การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยเวชศาสตร์วิถีชีวิต เพื่อควบคุมและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและโรคอ้วน
คำสำคัญ:
เวชศาสตร์วิถีชีวิต, ความดันโลหิตสูง, โรคอ้วน, การสร้างแรงจูงใจบทคัดย่อ
รายงานกรณีศึกษานี้เกี่ยวกับผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 48 ปี สถานภาพสมรส เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย มีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง มา 8 ปี รับประทานยาไม่ต่อเนื่อง รับประทานยาเมื่อรู้สึกมีอาการมึนศีรษะ ครั้งนี้เข้ารับการรักษาด้วยอาการมึนศีรษะ และอ่อนเพลียบ่อยครั้ง ผู้ป่วยมีค่าความดันโลหิต 180/110 มม.ปรอท และมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เท่ากับ 30.46 กิโลกรัม/เมตร2 จัดอยู่ในกลุ่มโรคอ้วน และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมหลายด้าน ได้แก่ ชอบรับประทานข้าวเหนียวและอาหารรสจัด ไม่ชอบรับประทานผักผลไม้ เวลาเครียดมักจะชอบดื่มไวน์ ออกกำลังกายบ้างด้วยการเดินรอบบ้าน เคยลดน้ำหนักด้วยการรับประทานยา 3 ปี ก่อน ผู้ป่วยตระหนักได้ถึงปัญหาสุขภาพและเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในช่วง 1 เดือน เริ่มไปออกกำลังกายกับเพื่อนด้วยการเดินที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน 30 นาที/วัน 5 วัน/สัปดาห์ แต่ยังมีอาการอ่อนเพลีย มึนศีรษะบ่อยครั้ง จึงเข้ารับการปรึกษาในครั้งนี้ ประเมินความพร้อมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พบว่าอยู่ในระยะเริ่มลงมือปฏิบัติ เพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แพทย์จึงใช้เทคนิคการสนทนาเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจให้เข้าสู่ระยะคงไว้ซึ่งพฤติกรรมใหม่ และป้องกันไม่ให้กลับไปสู่พฤติกรรมเดิมซ้ำอีก ใช้แรงสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัว แนะนำปฏิบัติตัวและรับประทานยาต่อเนื่อง แนวทางการรักษา วางแผนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต ครอบคลุม 6 เสาหลัก โดยมุ่งเน้นการควบคุมอาหารตาม แนวทางโภชนาการเพื่อหยุดความดันโลหิตสูง ปรับลดเกลือแร่โซเดียมให้น้อยกว่า 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน เพิ่มการรับประทานผักตั้งแต่ 4 ส่วนบริโภคขึ้นไปต่อวัน ลดปริมาณข้าวเหนียวให้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมจำกัดอาหารแปรรูป รวมทั้งเพิ่มกิจกรรมทางกายด้วยการเดินเร็วควบคู่กับการออกกำลังกายเสริมสร้างแรงต้านของกล้ามเนื้อ รวมกันอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ลดการดื่มไวน์ และการจัดการความเครียด การนอนหลับที่เหมาะสม และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางสังคม มีการนัดติดตามผลทุก 2-4 สัปดาห์ โดยประเมินค่าความดันโลหิต ค่าดัชนีมวลกาย สัดส่วนไขมันและกล้ามเนื้อ ทบทวนเป้าหมาย แรงจูงใจ และอุปสรรค ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน
เอกสารอ้างอิง
Shariq OA, McKenzie TJ. Obesity-related hypertension: a review of pathophysiology, management, and the role of metabolic surgery. Gland Surgery. 2020 Feb;9(1):803–93. doi:10.21037/gs.2019.12.03
Hall JE, do Carmo JM, da Silva AA, Wang Z, Hall ME. OBESITY-INDUCED HYPERTENSION: INTERACTION OF NEUROHUMORAL AND RENAL MECHANISMS. Circ Res. 2015 Mar 13;116(6):991–1006. doi:10.1161/CIRCRESAHA.116.305697 PubMed PMID: 25767285; PubMed Central PMCID: PMC4363087.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. สวรส. สานพลัง สสส.-รามาฯ เปิดผลสำรวจสุขภาพ คนไทยครั้งที่ 7 วิกฤตคนไทยป่วยภาวะน้ำหนักเกิน-โรคอ้วน พุ่ง! 27.4 ล้านคน จ่อเสี่ยงเบาหวาน อีก 5.7 ล้าน [ออนไลน์]. 2568 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569]. เข้าถึงได้จาก https://www.hsri.or.th/news/1/4540
