การพัฒนารูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3อ ของผู้สูงอายุ จังหวัดนราธิวาส
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบตามหลัก 3อ, เสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพ, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, ตามหลัก 3 อบทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ ของผู้สูงอายุ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ที่ใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method Research) และใช้เทคนิคการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบและทดสอบประสิทธิผลของรูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3อ ของผู้สูงอายุ เป็นการวิจัยและพัฒนาที่ใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสานและใช้เทคนิคการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 การสังเคราะห์รูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ ของผู้สูงอายุ ขั้นตอนนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและปริมาณ มีการดำเนินงาน โดยมีกลุ่มตัวอย่าง 389 คน ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 29 คน ระยะที่ 3 การทดสอบประสิทธิผลของรูปแบบ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส 78 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพและแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired samples t-test ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความรอบรู้ด้านสุขภาพ เท่ากับ .820 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบ เท่ากับ .856
ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบที่ถูกพัฒนาใช้แนวคิดแบบจำลอง V-Shape ประกอบด้วย 18 กิจกรรม ผลการทดสอบประสิทธิผลของรูปแบบ ดังนี้ 1) ผู้สูงอายุมีคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพเฉลี่ยสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) ความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.61, S.D.= .574) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่ารูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก อ3 มีประสิทธิผลอยู่ในระดับดีมาก
การขยายผลและประเมินประสิทธิผลรูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านอาหารของผู้สูงอายุมุสลิมจังหวัดนราธิวาส จำนวน 13 อำเภอ วันที่ 1 มิถุนายน 2569-31 กรกฎาคม 2569 โดยรวมและรายด้านเพิ่มขึ้น อยู่ในระดับมากละมากที่สุด โดยภายหลังการทดลองผู้สูงอายุมีความรอบรู้ด้านสุขภาพตามหลัก 3อ มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ทั้งโดยรวมและรายด้าน ความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3อ ของผู้สูงอายุ ในภาพรวมอยู ่ในระดับมากที่สุด และ ผลต่อสภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ พบว่า กลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังสะสมเฉลี่ยต่อปี ร้อยละ 33.04 ในปีปัจจุบันมีผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำนวน 1,832 ราย คิดเป็นร้อยละ 10.26 โดยลดลงจากกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังสะสมเฉลี่ยต่อปี ร้อยละ 22.78
เอกสารอ้างอิง
Ivancevich, J.M. and others.(1989). Management : Principle and Functions. 4th ed. Boston : Richard D. Irwin, Inc.
กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย. (ม.ป.ท.). เอกสารประกอบการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ประเด็นความรอบรู้ด้านสุขภาพ เรื่องและประเด็นการปฏิรูปด้านสาธารณสุข : ประเด็นความรอบรู้ด้านสุขภาพ.
กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. 2563. สถิติ สาธารณสุข พ.ศ. 2562. นนทบุรี: กลุ่มข้อมูลข่าวสารสุขภาพ.
สุนิศา แสงจันทร์ ศิริพร จันทร์ฉาย พัชนา ใจดี และวนัสรา เชาวน์นิยม. (2558). รายงานวิจัยเรื่อง แบบแผนการบริโภคอาหาร ภาวะโภชนาการ และปัจจัยขับเคลื่อน ชุมชนผู้สูงอายุสุขภาพ ดี. สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2566 จาก http://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/1671?show=full.
สำนักส่งเสริมและสนับสนุนบริการวิชาการ 2. (2558). โครงการจัดการศึกษาการจัดสวัสดิการที่ เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในแต่ละช่วงวัย.กรุงเทพฯ: สำนักส่งเสริมและสนับสนุน
Kemmis, S; and Mc Taggart, R. (1988). The Action Research planner.
วชิระ เพ็งจันทร์. (2562). เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อ สนับสนุนงานโรงเรียนรอบรู้ด้านสุขภาพพื้นที่กรุงเทพมหานคร
Best J. W.(1981), Research in Education, 4th Edition , New Delhi, Prentice Hall Of India Pvt. Ltd.
ทัดตา สุภากูลย์. (2561). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพสำหรับเด็กนักเรียน โรงเรียน ตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ทุรกันดาร อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี. สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก.
วรรณภา ประทุมโทน พนารัตน์ เจนจบ สมตระกูล ราศิริ และนันทวรรณ ธีรพงศ์ (2562). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพแบบมีส่วนร่วมต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพและสถานะ สุขภาพของบุคลากร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี. วารสารวิชาการสาธารณสุข. ปีที่ 28 ฉบับ พิเศษ : 96-108.
สมรทิพย์ วิภาวนิช และนรินทร์ สังข์รักษา. (2559). การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสุขภาวะชุมชน. Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ ปีที่ 9 ฉบับที่ 2: 12071223.

