วารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj <p>วารสารมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการบริหารงานร่วมกันระหว่างสถาบัน ในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ในรูปแบบการจัดประชุมวิชาการ เผยแพร่ผลงานในวารสารวิชาการ การเพิ่มศักยภาพนักวิจัยให้มีความรู้ความเข้าใจในบริบทที่มีการปรับเปลี่ยนตามกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ รวมถึงการร่วมมือกันสร้างผลงานวิจัยเพื่อนำองค์ความรู้สู่ชุมชน สังคมและประเทศชาติให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน</p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ ผู้เขียน</p> <p>ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ</p> hsrnj.journal@gmail.com (ดร.กฤษดา เชียรวัฒนสุข) hsrnj.journal@gmail.com (ดร.รุจิกาญจน์ สานนท์) Fri, 22 Apr 2022 14:54:50 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การทบทวนวรรณกรรมผลกระทบของภาวะผู้นำในบริษัทโลจิสติกส์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/255373 <p>วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อทำความเข้าใจภาวะผู้นำในบริษัทโลจิสติกส์และซัพพลายเชน การศึกษาก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเน้นศึกษาในแง่มุมฝั่งตะวันตก ซึ่งยังไม่ค่อยมีการศึกษาเกี่ยวกับองค์กรในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้มากนัก นอกจากนี้ความสำคัญและบทบาทของกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียนมีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีการรวมตัวกันทางการขนส่งสินค้าภายในภูมิภาคมากขึ้น การทำความเข้าใจภาวะผู้นำในบริษัทโลจิสติกส์สามารถช่วยพัฒนาภาวะผู้นำในภาคอุตสาหกรรมนี้ในภูมิภาคอาเซียนได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการต่างๆของโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการทบทวนวรรณกรรมนี้ จะกล่าวถึงทฤษฎีภาวะผู้นำในหลายรูปแบบ เช่น ทฤษฎีผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ทฤษฎีคุณลักษณะผู้นำ ทฤษฎีอุปนิสัย ภาวะผู้นำตามสภาวการณ์ ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน ทฤษฎีภาวะผู้นำแบบความสามารถพิเศษ แนวคิดภาวะผู้นําแบบซับซ้อน หลังจากที่ได้ทบทวนวรรณกรรมพบว่า ทฤษฎีผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง มีประโยชน์มากที่สุดที่จะนำมาปรับใช้ในบริษัทโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ซึ่งผู้นำประเภทนี้จะต้องมีความยืดหยุ่นสูงและปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันทฤษฎีนี้ยังช่วยในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและผู้ตามได้เป็นอย่างดี รวมทั้งจะช่วยให้เข้าใจในการจะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้มีประสิทธิภาพอีกด้วย</p> พรรณรจิต ฮาวรังษี, เกวลิน แท่นทอง, พุทธิวัต สิงห์ดง Copyright (c) 2022 พรรณรจิต ฮาวรังษี, เกวลิน แท่นทอง, พุทธิวัต สิงห์ดง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/255373 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700 ไอซีทีและการจัดการเชิงกลยุทธ์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/256208 ธิดารัตน์ มณีอินทร์ Copyright (c) 2022 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/256208 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700 บทบรรณาธิการ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/256209 กฤษดา เชียรวัฒนสุข Copyright (c) 2022 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/256209 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700 คุณภาพการบริการและการกำจัดความสูญเสียที่มีอิทธิพลต่อวิถีใหม่ ที่ก่อให้เกิดความสำเร็จของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วน แก่ผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/252313 <p>การวิจัยแบบผสมวิธีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณภาพการบริการและการกำจัดความสูญเสีย โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก 2) วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และองค์ประกอบเชิงยืนยัน และ3) ศึกษาคุณภาพการบริการและการกำจัดความสูญเสียภายใต้วิถีใหม่ที่ก่อให้เกิดความสำเร็จของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนแก่ผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ใช้การวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงบรรยาย การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) การวิเคราะห์เนื้อหาจากการสัมภาษณ์เชิงลึกได้คุณภาพการบริการ 41 ประเด็น และการกำจัดความสูญเสีย 34 ประเด็น 2) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ พบว่า (1) คุณภาพการบริการได้องค์ประกอบ 7 ด้าน และ (2) การกำจัดความสูญเสีย ได้องค์ประกอบ 4 ด้าน และ 3) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน พบว่า (1) โมเดลวัดคุณภาพการบริการสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่า <em>P</em> = .78, χ<sup>2</sup>/df = .36 และ RMSEA = .00 ได้องค์ประกอบ 7 ด้าน และ (2) โมเดลวัดการกำจัดความสูญเสีย สอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่า <em>P </em>= .63, χ<sup>2</sup>/df = .22 และ RMSEA = .00 ได้องค์ประกอบ 4 ด้าน เช่นเดียวกับผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และ (3) ผลการวิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของงานวิจัยสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่า <em>P</em> = .62, χ<sup>2</sup>/df = .89 และ RMSEA = .00 อธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 78 โดยตัวแปรวิถีใหม่ของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วน ซึ่งประกอบด้วยคุณภาพการบริการและการกำจัดความสูญเสียก่อให้เกิดความสำเร็จของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนโดยมีขนาดของอิทธิพลสัมประสิทธิ์เส้นทางมาตรฐานเท่ากับ .89 ที่ระดับนัยสำคัญ .01 </p> สมพล ทุ่งหว้า Copyright (c) 2022 สมพล ทุ่งหว้า https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/252313 Fri, 22 Apr 2022 00:00:00 +0700 สุขภาวะของพนักงานหลังจากการปรับโครงสร้างขององค์กร ที่ส่งต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงาน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/251965 <p>จากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาด ทำให้หลายองค์กรต้องทำการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ หนึ่งในการจัดการคือการปรับโครงสร้างขององค์กรซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะของพนักงาน และสุขภาวะของพนักงานนี้เองมีผลกระทบต่อผลการปฏิบัติงานทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาปัจจัยสุขภาวะที่เกี่ยวข้องกับงานและทางจิตใจของพนักงานหลังจากที่องค์กรได้ทำการปรับโครงสร้างที่มีผลกระทบต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงาน ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 400 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ ด้วยโปรแกรมทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95</p> <p>ผลการวิจัยสุขภาวะที่เกี่ยวข้องกับงานและจิตใจของพนักงานหลังจากการปรับโครงสร้างขององค์กร พบว่า ด้านความพึงพอใจในงาน ด้านการมีส่วนร่วมในงาน และด้านความสุขอยู่ในระดับมาก รองลงมาเป็นด้านความเครียดอยู่ในระดับปานกลาง และสุดท้ายด้านความไม่มั่นคงในงานอยู่ในระดับน้อย ในส่วนของการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณพบว่าปัจจัยสุขภาวะของพนักงานที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของพนักงานเชิงบวกที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ได้แก่ ด้านการมีส่วนร่วมในงาน และด้านความสุข ส่วนด้านอื่น ๆ ได้แก่ ความพึงพอใจในงาน ความไม่มั่นคงในงาน และความเครียด กลับไม่พบความสำคัญต่อการปฏิบัติงานของพนักงาน</p> วรัญพงศ์ บุญศิริธรรมชัย, พลอย สุดอ่อน Copyright (c) 2022 วรัญพงศ์ บุญศิริธรรมชัย, พลอย สุดอ่อน https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/251965 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700 ผลกระทบของภาวะผู้ตามในฐานะตัวแปรคั่นกลางในความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำและประสิทธิภาพทีมงาน: กรณีศึกษาของพนักงานซูเปอร์มาเก็ต https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/255350 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะผู้ตามในบทบาทตัวแปรคั่นกลางระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำและประสิทธิภาพของทีมงาน ซึ่งทำการศึกษากับพนักงานในธุรกิจซูเปอร์มาเก็ต โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 365 คน จากการสุ่มแบบเจาะจง ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานโดยใช้แบบจำลองสมการโครงสร้าง</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า แบบจำลองโครงสร้างภาวะผู้นำและผู้ตามที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของทีมงานของพนักงานในธุรกิจซูเปอร์มาเก็ต มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่า Chi-square/df มีค่าเท่ากับ 2.491 GFI มีค่าเท่ากับ 0.973 AGFI มีค่าเท่ากับ 0.929 CFI มีค่าเท่ากับ 0.973 NFI มีค่าเท่ากับ 0.965 และ RMSEA มีค่าเท่ากับ 0.064 และพบว่า ภาวะผู้นำและผู้ตามส่งผลต่อประสิทธิภาพทีมงานของพนักงานในธุรกิจซูเปอร์มาเก็ต และผลการศึกษายืนยันว่าภาวะผู้ตามมีบทบาทในฐานะตัวแปรคั่นกลางระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำและประสิทธิภาพของทีมงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และมีอำนาจในการพยากรณ์ร้อยละ 92</p> ชาลินี ปลูกผลงาม, ธนัชญกร ชิณวงค์, พัชร์หทัย จารุทวีผลนุกูล, ชเนตตี พุ่มพฤกษ์ Copyright (c) 2022 ชาลินี ปลูกผลงาม, ธนัชญกร ชิณวงค์, พัชร์หทัย จารุทวีผลนุกูล, ชเนตตี พุ่มพฤกษ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/255350 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700 การเปรียบเทียบการเปิดเผยนโยบายสำหรับการวัดมูลค่ายุติธรรม และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/254360 <p>งานวิจัยนี้ วัตถุประสงค์เพื่อที่จะเปรียบเทียบการเปิดเผยนโยบายสำหรับการวัดมูลค่ายุติธรรมและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยทำการศึกษาเก็บข้อมูลจากข้อมูลที่มีปรากฎในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการดำเนินกิจกรรมในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เทคโนโลยี ทรัพยากร บริการ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าอุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จำนวน 100 บริษัท โดยเก็บข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2558 - พ.