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. ผลสำรวจชี้ คนไทยเกือบครึ่ง อ้วนเกินมาตรฐาน เสี่ยงเบาหวาน ความดัน [ออนไลน์]. 2568 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569]. เข้าถึงได้จาก https://dol.thaihealth.or.th/Media/Pdfview/0d15a1f4-e3c0-f011-858e-b76bc522b1fb
Kunanon S, Kotruchin P, Chattranukulchai P, Chotruangnapa C, Roubsanthisuk W, Vathesatogkit P, et al. 2024 Thai guidelines on the treatment of hypertension. Asian Biomed (Res Rev News). 19(6):316–57. doi:10.2478/abm-2025-0034
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย (Thai Hypertension Society) [ออนไลน์]. 2568 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569]. เข้าถึงได้จาก https://thaihypertension.org/knowledge/hypertension-guideline/
กฤษฎา ฐานะวุฒิกุล. การป้องกันและควบคุมโรค โดยการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตที่สำคัญ ในแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567 สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย [ออนไลน์]. 2568 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569]. เข้าถึงได้จาก from: https://so14.tci-thaijo.org/index.php/thpjournal/article/view/3145
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. เรียนรู้เวชศาสตร์วิถีชีวิต Lifestyle Medicine [ออนไลน์]. 2568 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569]. เข้าถึงได้จาก https://dol.thaihealth.or.th/?logoutgoogle=False
อริสรา กาญจนอุดม. การบูรณาการ "เวชศาสตร์วิถีชีวิต" สู่ระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย [ออนไลน์]. 2568 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569]. เข้าถึงได้จาก https://www.senate.go.th/view/386/News/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2Society/338/TH-TH
Saunders JB, Aasland OG, Babor TF, de la Fuente JR, Grant M. Development of the Alcohol Use Disorders Identification Test (AUDIT): WHO Collaborative Project on Early Detection of Persons with Harmful Alcohol Consumption--II. Addiction. 1993 Jun;88(6):791–804. doi:10.1111/j.1360-0443.1993.tb02093.x
Prochaska JO, Velicer WF. The transtheoretical model of health behavior change. Am J Health Promot. 1997;12(1):38–48. doi:10.4278/0890-1171-12.1.38
วัลยา ตูพานิช, ปราลีณา ทองศรี. ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อการรับรู้ความสามารถในตนเอง พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง. 2562;63(Supplement):S93-104. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/VMED/article/view/205373
Rosengren DB. Building motivational interviewing skills: A practitioner workbook. New York, NY, US: Guilford Press; 2009. xvi, 335 p. (Building motivational interviewing skills: A practitioner workbook).
Miller WR, Rollnick S. Motivational interviewing: Helping people change, 3rd edition. New York, NY, US: The Guilford Press; 2013. xii, 482 p. (Motivational interviewing: Helping people change, 3rd edition).
