ผลของโปรแกรมการสนับสนุนในระยะคลอดต่อระดับความเจ็บปวด พฤติกรรมการเผชิญความเจ็บปวด และความพึงพอใจต่อประสบการณ์การคลอดของผู้คลอดครรภ์แรก โรงพยาบาลหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์
คำสำคัญ:
โปรแกรมการสนับสนุนในระยะคลอด, หญิงรอคลอด, ความเจ็บปวด, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่มวัดผลหลังการทดลอง กลุ่มควบคุม ได้รับการพยาบาลปกติ และกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการสนับสนุนในระยะคลอดร่วมกับการพยาบาลปกติ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบระดับความเจ็บปวดในระยะคลอด, พฤติกรรมการเผชิญความเจ็บปวด, ความพึงพอใจต่อประสบการณ์การคลอด กลุ่มตัวอย่าง คือหญิงตั้งครรภ์ครรภ์แรก รอคลอดที่ห้องคลอดโรงพยาบาลหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วงเดือนเมษายน – เดือนสิงหาคม 2569 จำนวน 44 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 22 คน และกลุ่มทดลอง 22 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) โปรแกรมการสนับสนุน ในระยะคลอด 2) ข้อมูลทั่วไป 3) แบบประเมินระดับความเจ็บปวดในระยะคลอด 4) แบบสังเกตพฤติกรรมเจ็บปวด วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Independent t-test, Mann-Whitney U Test.
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับความเจ็บปวดในระยะปากมดลูกเปิดช้าและ ระยะปากมดลูกเปิดเร็ว แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -3.934, p < .001) และ (Z = -2.020, p = .043) ส่วนระยะเปลี่ยนผ่าน ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -1.796, p = .073) 2) กลุ่มทดลอง มีพฤติกรรมตอบสนองด้านร่างกายและจิตใจ ในระยะรอคลอด ในระยะปากมดลูกเปิดช้า, ระยะปากมดลูกเปิดเร็ว และในระยะเปลี่ยนผ่านเหมาะสมมากกว่า กลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -7.57, p<.001) ,(t = -9.66, p < .001) และ (t = -7.20, p < .001) 3) ผู้รอคลอดในกลุ่ม ทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจต่อประสบการณ์การคลอดสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -7.59, p = < 0.001)
เอกสารอ้างอิง
Cunningham FG, Leveno KJ, Bloom SL, Hauth JC, Rouse DJ, Spong CY. Williams Obstetrics.(23rd ed.). New York: McGraw-Hill; 2014.
ชญาภรณ์ เอกธรรมสุทธิ์ และเกสร สุวิทยะศิริ.การพยาบาลในระยะคลอด.(พิมพ์ครั้งที่ 2). โครงการสวัสดิการวิชาการ.สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข; 2562.
Murray, S.S., & McKinney, E.S. Foundataions of maternal-newborn and women’s health nursing (5thed.). Maryland Heights,Missouri: Saunders; 2010.
โรงพยาบาลหนองไผ่. สรุปรายงานห้องคลอดประจำปี 2568. เอกสารอัดสำเนา; 2568.
สุดารักษ์ ประสาร, สุพิศ ศิริอรุณรัตน์และ ตติรัตน์ เตชะศักดิ์ศร.ผลของโปรแกรมการสนับสนุนการคลอดอย่างต่อเนื่องต่อความกลัวการคลอด และผลลัพธ์ของการคลอดของผู้คลอดครรภ์แรก. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2021; 31(1):148-160.
Najafi, T., Roudsari, R. and Ebrahimipour, H. The Best Encouraging Persons in Labor: A Content Analysis of Iranian Mothers’ Experiences of Labor Support; 2017.
Victorian Quality Council. Acute pain management measurement toolkit [Internet]. 2007. [cited 2026 Apr 2]. Available from: https://www.yumpu.com/en/document/view/22209137/acute-pain-management-measurement-toolkit
Adams, E. D., & Bianchi, A. L. A practical approach to labor support. Journal of Obstetric, Gynecologic, & Neonatal Nursing 2008; 37(1):106-115.
กาญจนา บัวหอม, ศศิกานต์ กาละ และสุนันทา ยังวนิชเศรษฐ. ผลของการผ่อนคลาย กล้ามเนื้อแบบก้าวหน้าร่วมกับการสนับสนุนของสามีต่อความเครียดในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น. วารสาร มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ 2560; 9(2):38-51.
ชาลินี เจริญสุข, สุพิศ ศิริอรุณรัตน์ และตติรัตน์ เตชะศักดิ์ศรี. ผลของการสนับสนุนในคลอดโดยญาติผู้หญิงต่อความทุกข์ทรมานจากการเจ็บครรภ์คลอด การเผชิญการเจ็บครรภ์คลอด และความพึงพอใจต่อประสบการณ์การคลอดของผู้คลอดครรภ์แรก. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 2561; 26(2):67-75.
น้ำทิพย์ ประสิทธิการ วิสุทธิ์ โนจิตต์, หทัยรัตน์ บุษยพรรณพงษ์. ผลของโปรแกรมการจัดการความปวดในระยะที่ 1 ของการคลอดในหญิงตั้งครรภ์แรก โดยการสนับสนุนการคลอดอย่างต่อเนื่อง. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ 2567; 25(1):97-110.
สุรีย์พร กฤษเจริญ, ปราณี พงศ์ไพบูลย์, กัญจนี พลอินทร์, สุภาพ มากสุวรรณ, วรางคณา ชัชเวช,ปรียา แก้วพิมล.ประสิทธิผลของการสนับสนุนการคลอดอย่างต่อเนื่องของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อความเจ็บปวดและระยะเวลาการคลอด ของผู้คลอดครรภ์แรก. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ 2562; 39(4):16-25.

