ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัวต่อแรงจูงใจในการเลิกเสพแอมเฟตามีนในผู้ป่วยเสพติดแอมเฟตามีนที่มีอาการแทรกซ้อนทางจิตในระยะฟื้นฟูสมรรถภาพ

ผู้แต่ง

  • ผกามาศ มณีอินทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ
  • วัชรี มีศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ
  • รัชนีพร จันทร์มณี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ
  • สุดารัตน์ อรัญญา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ
  • ศศิภรณ์ วิงวอน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี จังหวัดปทุมธานี

คำสำคัญ:

โปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัว, แรงจูงใจในการเลิกเสพแอมเฟตามีน, ผู้ป่วยเสพติดแอมเฟตามีนที่มีอาการแทรกซ้อนทางจิต, ระยะฟื้นฟูสมรรถภาพ

บทคัดย่อ

      การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัวต่อแรงจูงใจในการเลิกเสพแอมเฟตามีน การมารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และการไม่กลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำภายใน 3 เดือน กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยชายเสพติดแอมเฟตามีนที่มีอาการแทรกซ้อนทางจิตซึ่งเข้ารับการบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยในระยะฟื้นฟูสมรรถภาพ ณ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี จำนวน 52 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 26 คน โดยมีญาติของผู้ป่วยกลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรม 26 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัว ประกอบด้วย 8 กิจกรรม ดำเนินกิจกรรมกลุ่มเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) โปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัว 2) แบบประเมินอาการทางจิต (Brief Psychiatric Rating Scale: BPRS) และ 3) เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามแรงจูงใจในการเลิกเสพแอมเฟตามีน แบบบันทึกการมารับการรักษาอย่างต่อเนื่องภายใน 3 เดือน และแบบบันทึกการไม่กลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำภายใน 3 เดือน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยทุกฉบับผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 1.00 ทุกฉบับและแบบสอบถามแรงจูงใจมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .85 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติไคสแควร์ (Chi-square test) สถิติฟิชเชอร์ (Fisher's exact test) การทดสอบที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำสองทาง (Two-way repeated measures ANOVA) และสถิติแมน-วิทนีย์ ยู (Mann-Whitney U test)

      ผลการวิจัยพบว่า คะแนนเฉลี่ยแรงจูงใจในการเลิกแอมเฟตามีนของกลุ่มทดลองในระยะหลังสิ้นสุดโปรแกรม 2 สัปดาห์และติดตามครบ 3 เดือนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) กลุ่มทดลองมีการมารับการรักษาอย่างต่อเนื่องภายใน 3 เดือนมากกว่ากลุ่มควบคุม แต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .070) และมีการไม่กลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำภายใน 3 เดือนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( p = .010) ดังนั้น โปรแกรมนี้จึงเป็นแนวทางการพยาบาลที่ช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจในการเลิกเสพและลดการกลับมานอนโรงพยาบาลซ้ำในผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้

เอกสารอ้างอิง

United Nations Office on Drugs and Crime. World drug report 2025 [Internet]. Vienna: UNODC; 2025 [cited 2025 Jun 28]. Available from: https://www.unodc.org/unodc/en/data-and-analysis/world-drug-report-2025.html

Darke S, Kaye S, McKetin R, Duflou J. Major physical and psychological harms of methamphetamine use. Drug Alcohol Rev. 2008;27(3):253-62.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. รายงานผลการสำรวจครัวเรือนเพื่อคาดประมาณจำนวนประชากรผู้ใช้สารเสพติดของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: กองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส.; 2567.

Rognli EB, Bramness JG. Understanding the relationship between amphetamines and psychosis. Curr Addict Rep. 2015;2(4):285-92.

National Institute on Drug Abuse. Principles of drug addiction treatment: a research-based guide. 3rd ed. Bethesda (MD): National Institute on Drug Abuse; 2018.

Novick D, Haro JM, Suarez D, Perez V, Dittmann RW, Haddad PM. Predictors and clinical consequences of non-adherence with antipsychotic medication in the outpatient treatment of schizophrenia. Psychiatry Res. 2010;176(2-3):109-13.

Miller WR, Rollnick S. Motivational interviewing: helping people change. 3rd ed. New York: Guilford Press; 2013.

House JS. Work stress and social support. Reading (MA): Addison-Wesley; 1981.

เมธี สุทธศิลป์ และสุดา ภู่น้อย. การสนับสนุนทางสังคมของครอบครัวต่อผู้ป่วยจิตเวชที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลวังเจ้า. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น. 2566;4(2):102-19.