Xu J, Gu X, Gu J, Zhao L, Li M, Hong C. Motivational interviewing intervention for the management of hypertension: a meta-analysis. Front Cardiovasc Med. 2025;11:1457039. doi:10.3389/fcvm.2024.1457039
Lippman D, Stump M, Veazey E, Guimarães ST, Rosenfeld R, Kelly JH, et al. Foundations of Lifestyle Medicine and its Evolution. Mayo Clinic Proceedings: Innovations, Quality & Outcomes. 2024;8(1):97–111. doi:10.1016/j.mayocpiqo.2023.11.004
Whelton PK, Carey RM, Aronow WS, Casey DE, Collins KJ, Dennison Himmelfarb C, et al. 2017 ACC/AHA/AAPA/ABC/ACPM/AGS/APhA/ASH/ASPC/NMA/PCNA Guideline for the Prevention, Detection, Evaluation, and Management of High Blood Pressure in Adults: Executive Summary: A Report of the American College of Cardiology/American Heart Association Task Force on Clinical Practice Guidelines. Hypertension. 2018 Jun;71(6):1269–324. doi:10.1161/HYP.0000000000000066
Cornelissen VA, Smart NA. Exercise training for blood pressure: a systematic review and meta-analysis. J Am Heart Assoc. 2013;2(1):e004473. doi:10.1161/JAHA.112.004473
Pescatello LS, MacDonald HV, Ash GI, Lamberti LM, Farquhar WB, Arena R, et al. Assessing the Existing Professional Exercise Recommendations for Hypertension: A Review and Recommendations for Future Research Priorities. Mayo Clin Proc. 2015 ;90(6):801–12. doi:10.1016/j.mayocp.2015.04.008
สนทยา สิงห์นิกร. ผลการใช้โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ 2 ส ต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการในคลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 4 สระบุรี. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม. 2567;9(4):134–41. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/2926
กรรณิการ์ สุวรรณ, ปาวรตี สิงขรัตน์, มนตรา พิเชฐวีรชัย. ผลของรูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (lifestyle medicine) ผู้รับบริการกลุ่มเสี่ยงไขมันในเลือดผิดปกติวัยทำงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา. 2568;15(1):139–52. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/lannaHealth/article/view/275000
ทนงศักดิ์ ราชเจริญ. ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยเวชศาสตร์วิถีชีวิตต่อระดับน้ำตาลในเลือด และดัชนีมวลกายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2568 ;10(2):416–26. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/285309
Briasoulis A, Agarwal V, Messerli FH. Alcohol consumption and the risk of hypertension in men and women: a systematic review and meta-analysis. J Clin Hypertens (Greenwich). 2012;14(11):792–8. doi:10.1111/jch.12008
Traversy G, Chaput JP. Alcohol Consumption and Obesity: An Update. Curr Obes Rep. 2015;4(1):122–30. doi:10.1007/s13679-014-0129-4
แป้งร่ำ ยงเจริญ. การประยุกต์ใช้เวชศาสตร์วิถีชีวิตในการดูแลผู้ป่วยโรคอ้วน: กรณีศึกษาโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ. วารสารแพทย์นาวี. 2569;53(2):469–82. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nmdjournal/article/view/291407
ชนม์ชนก จันทรมหา. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิต ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้ ตำบลพังโคน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม. 2568;10(6):102–11. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/5138
กฤตพงษ์ โรจนวิภาต, เวณิกา โนทา, ชุติพา ปัญญา. การพัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของชุมชน เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย. 2563;10(2):274–90. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPMAT/article/view/244966
ปิยะพร โชคเหรียญสุขชัย, สุรัตน์ อนันทสุข. การพัฒนารูปแบบการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ที่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วยในหน่วยบริการปฐมภูมิ จังหวัดปทุมธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2569;11(1):973–85. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/293905
ทิพาพร ราชาไกร, นันทิญา เมฆฉิม, ยุวดี คาดีวี. การพัฒนารูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามแนวทางเวชศาสตร์วิถีชีวิต สู่โรคเบาหวานระยะสงบในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2569;7(2):246–59. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/290163
ธานินทร์ ล้วนรัตน์, วันนา จินดาเพิ่ม. การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตตามลักษณะเฉพาะส่วนบุคคลของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง : การทบทวนวรรณกรรมแบบกำหนดขอบเขต. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล. 2569;32(2). doi:10.63647/nrij.v32i2.276271

