทย, ปัทมา สุพรรณกุล, อนุสรา สีหนาท. ปัจจัยพยากรณ์ความรอบรู้ทางสุขภาพในการดูแลตนเองด้านการแพทย์แผนไทยของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก. วารสารสถาบันบำราศนราดูร. 2567;18(2):103-112. doi:10.14456/jbidi.2024.10.

กฤติกา นันทประเสริฐ.ผลการส่งเสริมความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนต้นแบบชุมชนปากตะโก จังหวัดชุมพร. วารสารการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ. 2568;5(1):121-135.

บุญชัย ภาละกาล, ไขนภา มิ่งชัย, อรนิตย์ จันทะเสน. ประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลต่อความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน.วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2567;42(2):e270927.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

เพชรมณี พ., & จำเริญ เ. (2026). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านการแพทย์แผนไทยสำหรับประชาชน จังหวัดพัทลุง. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(2), 1843–1857. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/298624