การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเอชไอวีแบบบูรณาการโดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพ ครอบครัว และภาคีเครือข่ายชุมชน อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
ผู้ติดเชื้อเอชไอวี, การดูแลแบบบูรณาการ, การจัดการตนเอง, ทีมสหวิชาชีพ, ภาคีเครือข่ายชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัญหาการดูแล พัฒนา และประเมินผลรูปแบบการดูแลผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเอชไอวีแบบบูรณาการโดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพ ครอบครัว และภาคีเครือข่ายชุมชน อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม ดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 ถึงกันยายน พ.ศ. 2567 แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ศึกษาสถานการณ์และวิเคราะห์ปัญหา พัฒนารูปแบบจำนวน 2 วงรอบ และประเมินผลรูปแบบ โดยประยุกต์แนวคิดการสนับสนุนการจัดการตนเองผ่านกระบวนการ 5A’s ร่วมกับแนวคิดการจัดการตนเองของ Creer ผู้ร่วมพัฒนารูปแบบประกอบด้วยบุคลากรทีมสหวิชาชีพ 25 คน และครอบครัว ผู้ดูแล และภาคีเครือข่ายชุมชน 42 คน ส่วนกลุ่มผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับการดูแลตามรูปแบบจำนวน 80 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เก็บข้อมูลด้วยแบบบันทึกข้อมูลทางคลินิก แบบประเมินพฤติกรรมการจัดการตนเอง แบบประเมินกระบวนการสนับสนุนการจัดการตนเอง แบบประเมินคุณภาพชีวิต แบบประเมินความพึงพอใจ การสัมภาษณ์และการประชุมกลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Paired t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การประเมินแบบองค์รวมและจำแนกความเสี่ยง 2) การให้ข้อมูลและคำปรึกษาเฉพาะบุคคล 3) การส่งเสริมการจัดการตนเองและกำหนดเป้าหมายร่วมกัน 4) การประสานการดูแลแบบบูรณาการ และ 5) การติดตามต่อเนื่องเชิงรุก ภายหลังใช้รูปแบบ คะแนนพฤติกรรมการจัดการตนเองโดยรวมเพิ่มจาก 30.84 ± 4.76 เป็น 39.26 ± 3.58 คะแนน แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) กระบวนการสนับสนุนการจัดการตนเองมีความครบถ้วนอยู่ในระดับสูงทุกด้าน ผู้ติดเชื้อมีความสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสและการมาตามนัดเพิ่มขึ้น ขณะที่การขาดนัดและการสูญหายจากระบบลดลง อัตราการคงอยู่ในระบบการรักษาและการกดปริมาณไวรัสสำเร็จเพิ่มขึ้น นอกจากนี้คะแนนคุณภาพชีวิตเพิ่มจาก 78.46 ± 9.82 เป็น 86.35 ± 8.14 คะแนน ผู้รับบริการและทีมสหวิชาชีพมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Updated recommendations on service delivery for the treatment and care of people living with HIV. Geneva: World Health Organization; 2021.
Joint United Nations Programme on HIV/AIDS (UNAIDS). Global AIDS Strategy 2021–2026: End Inequalities. End AIDS. Geneva: UNAIDS; 2021.
Division of AIDS and STIs, Department of Disease Control, Ministry of Public Health. State of HIV Epidemic in Thailand in 2024. Nonthaburi: Department of Disease Control; 2025.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์คาดประมาณเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย ปี 2567 และการรณรงค์ตรวจเอชไอวี “เทสเลย รู้ไว ไปต่อได้”. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2567.
โรงพยาบาลยางสีสุราช. สรุปผลการดำเนินงานคลินิกเอชไอวี โรงพยาบาลยางสีสุราช ปีงบประมาณ 2564–2566. มหาสารคาม: โรงพยาบาลยางสีสุราช; 2566. เอกสารไม่ได้ตีพิมพ์.
Areri HA, Marshall A, Harvey G. Interventions to improve self-management of adults living with HIV on antiretroviral therapy: a systematic review. PLoS One. 2020;15(5). doi:10.1371/journal.pone.0232709.
Glasgow RE, Davis CL, Funnell MM, Beck A. Implementing practical interventions to support chronic illness self-management. Jt Comm J Qual Saf. 2003;29(11):563–574. doi:10.1016/S1549-3741(03)29067-5.
Creer TL. Self-management of chronic illness. In: Boekaerts M, Pintrich PR, Zeidner M, editors. Handbook of Self-Regulation. San Diego: Academic Press; 2000. p. 601–629. doi:10.1016/B978-012109890-2/50047-0.
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Victoria: Deakin University Press; 1988.
โชคคติวัฒน์ ส, วรชิณ ด. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี โรงพยาบาลเจริญศิลป์. วารสารโรคเอดส์. 2563;32(1):15-27. doi:10.14456/taj.2020.2.
ประจักร เหิกขุนทด. การพัฒนารูปแบบการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ โรงพยาบาลส่องดาว. วารสาโรคเอดส์. 2564;33(3):151-164. doi:10.14456/taj.2021.13.
Areri HA, Marshall A, Harvey G. Interventions to improve self-management of adults living with HIV on antiretroviral therapy: a systematic review. PLoS One. 2020;15(5). doi:10.1371/journal.pone.0232709.
มงคล กันตพานิชการ. การพัฒนารูปแบบการดูแลรักษาและความร่วมมือในการรับประทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ โรงพยาบาลหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(1):88-100.

