การพยาบาลผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบที่มีภาวะช็อก จากการสูญเสียเลือดในช่องท้องระยะฉุกเฉิน: กรณีศึกษา
คำสำคัญ:
การบาดเจ็บหลายระบบ, การบาดเจ็บช่องท้อง, ภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นกรณีศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพยาบาลผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบที่มีภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดในช่องท้องระยะฉุกเฉิน โดยศึกษาในผู้ป่วยชาย อายุ 13 ปี ประสบอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า ไม่รู้สึกตัว 30 นาที ก่อนมาโรงพยาบาล ผลการประเมินแรกรับ ณ ห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว คะแนนความรู้สึกตัวของ กลาสโกว์ 6 คะแนน มีแผลฉีกขาดบริเวณใต้คาง บาดแผลถลอกตามร่างกาย และต้นขาขวาบวมผิดรูป ผลตรวจทางรังสีวิทยาเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ ผลการตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องเร่งด่วนพบ มีเลือดในช่องท้องบริเวณตับและม้าม แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่ามีการบาดเจ็บที่ศีรษะรุนแรงร่วมกับการบาดเจ็บที่ช่องท้องจากแรงกระแทก และกระดูกเบ้าเชิงกรานข้างขวาหัก ในระหว่างการดูแลรักษาผู้ป่วยมีระดับความรู้สึกตัวลดลงและเกิดภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดในช่องท้อง แพทย์ได้ให้การรักษา จนสัญญาณชีพดีขึ้น และส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ทรวงอกและช่องท้อง ผลตรวจสงสัยมีการบาดเจ็บของเส้นประสาทในสมองแบบกระจาย และพบการบาดเจ็บของม้ามระดับที่ 4 จึงพิจารณาทำผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อตัดม้าม และช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน
ผลการศึกษาพบว่า ในระยะฉุกเฉินผู้ป่วยมีปัญหาสำคัญ ได้แก่ เสี่ยงต่อภาวะเนื้อเยื่อสมองขาดออกซิเจนจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทในสมองแบบกระจาย และระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวเฉียบพลันจากภาวะช็อกเนื่องจากการสูญเสียเลือดในช่องท้อง ได้ให้การพยาบาล โดยช่วยใส่ท่อช่วยหายใจและดูแลทางเดินหายใจให้โล่ง เพื่อเพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ดูแลให้สารน้ำและเลือดอย่างเร่งด่วนทางหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ เพื่อกู้ชีพจากภาวะช็อกและรักษาความดันโลหิตให้เพียงพอ พร้อมทั้งประเมินสัญญาณชีพ ระดับความรู้สึกตัว อาการทางระบบประสาท สังเกตอาการแสดงของความดันในกะโหลกศีรษะสูง จัดท่าศีรษะสูง 30 องศาในแนวตรง) ประสานงานและเตรียมความพร้อมในการส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การส่งผ่าตัด เปิดช่องท้องด่วนเพื่อตัดม้ามอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Global status report on road safety 2023. World Health Organization. [Internet].2023 [cited 2025 December 10]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789240086517
ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน. รายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย (ThaiRSC). [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 10 ธ.ค. 2568] เข้าถึงจาก: https://www.thairsc.com
American College of Surgeons. Advanced trauma life support: ATLS student course manual (10th ed.). Chicago: American College of Surgeons; 2018.
กิตติ โต๊งหู่. ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุและการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บในช่องท้องและระบบกระดูก. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2563.
สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย. แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยบาดเจ็บก่อนถึงโรงพยาบาลและในห้องฉุกเฉิน(พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพ ฯ: เคล็ดไทย; 2564.
สุจิตรา ลิ้มอำนวยลาภ, และ ชูศักดิ์ เวชแพศย์. การพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตและฉุกเฉิน (พิมพ์ครั้งที่ 10). ขอนแก่น: ขอนแก่นการพิมพ์; 2562.
Emergency Nurses Association. Trauma nursing core course (TNCC) provider manual (8th ed.). Schaumburg Illinois: Emergency Nurses Association; 2020.
กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า. ทะเบียนผู้ป่วย ปีพ.ศ. 2566, 2567, 2568. สมุทรสงคราม: โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า; 2569. [เอกสารอัดสำเนา].
National Commission for the Protection of Human Subjects of Biomedical and Behavioral Research. The Belmont Report: Ethical principles and guidelines for the protection of human subjects of research. Washington, DC: U.S. Department of Health, Education, and Welfare; 1979.
สาริศา บานชื่น, ธวัชชัย มั่นอมรรัตน์. การวินิจฉัยการบาดเจ็บของช่องท้อง ชนิดไม่มีแผลทะลุทางรังสีวิทยา. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2557; 21(3): 75-87.
เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์. การรักษาการบาดเจ็บที่ม้ามโดยไม่ผ่าตัด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา. ชัยภูมิเวชสาร. 2566; 43(2): 14-26.
นงลักษณ์ ทัศนสุวรรณ, ศิริพร พงษ์โภคา. การพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะช็อกและอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย; 2562.
สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์. การดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บทางสมองระยะวิกฤต (Neurotrauma Intensive Care). กรุงเทพฯ: นำอักษรการพิมพ์; 2565.
รุ่งเลิศ ประชานันท์. ภาวะวิกฤตทางระบบประสาทและแนวทางการจัดการในห้องฉุกเฉิน. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย. 2566; 12(1): 34-47.

