การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและ มะเร็งระยะสุดท้ายสู่ palliative reality โดยบูรณาการ กงไกรลาศโมเดล ร่วมกับชุมชนโรงพยาบาลกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย
คำสำคัญ:
โรคไตเรื้อรังและมะเร็งระยะสุดท้าย, การดูแลแบบประคับประคองบูรณาการ, กงไกรลาศโมเดลบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและมะเร็งระยะสุดท้ายสู่ Palliative Reality โดยบูรณาการ "กงไกรลาศโมเดล" ร่วมกับชุมชน ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 รวมระยะเวลา 21 เดือน แบ่งเป็น 3 วงรอบตามกระบวนการ PAOR กลุ่มตัวอย่างในระยะพัฒนารูปแบบ คือ ทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่าย จำนวน 20 คน และกลุ่มตัวอย่างในระยะประเมินผล คือ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 จำนวน 36 ราย พร้อมผู้ดูแลหลัก 36 คน และผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย จำนวน 34 ราย พร้อมผู้ดูแลหลัก 34 คน รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 160 คน คัดเลือกแบบเจาะจง ใช้รูปแบบการวิจัยกลุ่มเดียววัดก่อน-หลัง (One Group Pretest-Posttest Design) เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย ระบบ "กงไกรลาศโมเดล" ฉบับบูรณาการ แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับการดูแลแบบประคับประคอง แบบประเมินอาการรบกวน ESAS และ PPS แบบประเมินการวางแผนดูแลล่วงหน้า และแบบประเมินความพึงพอใจ
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการใช้ระบบที่พัฒนาขึ้น ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะท้ายมีคะแนนอาการรบกวน ESAS ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 42.50±10.80 คะแนน เป็น 24.30±8.20 คะแนน จากคะแนนเต็ม 110 คะแนน (t=13.62, p<.001) และผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมีคะแนนอาการรบกวนลดลงจาก 42.18±8.65 คะแนน เป็น 24.35±6.92 คะแนน (p<.001) ด้านตัวชี้วัดเชิงระบบ พบว่าอัตราการทำ ACP/Family Meeting ครบถ้วนในกลุ่มไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 75.00 เป็นร้อยละ 91.67 และในกลุ่มมะเร็งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 70.59 เป็นร้อยละ 97.06 อัตราการเสียชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี (Good Death) ในกลุ่มไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 69.44 เป็นร้อยละ 91.67 และในกลุ่มมะเร็งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 67.65 เป็นร้อยละ 91.18 อัตราการเสียชีวิตในสถานที่ที่ปรารถนาเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 61.11 เป็นร้อยละ 88.89 ในกลุ่มไตเรื้อรัง และจากร้อยละ 58.82 เป็นร้อยละ 85.29 ในกลุ่มมะเร็ง เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งระบบบูรณาการ อัตราการเสียชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรีโดยรวมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 68.57 เป็นร้อยละ 91.43 และผู้ป่วยมีเพียงส่วนน้อยที่ต้องเริ่มบำบัดทดแทนไตแบบฉุกเฉินหรือถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น ความพึงพอใจของผู้ป่วยและครอบครัวหลังใช้ระบบอยู่ในระดับมากที่สุดทั้งสองกลุ่มโรค (𝑥̅=4.62±0.38 ในกลุ่มไตเรื้อรัง และ 𝑥̅=4.58±0.35 ในกลุ่มมะเร็ง) และผลการประเมินความเหมาะสมของระบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิมีค่าเฉลี่ยรวม 4.58±0.41 จากคะแนนเต็ม 5 อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. (2021). Palliative care [Fact sheet].
World Health Organization. (2558). Improving access to palliative care [Fact sheet, WHO/NMH/NVI/15.5].
Bray, F., Laversanne, M., Sung, H., et al. (2024). Global cancer statistics 2022: GLOBOCAN estimates of incidence and mortality worldwide for 36 cancers in 185 countries. CA: A Cancer Journal for Clinicians, 74(3), 229–263.
Bello, A. K., Okpechi, I. G., Levin, A., et al. (2024). An update on the global disparities in kidney disease burden and care across world countries and regions. Lancet Global Health, 12, e382–e395.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย. (2568). รายงานสถานการณ์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2567. สุโขทัย: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย.
โรงพยาบาลกงไกรลาศ. (2568). รายงานประจำปีการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ประจำปี 2567. กงไกรลาศ: โรงพยาบาลกงไกรลาศ.
ชมพูนุช พายุหะ, สิริมาพร นาศพัฒน์, เพราพนิต สอนสิทธิ์ และกาญจนา จันทะนุย. (2568). การพัฒนาระบบบริการศูนย์ชีวาภิบาลโรงพยาบาลสู่ชุมชนสำหรับการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 5(2), 47–59.
สุภัทรา สายันเกณะ. (2567). ระบบการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายแบบองค์รวมชนิดประคับประคอง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ ปี 2567. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม, 9(4), 423–431.
นันท์นภัส ประไพ, และนันทิกานต์ หวังจิ. (2568). การพัฒนารูปแบบการวางแผนดูแลตนเองล่วงหน้าในผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง โรงพยาบาลโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม, 10(1), 721–730.
เพ็ญศรี รักษ์วงค์, สุณัฎดา คเชนทร์ชัย, และมุจจรินทร์ อัศวพัฒน์. (2568). การพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งแบบประคับประคองบูรณาการไร้รอยต่อเครือข่าย รพ.มหาราชนครราชสีมา ในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 43(4), e281574.
Hojjat-Assari, S., Rassouli, M., Madani, M., & Heydari, H. (2021). Developing an integrated model of community-based palliative care into the primary health care (PHC) for terminally ill cancer patients in Iran. BMC Palliative Care, 20(1), 94.
Kates, J., Stricker, C. T., Rising, K. L., Gentsch, A. T., Solomon, E., Powers, V., Salcedo, V. J., & Worster, B. (2024). Perspectives from patients with chronic lung disease on a telehealth-facilitated integrated palliative care model: A qualitative content analysis study. BMC Palliative Care, 23(1), 100.
Scherer, J. S., Rau, M. E., Krieger, A., Xia, Y., Zhong, H., Brody, A., Charytan, D. M., & Chodosh, J. (2022). A pilot randomized controlled trial of integrated palliative care and nephrology care. Kidney360, 3(10), 1720–1729.
Song, M. K., Manatunga, A., Plantinga, L., Metzger, M., Kshirsagar, A. V., Lea, J., Abdel-Rahman, E. M., Jhamb, M., Wu, E., Englert, J., & Ward, S. E. (2024). Effectiveness of an advance care planning intervention in adults receiving dialysis and their families: A cluster randomized clinical trial. JAMA Network Open, 7(1), e2351511.
จิระมารถ กระเป๋าทอง. (2568). การพัฒนารูปแบบการดูแลแบบประคับประคองในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย โรงพยาบาลโคกสำโรง. วารสารการศึกษา-สุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อม, 10(5), 517–525.
ชุมศรี ต้นเกตุ, อรพิน นวพงศกร, ปัณณทัต บนขุนทด, และณรงค์กร ชัยวงศ์. (2568). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายแบบประคับประคองต่อผลลัพธ์ทางคลินิกและคุณภาพชีวิต. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(1), 20–30.

