การพัฒนารูปแบบการชะลอและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วม ของภาคีเครือข่ายในชุมชน อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, ภาวะสมองเสื่อม, การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหา พัฒนารูปแบบการชะลอและป้องกันภาวะสมองเสื่อมโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในชุมชน และประเมินผลรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2566–กันยายน 2567 ในอำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้สูงอายุจำนวน 150 คน และภาคีเครือข่ายในชุมชนจำนวน 45 คน ได้แก่ ผู้สูงอายุและครอบครัว อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน บุคลากรสาธารณสุข/พยาบาล และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระบวนการพัฒนาใช้วงจร PAOR จำนวน 2 วงรอบ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบทดสอบสภาพสมองเบื้องต้น (AMT) แบบประเมินความรู้และพฤติกรรมการป้องกันภาวะสมองเสื่อม แบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน แบบประเมินความพึงพอใจ และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Paired t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษาสถานการณ์ พบว่า ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อภาวะบกพร่องทางสติปัญญาร้อยละ 65.33 และชุมชนยังขาดความรู้และระบบการดูแลเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อมอย่างเป็นระบบ รูปแบบที่พัฒนาขึ้นเรียกว่า “ฮักแพง เบิ่งแงง สมองดี ยางสีสุราช” ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) แผนการเรียนรู้ 5 ด้าน คือ การออกกำลังกาย การฝึกกระตุ้นการทำงานของสมอง โภชนาการ สุขภาพจิต และการนอนหลับ 2) แผนการดูแล (Care Plan) สำหรับการเยี่ยมบ้านตามระดับความเสี่ยง และ 3) ระบบการดูแลแบบผสมผสานระหว่างการเยี่ยมบ้าน (Onsite Home Visit) และการพยาบาลทางไกล (Telenursing) โดยมีครอบครัว อสม. ทีมพยาบาล และภาคีเครือข่ายร่วมดำเนินงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ประเมินผลจำนวน 150 คน Manuscripพัชรมาศ หลังใช้รูปแบบเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าคะแนนเฉลี่ย AMT เพิ่มขึ้นจาก 7.85 ± 0.90 เป็น 8.53 ± 0.89 คะแนน สัดส่วนกลุ่มเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมลดลงจากร้อยละ 65.33 เป็นร้อยละ 32.67 คะแนนความรู้เพิ่มขึ้นจาก 15.42 ± 3.21 เป็น 22.18 ± 2.87 คะแนน และคะแนนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้นจาก 4.10 ± 0.95 เป็น 4.52 ± 0.73 คะแนน โดยแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจต่อรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (Mean = 4.79, SD = 0.45)
เอกสารอ้างอิง
United Nations. (2023). World population ageing 2023: Highlights. United Nations, Department of Economic and Social Affairs, Population Division.
World Health Organization. (2023). Mental health and older adults. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/mental-health-of-older-adults
Carvalho, A., Rea, I. M., Parimon, T., & Cusack, B. J. (2014). Physical activity and cognitive function in individuals over 60 years of age: A systematic review. Clinical Interventions in Aging, 9, 661–682. https://doi.org/10.2147/CIA.S55520
กรมอนามัย สำนักอนามัยผู้สูงอายุ. (2561). คู่มือส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุและป้องกันสมองเสื่อม. โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.
วิชัย เอกพลากร (บรรณาธิการ). (2557). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557. สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
Angevaren, M., Aufdemkampe, G., Verhaar, H. J., Aleman, A., & Vanhees, L. (2008). Physical activity and enhanced fitness to improve cognitive function in older people without known cognitive impairment. Cochrane Database of Systematic Reviews, (3), CD005381. https://doi.org/10.1002/14651858.CD005381.pub2
Valenzuela, M., & Sachdev, P. (2009). Can cognitive exercise prevent the onset of dementia? Systematic review of randomized clinical trials with longitudinal follow-up. The American Journal of Geriatric Psychiatry, 17(3), 179–187.
Franks, K. H., Bransby, L., Saling, M. M., & Pase, M. P. (2021). Association of stress with risk of dementia and mild cognitive impairment: A systematic review and meta-analysis. Journal of Alzheimer's Disease, 82(4), 1573–1590. https://doi.org/10.3233/JAD-210094
กัญญา จันทร์พล, และสดุดี ภูห้องไสย. (2567). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อชะลอและป้องกันภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ: เขตสุขภาพที่ 7. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 47(1), 54–67.
กมลทิพย์ จันทร์คำ, มณฑิชา รักศิลป์, และนพรัตน์ ส่งเสริม. (2563). การพัฒนารูปแบบการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำครอบครัว ในเขตอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 3(5), 255–265.
จารุวรรณ ก้านศรี, ดลใจ จองพานิช, นภัทร เตียอนุกูล, ภัทรวดี ศรีนวล, และรังสิมันต์ สุนทรไชยา. (2560). ผลของโปรแกรมบริหารสมองต่อการเพิ่มความจำในผู้สูงอายุที่มีความจำพร่องเล็กน้อย. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 44(ฉบับพิเศษ), 12–21.
ธัญญารัตน์ อโนทัยสินทวี, แสงศุลี ธรรมไกร, และพัฒน์ศรี ศรีสุวรรณ. (2567). รายงานการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบเรื่องมาตรการการป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. https://www.hitap.net/documents/24288 https://doi.org/10.1097/JGP.0b013e3181953b57
Wennberg, A. M. V., Wu, M. N., Rosenberg, P. B., & Spira, A. P. (2017). Sleep disturbance, cognitive decline, and dementia: A review. Seminars in Neurology, 37(4), 395–406. https://doi.org/10.1055/s-0037-1604351

