การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสุขภาพชุมชนเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เสี่ยงสูง จังหวัดสกลนคร
คำสำคัญ:
การพัฒนาศักยภาพ, เครือข่ายสุขภาพชุมชน, โรคไข้เลือดออกบทคัดย่อ
การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสุขภาพชุมชนในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เสี่ยงสูง โดยประยุกต์ใช้เทคนิค AIC ในกระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วมในกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย 1) กลุ่มตัวอย่างเครือข่ายสุขภาพชุมชน ได้แก่ ผู้นำชุมชน, อสม., ผู้แทน อปท., ครู และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มแบบเจาะจง จำนวน 136 คน 2) ประชาชนที่เป็นตัวแทนหลังคาเรือน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มอย่างง่าย จำนวน 440 คน ดำเนินการในพื้นที่่ตำบลเสี่ยงสูงอันดับหนึ่งของแต่่ละอำเภอ ได้้แก่่ 1) ต.หนองปลิง อ.นิคมน้ำอูน 2) ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน 3) ต.บึงทวาย อ.เต่างอย และ 4) ต.กุดบาก อ.กุดบาก ทำศึกษาวิจัยระหว่างเดือน ธันวาคม 2568 ถึง เมษายน 2569 ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานได้แก่ Paired sample t-test
ผลการพัฒนาพบว่า เครือข่ายสุขภาพชุมชน มีระดับความรู้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 16.42 คะแนน (S.D. = 1.88) ก่อนการพัฒนา เป็น 18.47 คะแนน (S.D. = 1.55) หลังการพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p-value < 0.001) มีระดับการปฏิบัติเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 23.80 คะแนน (S.D. = 2.58) ก่อนการพัฒนา เป็น 28.82 คะแนน (S.D. = 1.66) หลังการพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p-value < 0.001) มีระดับ การมีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น ก่อนการพัฒนา คะแนนเฉลี่ย 47.53 (S.D. = 3.70) เป็นคะแนนเฉลี่ย 57.10 (S.D. = 3.65) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p-value < 0.001) และประชาชนที่เป็นตัวแทนหลังคาเรือน มีระดับความรู้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 16.11 คะแนน (S.D. = 2.08) ก่อนการพัฒนา เป็น 17.73 คะแนน (S.D. = 2.03) หลังการพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p-value < 0.001) มีระดับการปฏิบัติเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 24.75 คะแนน (S.D. = 2.14) ก่อนการพัฒนา เป็น 28.46 คะแนน (S.D. = 1.95) หลังการพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p-value < 0.001)
เอกสารอ้างอิง
คณะอนุกรรมการปรับปรุงแนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคไข้เลือดออก.(2567). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคไข้เลือดออกในเด็กและผู้ใหญ่ ฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ. 2567. นนทบุรี: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย; 2567.
World Health Organization.(2024). Dengue and severe dengue [Internet]. 2024 [cited 2024 Dec 7]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/dengue-and-severe- dengue
กรมควบคุมโรค.(2568). รายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออก [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 21 มิ.ย. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hfocus.org/content/2025/06/34359?utm_source=chatgpt.com
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร.(2568). รายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ปี 2567. สกลนคร: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร; 2568.
ฉัตรวิไล ลีสาวงษ์.(2563). การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะระดับพื้นที่แบบมีส่วนร่วมเพื่อควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี [วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2563.
Likert R.(1932). A technique for the measurement of attitudes. Arch Psychol. 1932;140:1-55.
พิสณุ ฟองศรี.(2557). การสร้างและพัฒนาเครื่องมือวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: บริษัทด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด; 2557.
ยุทธ ไกยวรรณ์.(2560). หลักสถิติวิจัยและการใช้โปรแกรม SPSS. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2560.
ประสิทธิ์ มณีโสม.(2567). การพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกโดยใช้กระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม (AIC) ในอำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิชาการโรงพยาบาลหนองคาย [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 4 ส.ค. 2568];7(2):1-15. (หรือระบุเลขปีที่/ฉบับที่ตามจริง). เข้าถึงได้จาก: https://nkhospital.moph.go.th/doc/journal/20241127061033.pdf
ทองบน เนาว์แก้ว.(2562). การพัฒนาและประเมินผลรูปแบบการป้องกันโรคไข้เลือดออกของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว (กสค.) โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการบริหารจัดการ POCCC. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2562;7(2):1-15.
กานต์ญาณี เกียรติพนมแพ, บุญเทียน อาสารินทร์, สุภาภรณ์ โคตรมณี.(2566). การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการตลาดเชิงสังคมร่วมกับแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพในการป้องกันแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออก พื้นที่เสี่ยงสูง เขตสุขภาพที่ 8. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น. 2566;30(1):1-12.