ศ. 2559</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยประกอบไปด้วยกลุ่มบริษัทจดทะเบียน ระดับบรรษัทภิบาล และสัดส่วนผู้ถือหุ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย และสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และตัวแปรการเปิดเผยมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ประกอบไปด้วย การเลือกใช้นโยบายทางบัญชีสำหรับที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ การเลือกใช้นโยบายทางบัญชีสำหรับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และจำนวนคำในการเปิดเผยค่ายุติธรรม มีความสัมพันธ์และให้ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ประกอบไปด้วย ขนาดของมูลค่ากิจการ (ราคาปิด ณ วันสิ้นงวด) และความสามารถในการทำกำไร ได้แก่ อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผู้ที่จะนำเอาผลการศึกษานี้ไปใช้จำเป็นศึกษาตัวแปรอื่น ๆ เพิ่มเติม</p> อัฐพงษ์ ธีระคานนท์, กิ่งกาญจน์ มูลเมือง, เฮียง บัวไหล Copyright (c) 2022 อัฐพงษ์ ธีระคานนท์, กิ่งกาญจน์ มูลเมือง, เฮียง บัวไหล https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/254360 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีผลต่อความพร้อมและความตั้งใจในการเคลื่อนย้ายแรงงาน ของบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/254100 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความพร้อมและความตั้งใจในการเคลื่อนย้ายแรงงานของบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้คือ การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการสำรวจ โดยแจกแบบสอบถามให้กับบุคลากรวิชาชีพด้านโรงแรมและที่พัก ตำแหน่งพนักงานบริการส่วนหน้า จำนวน 400 คน และบุคลากรวิชาชีพสาขาการเดินทางด้านตัวแทนท่องเที่ยวและบริษัททัวร์ จำนวน 400 คน สถิติเชิงพรรณนาที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเขิงอนุมานที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน คือ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ในรูปแบบของโมเดลสมการโครงสร้างแบบกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน</p> <p>ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า สมรรถนะโดยทั่วไป สมรรถนะที่เกี่ยวกับหน้าที่ การรับรู้วัตถุประสงค์ การรับรู้คุณสมบัติและปัจจัยผลักดันและดึงดูด มีผลกระทบทางตรงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อความตั้งใจในการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากนี้สมรรถนะโดยทั่วไป สมรรถนะที่เกี่ยวกับหน้าที่การรับรู้วัตถุประสงค์ และการรับรู้คุณสมบัติ มีผลกระทบทางอ้อมต่อความตั้งใจในการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่ประชาคมอาเซียนผ่านความพร้อมของบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01</p> อุมาวสี ศรีบุญลือ Copyright (c) 2022 อุมาวสี ศรีบุญลือ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/254100 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐ และองค์การสาธารณกุศลในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: กรณีศึกษาอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/252470 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์การสาธารณกุศลในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: กรณีศึกษาอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคของความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์การสาธารณกุศลในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: กรณีศึกษาอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช และ 3) เสนอแนะแนวทางความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์การสาธารณกุศลในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: กรณีศึกษาอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย 30 คน ได้แก่ 1) องค์กรภาครัฐ 5 คน 2) องค์การสาธารณกุศล 15 คน และ 3) ประชาชนผู้ประสบภัย 10 คน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์การสาธารณกุศลในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: กรณีศึกษาอุทกภัย จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ ปัจจัยผู้นำ ปัจจัยวัตถุประสงค์และปัจจัยอำนาจตัดสินใจในการปฏิบัติงาน ส่วนปัญหาและอุปสรรคของความร่วมมือฯ คือ ปัจจัยการติดต่อสื่อสารและประสานงาน ปัจจัยความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ปัจจัยทรัพยากรในการปฏิบัติงาน และปัจจัยการแสวงหาผลประโยชน์และการแทรกแซงการปฏิบัติงาน</p> <p>ผู้วิจัยได้เสนอตัวแบบสานพลังจัดการสาธารณภัยเพื่อปรับปรุงและพัฒนาความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</p> พรรณภัทร ราชาภรณ์ Copyright (c) 2022 Phannaphat Rachaporn https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/252470 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700 บุพปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนในประเทศไทย กรณีศึกษา บริษัท นิ่ม เอ็กซ์เพรส จำกัด https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/253794 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลเชิงสาเหตุของตัวแบบสมการโครงสร้างบุพปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนในประเทศไทย กรณีศึกษา บริษัท นิ่ม เอ็กซ์เพรส จำกัด กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารของบริษัท นิ่ม เอ็กซ์เพรส จำกัด จำนวน 205 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน </p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ตัวแบบสมการโครงสร้างบุพปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนในประเทศไทย กรณีศึกษา บริษัท นิ่ม เอ็กซ์เพรส จำกัด กับข้อมูลเชิงประจักษ์ สอดคล้องกลมกลืนดี ค่าสถิติผ่านเกณฑ์ทุกค่า โดยมีค่า χ<sup>2</sup>/ df = 1.01, <em>P</em> = 0.452 และ RMSEA = 0.00 และโมเดลวัดการกำจัดความสูญเสีย และความสำเร็จของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วน คงองค์ประกอบและตัวแปรสังเกตเดิม สำหรับโมเดลวัดคุณภาพบริการ มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ โดยตัดองค์ประกอบย่อย ความรวดเร็วในการขนส่ง ตามผลการวิเคราะห์ความเชื่อมั่นของข้อคำถาม และ 2) ผลการศึกษาโมเดลเชิงสาเหตุของงานวิจัย พบว่า การกำจัดความสูญเสียเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วน ในประเทศไทย มากที่สุด รองลงมา คุณภาพการบริการ โดยมีขนาดของอิทธิพลสัมประสิทธิ์เส้นทางมาตรฐานเท่ากับ 0.56 และ 0.39 ตามลำดับ เป็นขนาดอิทธิพลที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และตัวแปรในโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของความสำเร็จของผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนได้ร้อยละ 88</p> สมพล ทุ่งหว้า, เสาวนีย์ สมันต์ตรีพร, รัชชสิทธิ์ เสวกเสนีย์ Copyright (c) 2022 สมพล ทุ่งหว้า, เสาวนีย์ สมันต์ตรีพร, รัชชสิทธิ์ เสวกเสนีย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/253794 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700 ผลกระทบของคุณภาพการให้บริการและความผูกพันของลูกค้าที่มีต่อ ความตั้งใจในการใช้บริการซ้ำของสายการบินข้ามชาติ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/254553 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของคุณภาพการให้บริการและความผูกพันของลูกค้าที่มีต่อความตั้งใจในการใช้บริการซ้ำของสายการบินข้ามชาติ การวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการสำรวจโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล สุ่มตัวอย่างด้วยทฤษฎีการไม่ใช้ความน่าจะเป็นด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้โดยสารชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 400 คน ซึ่งเคยใช้บริการสายการบินไทยที่อย่างน้อย 1 ครั้งในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สถิติเชิงพรรณนาที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมานที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานเพื่อหาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของประชากรทั้ง 2 กลุ่มที่เป็นอิสระต่อกัน (Independent Samples t-test) ความแปรปรวนทางเดียวของประชากรมากกว่า 2 กลุ่มขึ้นไป (One-Way ANOVA) ทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่โดยวิธี Least Significant Difference (LSD) หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์ในรูปแบบของโมเดลสมการโครงสร้างแบบกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน</p> <p>ผลจากทดสอบสมมติฐาน พบว่า คุณภาพการให้บริการมีผลกระทบเชิงบวกต่อความผูกพันของลูกค้า คุณภาพการให้บริการและความผูกพันของลูกค้ามีผลกระทบเชิงบวกต่อความตั้งใจในการใช้บริการซ้ำ และความผูกพันของลูกค้ามีอิทธิพลทางอ้อมบางส่วนต่อความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพการให้บริการและความตั้งใจในการใช้บริการซ้ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001. นอกจากนี้ ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ของผู้โดยสารตามอาชีพและอายุที่แตกต่างกัน มีผลต่อคุณภาพการให้บริการและความผูกพันของลูกค้าในการใช้บริการสายการบินที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 </p> อรวี ศรีบุญลือ Copyright (c) 2022 อรวี ศรีบุญลือ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/254553 Sat, 30 Apr 2022 00:00:00 +0700