ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
คำสำคัญ:
โปรแกรมโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (quasi-experimental design) มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระดับการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ระหว่างวันที่ 6 มิถุนายน 2569 – 31 สิงหาคม 2569 จำนวน 35 ราย ดำเนินการตามโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ติดต่อกัน 12 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม 2 ครั้ง ก่อนและหลังการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและ piared t-test
ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง หลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 19.92, p < 0.001) และ (t =13.92, p < 0.001) ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยความดันโลหิตบนและล่าง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -8.56, p < 0.001) และ (t = -8.09, p < 0.001)
เอกสารอ้างอิง
สมศักดิ์ เทียมเก่า. อุบัติการณ์โรคหลอดเลือดสมองประเทศไทย. วารสารประสาทวิทยาแห่ง ประเทศไทย; 39(2):39-46. [อินเตอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 20 เมษายน 2569]. เข้าถึงได้จาก: http://neurothai.org/content.php?id=497
ขจรพรรณ คงวิวัฒน์, วาริณี เอี่ยมสวัสดิกุลม, และมุกดา หนุ่ยศรี. ผลของโปรแกรมพัฒนา พฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงจังหวัดกาญจนบุรี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2560; 35(3):131 – 132.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเชียง. สรุปผลการดำเนินงานประจำปี 2568. อุดรธานี: สำนักงาน. (เอกสารอัดสำเนา); 2568.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. การประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง (พิมพ์ครั้งที่ 1). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด; 2558.
บุษราคัม อินเต็ง, และสุพัฒนา คำสอน. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองเก่า จังหวัพิจิตร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 13(1):122–134. [อินเตอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 20 เมษายน 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/EAUHJSci/article/view/177130
Rosenstock, M. I., Strecher, V. J., & Becker, M. H. Social learning theory and health belief model. Health Education Quarterly 1988; 15(2):75-138.
เตือนจิตร แขรั้ง.ประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้. วารสารวิชาการสาธารณสุขจังหวัดตาก 2566; 3(1):1–14.
ธารารัตน์ ลูกเล็ก, พิชชาอร ลูกตั้น, ดนิตา ชัยภัทรธนกุล, ชิตกมล ศรีชมพู และณัฐกานต์ นิลอ่อน. ผลของโปรแกรมความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมและการรับรู้ โรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ ในพื้นที่ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลควนเนียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน 2568; 7(2):1-16.
ณัชชา เจริญสรรพกิจ. ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ การรับรู้อาการเตือนกับพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารระบบบริการปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว 2563; 3(3):46-58.
กัญญาวีญ์ ต้นสวรรค์ และ อุษนีย์ รามฤทธิ์. การส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีภาวะเสี่ยงสูง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน 2566; 8(1):143-152.

