การประเมินกระบวนการบริหารจัดการ และผลสัมฤทธิ์ของระบบบริการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดแบบบูรณาการ จังหวัดอุบลราชธานี : การวิจัยเชิงประเมินผล

ผู้แต่ง

  • ชนะ หอมจันทร์ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอตระการพืชผล
  • รัชนีพร เชื้อสระคู สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

ระบบบริการดูแลแบบบูรณาการ, ผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด, การประเมินผล CIPP Model, ดัชนีความรุนแรงของการเสพติด, อัตราการคงอยู่ในระบบบำบัด

บทคัดย่อ

      การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสภาวะแวดล้อม/บริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิตและผลลัพธ์ของกระบวนการบริหารจัดการและผลสัมฤทธิ์ของระบบบริการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดแบบบูรณาการ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญเป็นผู้บริหารระดับยุทธศาสตร์ 15 คน ผู้รับผิดชอบงานจิตเวชและยาเสพติด 120 คน ผู้ปฏิบัติงาน 350 คน ภาคีเครือข่ายภายนอก 125 คน ผู้ป่วย/ผู้ดูแล 200 คน และผู้เชี่ยวชาญสำหรับทำประชาพิจารณ์รูปแบบ/ข้อเสนอแนะ 20 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบบันทึก และแนวคำถามสำหรับการสนทนากลุ่มเครื่องมือทุกฉบับมีค่าความตรงเชิงเนื้อหา (IOC) ตั้งแต่ 80-1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

      ผลการประเมินก่อนดำเนินโครงการพบว่า สภาวะแวดล้อม/บริบทอยู่ในระดับมาก (mean± SD= 4.45 ± 0.09) และปัจจัยนำเข้าอยู่ระดับปานกลาง (mean ± SD=3.42±0.36) ;ระหว่างดำเนินโครงการ พบว่า กระบวนการอยู่ในระดับมาก (mean ± SD=4.01 ± 0.11) ผลผลิตและผลลัพธ์ด้านการคัดกรองผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดพบว่า โดยรวมดำเนินการคัดกรองได้ครอบคลุม ร้อยละ 87.73 ของเป้าหมาย (คัดกรองได้ 4,225 ราย จากเป้าหมาย 4,816 ราย) จำนวนผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษาในระบบบริการ 4,808 ราย อัตราการคงอยู่ในระบบบำบัด ร้อยละ 91.25 (ติดตามดูแลได้สำเร็จ 1,689 ราย จากเป้าหมาย 1,851 ราย) และหลังสิ้นสุดโครงการพบว่า ด้านความยั่งยืนของชุมชนล้อมรักษ์อยู่ในระดับมาก (Mean± SD = 4.37±0.08) ความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติผู้ดูแลอยู่ในระดับมาก (Mean±SD = 4.47± 0.81) ดัชนีความรุนแรงของการเสพติด 7 มิติพบว่า มิติด้านสารเสพติด (Drug Usage) เป็นมิติเดียวที่กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งมีความรุนแรงสะสมอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 53.00) ผลสัมฤทธิ์ของระบบบริการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดแบบบูรณาการที่เข้ารับการบำบัดรักษาพบว่า มีผู้เข้ารับการบำบัดรักษาส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 93.33 (6,087 คน จาก 6,522 คน) เป็นผู้ที่เข้ารับการบำบัดรายใหม่เกินกว่าครึ่งหนึ่ง ร้อยละ 56.08 (3,659 คน) และเป็นผู้ป่วยที่กลับมารับการบำบัดซ้ำร้อยละ 43.92 (2,866 คน) ส่วนระดับความรุนแรงจากการประเมิน OAS Score พบว่า อยู่ในกลุ่มสีเขียว ร้อยละ 84.85 (5,237 คน) ส่วนพฤติกรรมการใช้สารเสพติดเป็นผู้เสพ" ร้อยละ 76.05 (4,977 คน)

