การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) แบบบูรณาการ โรงพยาบาลโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2, ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง, การดูแลแบบบูรณาการบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบและศึกษาผลของรูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) แบบบูรณาการ โรงพยาบาลโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 50 คน มารับบริการใน NCDs Clinic โรงพยาบาลโพนสวรรค์ ในช่วงเดือนมกราคม - มิถุนายน พ.ศ. 2569 การดำเนินการโดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ PAOR โดยบูรณาการการทำงานของทีมสหวิชาชีพและชุมชน ควบคู่กับการประยุกต์ใช้ทฤษฎีความเชื่อด้านสุขภาพ เครื่องมือที่ใช้วิจัย มี 2 ส่วน ประกอบด้วย (1) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ รูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบบบูรณาการที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น (2) เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพ และระดับน้ำตาลในเลือด (FBS or DTX), ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (A1C) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อน-หลังด้วยสถิติ Paired t-test
ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงฯ ที่พัฒนาขึ้น จัดลำดับตามความรุนแรงแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับไม่เร่งด่วน, ระดับเร่งด่วน และระดับฉุกเฉิน (2) ผลของการพัฒนารูปแบบ พบว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมสุขภาพด้านการใช้ยา การควบคุมอาหาร การติดตามอาการ และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะด้านการใช้ยาที่มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 7.60 เป็น 13.90 สะท้อนถึงประสิทธิผลของการให้คำปรึกษาโดยเภสัชกรร่วมกับการให้ความรู้ของพยาบาลโดยประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ขณะที่พฤติกรรมการออกกำลังกายมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 6.38 เป็น 6.42 ซึ่งไม่แตกต่างกันทางสถิติ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มีข้อจำกัดทางกายภาพ อายุ ภาวะแทรกซ้อนร่วม หรือวิถีชีวิตเดิม ด้านการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด พบว่าค่าระดับน้ำตาลในเลือด (DTX or FBS) มีค่าเฉลี่ยลดลงจาก 320.64 (SD=80.20) เหลือ 237.30 (SD=98.93) และค่าระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ลดลงจาก 12.24 (SD=2.74) เหลือ 10.55 (SD=1.97) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. (ม.ป.ป.). Diabetes. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2568, จาก https://www.who.int/health-topics/diabetes
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม. (2568). ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 10 ตุลาคม 2568] จาก https://npm.moph.go.th/ HDC.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2566). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566. บริษัทศรีเมืองการพิมพ์จำกัด: นนทบุรี.
ทวีเกียรติ ตั้งวงค์ไชยและ สกลสุภา สิงค์บุตร. (2567). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและการดูแลแบบผู้ป่วยในที่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลด้ามพร้า จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 30(2); 168-187.
มะยุเรีย รุ่งเจริญอารีจิตต์. (2567). ผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านแหงใต้ อำเภองาว จังหวัดลำปาง. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคเหนือ), 34 (2); 117-146.
วิจิตรา พูมขุนทด. (2566). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองของชาวสวนโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน.สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