Grove SK, Burns N, Gray JR. The practice of nursing research: appraisal, synthesis, and generation of evidence. 7th ed. St. Louis (MO): Elsevier Saunders; 2013.

นุจรินทร์ บัวละคร. ผลของโปรแกรมการบำบัดเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจโดยครอบครัวมีส่วนร่วมต่อความร่วมมือในการรักษาด้วยยาของผู้ป่วยในโรคร่วมจิตเภทและสุรา [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2560.

จิณห์จุฑา ชัยเสนา, นุชนาถ แก้วมาตร, ภาคิณี เดชชัยยศ, หทัยชนก เผ่าวิริยะ, ศรวิษฐ์ บุญประชุม และสุรชาติ นันตา. ผลของโปรแกรมกลุ่มบำบัดเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจต่อการมองโลกทางบวกและความตั้งใจในการเลิกยาเสพติดของเยาวชนที่ใช้สารเอมเฟตามีน [รายงานการวิจัย]. ชลบุรี: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา; 2560.

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดความรุนแรงสำหรับสถาบัน/โรงพยาบาล สังกัดกรมสุขภาพจิต. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: บริษัท พรอสเพอรัสพลัส จำกัด; 2563.

จุไรพร สัมพุทธานนท์. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันการเสพแอมเฟตามีนซ้ำของวัยรุ่นชาย สถานบำบัดยาเสพติดของรัฐ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.

ศุภชัย นวลสุทธิ์, จุฬา ศรีรักษา, ทัปปณ สัมปทณรักษ์ และสมหมาย คชนาม. ผลของโปรแกรมประยุกต์การบำบัดเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจต่อความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงและความต้องการการรักษาของผู้ป่วยยาเสพติดที่ต้องเข้ารับการบำบัดเป็นครั้งแรก. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์. 2565;42(2):163-77.

วรรณกร พลพิชัย และจันทรา อุ้ยเอ้ง. การสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัว ทักษะทางสังคม และพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากยาเสพติดของวัยรุ่นในตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง [รายงานการวิจัย]. ตรัง: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย; 2561.

วีรพล ชูสันเทียะ และสมเดช พินิจสุนทร. ผลของการบำบัดความคิดและพฤติกรรมต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยติดสารเสพติด. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2560;26(2):57-67.

โยธิน ศิรินานันท์, ชนะพล ศรีฤาชา และวีณา อิศรางกูร ณ อยุธยา. ประสิทธิผลโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจต่อความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงและความต้องการการรักษาของผู้เสพติดแอมเฟตามีน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน. 2566;9(2):93-106.

Barrowclough C, Haddock G, Wykes T, Beardmore R, Conrod P, Craig T, et al. Integrated motivational interviewing and cognitive behavioural therapy for people with psychosis and comorbid substance misuse: randomised controlled trial. BMJ. 2010;341:c6325.

ฉวีวรรณ สาระบุตร และสุขุมาภรณ์ บุญญาสุ. ผลของการให้คุณค่าและแรงสนับสนุนทางสังคมร่วมกับการเสริมพลังเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดของผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดหลังครบโปรแกรมฟื้นฟูสภาพทางสังคม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2566;8(3):1038-47.

จุฬาลักษณ์ ธรรมปัต. ผลของโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยจิตเภทในโรงพยาบาล [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2565.

นิมิต แก้วอาจ, สุริยา ศิริสุข, นุจรินทร์ บัวละคร และภาณุรัตน์ ศรีมุงคุล. ผลของการเสริมสร้างแรงจูงใจร่วมกับโปรแกรมการบำบัดแบบบูรณาการต่อพฤติกรรมการดื่มสุราและอาการทางจิตในผู้ป่วยสุราที่มีโรคร่วมจิตเภท [รายงานการวิจัย]. ขอนแก่น: กลุ่มภารกิจการพยาบาล โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์; 2563.

Carey KB, Leontieva L, Dimmock J, Maisto SA, Batki SL. Adapting motivational interventions for comorbid schizophrenia and alcohol use disorders. Clin Psychol (New York). 2007;14(1):39-57.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

มณีอินทร์ ผ., มีศิลป์ ว., จันทร์มณี ร., อรัญญา ส., & วิงวอน ศ. (2026). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจร่วมกับแรงสนับสนุนจากครอบครัวต่อแรงจูงใจในการเลิกเสพแอมเฟตามีนในผู้ป่วยเสพติดแอมเฟตามีนที่มีอาการแทรกซ้อนทางจิตในระยะฟื้นฟูสมรรถภาพ. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 1442–1453. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300498