การศึกษาแนวทางการพัฒนาเครื่องดื่มสมุนไพรบำรุงน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอด
คำสำคัญ:
เครื่องดื่ม, สมุนไพร, บำรุงน้ำนม, แม่หลังคลอดบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์ คือ 1) ศึกษาสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงน้ำนม 2) พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเครื่องดื่มสมุนไพรบำรุงน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอด 3) ประเมินผลความพึงพอใจของผลิตภัณฑ์ต้นแบบเครื่องดื่มสมุนไพรบำรุงน้ำนม กลุ่มตัวอย่างมี จำนวน 20 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ได้แก่ อาจารย์แพทย์แผนไทยที่มีประสบการณ์ในการให้บริการรักษาโรคและมีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพร การผลิตยาและผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพมาอย่างน้อย 3 ปี จำนวน 10 คน และ อาจารย์แพทย์แผนไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลมารดาหลังคลอดมาอย่างน้อย 3 ปี จำนวน 10 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจประเมินค่าความชอบ 9 ระดับ (9-Point Hedonic Scale) และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป Jamovi (Version 2.6.26) โดยทำการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA) และกำหนดระดับความเชื่อมั่นที่ 95% (p < 0.05)
ผลการศึกษาเอกสารตำราพบสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงน้ำนม จำนวน 12 ชนิด โดยสมุนไพรที่มีความเหมาะสมตรงตามเกณฑ์ที่ผู้วิจัยกำหนดและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเครื่องดื่มบำรุงน้ำนมมี 3 ชนิด ได้แก่ นมนาง (Xantolis cambodiana), นมวัว (Scleropyrum pentandrum) และน้ำนมราชสีห์ (Euphorbia hirta) สำหรับการพัฒนาสูตรเครื่องดื่มใช้วิธีการต้มเคี่ยวตามหลักเภสัชกรรมไทย (ต้ม 3 ส่วน เหลือ 1 ส่วน) และปรับระดับความเข้มข้นด้วยการเจือจางน้ำเป็น 3 ระดับ (100%, 75% และ 50%) จะได้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 9 สูตรและนำไปทดสอบความพึงพอใจผ่านทางประสาทสัมผัส สรุปได้ว่า เครื่องดื่มนมนาง สูตรความเข้มข้น 75% ได้รับคะแนนความชอบโดยรวมสูงสุดเท่ากับ 8.10 ± 0.57 (ระดับชอบมาก) เครื่องดื่มนมวัว สูตรความเข้มข้น 50% ได้รับคะแนนความชอบโดยรวมสูงสุดเท่ากับ 6.50 ± 2.95 (ระดับชอบเล็กน้อยถึงปานกลาง) และเครื่องดื่มน้ำนมราชสีห์ สูตรความเข้มข้น 100% ได้รับคะแนนความชอบโดยรวมสูงสุดเท่ากับ 8.50 ± 0.50 (ระดับชอบมากถึงมากที่สุด) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
ปรีดา ตาสี. (2562). โภชนศาสตร์มนุษย์. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
World Health Organization. (2002). Infant and young child nutrition: Global strategy on infant and young child feeding (Document A55/15). World Health Organization. เข้าถึงจาก: https://apps.who.int/gb/archive/pdf_files/WHA55/ea5515.pdf
สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย. (2566, 4 สิงหาคม). วันแม่ 2566 : หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ล้วนถึง 6 เดือน หลังพบเด็กได้กินเพียง 28%. เข้าถึงจาก: Thai PBS News https://www.thaipbs.or.th/news/content/330309
วรรณพร สุริยะคุปต์. (2565). การศึกษาและพัฒนาระบบบริการสุขภาพในรูปแบบโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย [วิทยานิพนธ์การแพทย์แผนไทยดุษฎีบัณฑิต]. เชียงราย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย; 2565
ยิ่งยง เทาประเสริฐ, และกันยานุช เทาประเสริฐ. (2547). ตำราการแพทย์พื ้นบ้านล้านนา สาขาหมอยา. วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงราย.
กองประกอบโรคศิลปะ. (2541). ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม. บริษัท ไทภูมิพับลิชชิ่ง จำกัด.
เชาวลิต อุปฐาก, สุจิตรา นวลแก้ว, และนพรัตน์ พุทธกาล. (2567). การพัฒนาและการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ. วารสารการแพทย์และสาธารณสุขเชียงราย, 14(1), 45–58.
สวรักษ์ จันทรเทพธิมากุล, และอาฒยา สันตะกุล. (2565). พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำหัวปลีเข้มข้นพร้อมดื่ม. โครงการทุนสนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กรุงเทพ.
เต็ม สมิตินันทน์. (2557). ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557). สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.
สาลิกา อริธชาติ, และวาที คงบรรทัด. (2543). ผลของน้ำสกัดจากผงป่นแห้งของเปลือกต้นนมนางต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในเลือดในหนูขาว. วารสารชีววิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 8(1), 12–25.
สุรพล นาทรัพย์, อัญชลี พงศ์ธนพานิช, และนิพัทธ์ เธียรชัยพงษ์. (2544). ฤทธิ์ก่อการกลายและฤทธิ์ต้านการกลายของสารสกัดสมุนไพรนมนาง สันโศก และหญ้าหวานในการทดสอบเอมส์. เชียงใหม่วารสาร, 40(3), 147–153.
สุดารัตน์ หอมหวล. (2554). สมุนไพรน่ารู้จัก: นมทั้งห้า บำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอด (นมวัว). ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. เข้าถึงจาก: https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailPhargarden/231
สุภารัตน์ กาญจนการุณ, วิไลวรรณ ชาญนิถี, และประพฤติ พรหมสมบูรณ์. (2563). สรรพคุณทางยา สารเมแทบอไลต์ทุติยภูมิและฤทธิ์ทางชีวภาพของพืชสมุนไพรบำรุงน้ำนม. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 4(2), 75–88.
Kumar, S., Malhotra, R., & Kumar, D. (2010). Euphorbia hirta: Its chemistry, traditional and medicinal uses, and pharmacological activities. Pharmacognosy Reviews, 4(7), 58–61. https://doi.org/10.4103/0973-7847.65327
Huang, L., Chen, S., & Yang, M. (2012). Euphorbia hirta (Feiyangcao): A review on its ethnopharmacology, phytochemistry and pharmacology. Journal of Medicinal Plants Research, 6(39), 5176–5185. https://doi.org/10.5897/JMPR12.787
Koko, B. K., Konan, A. B., Kouacou, F. K. A., Djetouan, J. M. K., & Amonkan, A. K. (2019). Galactagogue effect of Euphorbia hirta (Euphorbiaceae) aqueous leaf extract on milk production in female Wistar rats. Journal of Biosciences and Medicines, 7(9), 51–65. https://doi.org/10.4236/jbm.2019.79006