เอกสารอ้างอิง

สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. โครงการขับเคลื่อนระบบป้องกัน เฝ้าระวังบำบัดรักษา ฟื้นฟู ดูแลต่อเนื่อง ผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดกลุ่มเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V).[อินเทอร์เน็ต]. 2569 [เข้าถึงเมื่อ 13 ส.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://necam.go.th/newsnecam050669-refer/

โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์. แผนยุทธศาสตร์ปี พ.ศ.2566 - 2570 โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์. อุบลราชธานี: โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์; 2565.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี. รายงานการวิเคราะห์ระบบบริหารจัดการและผลสัมฤทธิ์การบริการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดแบบบูรณาการ จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างปี พ.ศ. 2563 - 2567. อุบลราชธานี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี; 2567.

ณัฏฐ์ชานันท์ กมลฤกษ์, ณรงศักดิ์ เข็มเพชร. ผลของโปรแกรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา. 2569;6(1):e279532.

วศรัญ วัฒนธีรางกูร. ประสิทธิผลของมินิธัญญารักษ์และ Matrix Program ต่อการลดการกลับไปเสพซ้ำในผู้ป่วยยาเสพติดที่คลินิกบำบัดยาเสพติด โรงพยาบาลศรีเมืองใหม่. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา การแพทย์และสุขภาพ. 2568;10(2):250-62.

สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเดชอุดม. รายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ พ.ศ.2567. อุบลราชธานี; 2567.

Stufflebeam, D. L., & Zhang, G. (2017). The CIPP evaluation model: How to evaluate for improvement and accountability. Guilford Publications.

บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น; 2556.

สมชาย รักชาติ, วิชัย ประเสริฐ, นภาลัย สุขเกษม. การประเมินระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและสารเสพติดในระดับปฐมภูมิ. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2022;16(2):145-58.

Smith JA, Johnson RT. Evaluating input limitations and context alignment in community mental health programs. J Behav Health Serv Res. 2023;50(3):312-25.

วิภาดา แก้วเกิด. ปัญหาและอุปสรรคการบริหารจัดการทรัพยากรในระบบบริการสุขภาพจิตระดับอำเภอ. วารสารบริหารสาธารณสุข. 2024;34(1):88-101

Garcia M, Lopez D, Martinez E. Structural challenges and resource allocation in integrated substance use interventions. Int J Drug Policy. 2025;123:104210.

อนันต์ สุขเจริญ, สมศักดิ์ ตั้งตรง. ปัจจัยที่มีผลต่อการคงอยู่ในระบบบำบัดรักษาสารเสพติดของผู้ป่วยในชุมชน. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2022;30(4):275-86.

Chen L, Williams K. Process evaluation of integrated screening and retention strategies in addiction treatment. Addict Behav. 2023;138:107542.

นภา พรหมสุข. การพัฒนากระบวนการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดแบบบูรณาการในระบบสุขภาพปฐมภูมิ. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ. 2024;18(2):55-69.

Patel S, Miller P, Davis A. Streamlining screening and referral processes in integrated mental health services. BMC Health Serv Res. 2024;24(1):412.

กิตติศักดิ์ ใจดี, นพดล ศรีสุข. ผลของการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (CBTx) ต่อความยั่งยืนในการดูแลผู้ป่วย. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2023;32(5):810-21.

Brown ET, Davis RM, Wilson K. Outpatient management and risk stratification in community-based substance use disorders. Am J Public Health. 2023;113(8):890-9.

สุพรรณี มีมาก. ความพึงพอใจของผู้ดูแลและผลลัพธ์การบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดในระบบบริการบูรณาการ. วารสารสุขภาพจิตและสารเสพติด. 2024;12(1):34-47.

Kim H, Lee S. Long-term outcomes of community-based psychiatric and addiction rehabilitation: A 3-year follow-up study. Soc Sci Med. 2025;340:116450.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

หอมจันทร์ ช., & เชื้อสระคู ร. (2026). การประเมินกระบวนการบริหารจัดการ และผลสัมฤทธิ์ของระบบบริการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดแบบบูรณาการ จังหวัดอุบลราชธานี : การวิจัยเชิงประเมินผล. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 1877–1888. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300307