การพัฒนารูปแบบการป้องกันควบคุม โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงหลังการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

ผู้แต่ง

  • สุภัทร กตัญญูทิตา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
  • ธารารัตน์ สัญญะโม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
  • ภคภัทร บุญยโกวิทย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

คำสำคัญ:

การพัฒนารูปแบบ, การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

บทคัดย่อ

      การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์ สภาพปัญหา ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และความต้องการในการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงภายหลังการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม 2) พัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงภายหลังการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม 3) ทดลองใช้รูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่พัฒนาขึ้นในพื้นที่นำร่องขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม และ 4) ประเมินผลและรับรองรูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่พัฒนาขึ้นในด้านความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์    และความถูกต้อง เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มตัวอย่าง 392 คน ได้มาจากการสุ่มหลายขั้นตอน เครื่องมือเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.84 สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และถดถอยพหุ เชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อสำคัญ จำนวน 28 คน เป็นการเลือกแบบเจาะจง ใช้การสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึก เครื่องมือเป็นแบบสัมภาษณ์ แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์เชิงเนื้อหา และตรวจสอบข้อมูลด้วยเทคนิคสามเส้า

      ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานการณ์ สภาพปัญหา ปัจจัยที่เกี่ยวข้องและความต้องการ ประกอบด้วย 1.1 การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม มีค่าเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ระดับมาก (= 4.31, S.D. = 0.24) 1.2 ประสิทธิผลของรูปแบบการควบคุมและป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในภาพรวมและรายด้าน มีค่าเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ระดับมาก (= 4.38, S.D. = 0.31) 1.3 การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐมกับประสิทธิผลของรูปแบบการ ควบคุมและป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 1.4 ตัวแปรอิสระทั้ง 5 ด้านสามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิผลของรูปแบบฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 2) รูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงหลังการถ่ายโอน รพ.สต. สู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ขับเคลื่อนผ่านวงจรการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ 6 ขั้นตอน และองค์ประกอบหลัก 5 ด้าน (PIRAB) ได้แก่ การสร้างภาคีเครือข่าย การจัดการทรัพยากร การควบคุมมาตรฐาน การบูรณาการฐานข้อมูล และการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร 3) การประเมินการทดลองใช้รูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หลังการถ่ายโอน รพ.สต. สู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.38, S.D. = 0.38) และ 4) การประเมินรูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หลังการถ่ายโอน รพ.สต. สู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ตามมาตรฐานการประเมิน 4 ด้านประกอบด้วย ด้านความเป็นประโยชน์ ด้านความเป็นไปได้ ด้านความเหมาะสมและจริยธรรม ด้านความถูกต้อง โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (m = 4.51, s = 0.32)

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. (2025). Noncommunicable diseases. World Health Organization. WHO: Noncommunicable diseases

World Health Organization. (2025). Noncommunicable diseases: Mortality. World Health Organization. WHO: Noncommunicable diseases: Mortality

กรมควบคุมโรค. (2563). รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562. กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค.

กรมควบคุมโรค. (2561). คู่มือการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง. กระทรวงสาธารณสุข.

ปรีดา แต้อารักษ์, วีระศักดิ์ เครือเทพ, วิรุฬ ลิ้มสวาท, พีธากร ศรีบุตรวงษ์, ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา, ปรานอม โอสาร, และจักรกินทร์ สีมา. (2567). การศึกษาและพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่ออภิบาลระบบสุขภาพท้องถิ่นภายใต้บริบทการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.).

ธัชเฉลิม สุทธิพงษ์ประชา, อัชกรณ์ วงศ์ปรีดี, สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ, นันทกา เทพาอมรเดช, โสรยา วงศ์วิไล, นิทิกร สอนชา, และเพ็ญทิวา สารบุตร. (2569). การขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์: การขยายผลแนวทางการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิภายใต้สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม. (2566). รายงานสถานการณ์สุขภาพจังหวัดนครปฐม พ.ศ. 2566. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1–55.

Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis (8th ed.). Cengage.

ธัชเฉลิม สุทธิพงษ์ประชา, โกเมนทร์ ทิวทอง, อนุวัตร แก้วเชียงหวาง, ทองดี มุ่งดี, บัณฑิต ตั้งเจริญดี, และ ภัชรจิรัสม์ ธัชเมฆรัตน์. (2565). การพัฒนาตัวแบบระบบสุขภาพปฐมภูมิขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และแนวทางการขับเคลื่อนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและการมีส่วนร่วมของประชาชน: กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

พิเชตวุฒิ นิลละออ และ วิสุทธิณี ธานีรัตน์. (2569). นวัตกรรมสุขภาพชุมชนในยุคการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสู่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง: กรณีศึกษาความสำเร็จภายใต้การกระจายอำนาจ ด้านสุขภาพปฐมภูมิ. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(9), 336–353.

อุดม ทุมโมสิต, จันทรานุช มหากาญจนะ, อลงกฎ สารกาล, สุพัฒน์จิตร ลาดบัวขาว และ กรณ์ หวะนันทน์. (2567). การประเมินผลระบบอภิบาลระบบสุขภาพปฐมภูมิของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ได้รับการถ่ายโอนไปสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ปีงบประมาณ 2566. วารสารสังคมศาสตร์, 54(1), 81-116.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

กตัญญูทิตา ส., สัญญะโม ธ., & บุญยโกวิทย์ ภ. (2026). การพัฒนารูปแบบการป้องกันควบคุม โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงหลังการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 1029–1038. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300441