วารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj <p>วารสารมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการบริหารงานร่วมกันระหว่างสถาบัน ในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ในรูปแบบการจัดประชุมวิชาการ เผยแพร่ผลงานในวารสารวิชาการ การเพิ่มศักยภาพนักวิจัยให้มีความรู้ความเข้าใจในบริบทที่มีการปรับเปลี่ยนตามกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ รวมถึงการร่วมมือกันสร้างผลงานวิจัยเพื่อนำองค์ความรู้สู่ชุมชน สังคมและประเทศชาติให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน</p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ ผู้เขียน</p> <p>ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ</p> hsrnj.journal@gmail.com (ดร.กฤษดา เชียรวัฒนสุข) nhat.jui@gmail.com (ดร.ณัฐปภัสษ์ จุ้ยเจริญ) Thu, 02 Apr 2026 16:29:49 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การตลาด 6.0 การตลาดแห่งโลกอนาคตที่ไร้เส้นแบ่ง https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/294929 <p>หนังสือ Marketing 6.0 นำเสนอแนวคิดที่ก้าวล้ำเกี่ยวกับอนาคตของการตลาด โดยเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ที่ดีและน่าทึ่งผ่านทางเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น AI AR/VR และ Metaverse สามารถจุดประกายแนวความคิดนักธุกิจและนักการตลาดให้มีแนวคิดที่ล้ำสมัยและใช้คิดค้นนวรรตกรรมใหม่มาสร้างกลยุทธทางการตลาดได้เป็นอย่างดีเยี่ยม หนังสือเล่มนี้เน้นแนวคิดทางการตลาดในเชิงทฤษฎีมากกว่าการปฏิบัติจริง ไม่ได้เน้นวิธีการหรือคำแนะนำที่ชัดเจนสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจขนาดกลาง</p> <p>แนวคิดการตลาด 6.0 ในหนังสือเล่มนี้มีความเหมาะสมและจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และนักการตลาดที่ต้องการก้าวล้ำเทรนด์ที่มีทรัพยากรอย่างเพียงพอ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีต้นทุนสูง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งข้อมูลที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้ทำความเข้าใจวิวัฒนาการของเทคโนโลยีมาผสานกับพฤตกรรมผู้บริโภคในโลกประจุบันจะสามารถเข้ามามีส่วนช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการตลาดได้</p> <p>อย่างไรก็ตามหนังสือการตลาด 6.0 จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน ทั้งในทางทฤฎีและการปฏิบัติจริง นักธุรกิจและนักการตลาดยังต้องพึ่งพาการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้า การเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา เพื่อนำมาใช้กลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจแต่ละประเภท และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อนำแนวคิดทางการตลาดใหม่แบบ Meta Marketing มาประยุกต์ใช้กับแนวความคิดเดิมขององค์กรที่ยังดำเนินอยู่ เพื่อสร้างกลยุทธ์ให้สอดคลองกับความเป็นจริงในสถานการณ์แห่งโลกปัจจุบันให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด</p> ชัยวัฒน์ พงษ์ศร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ชัยวัฒน์ พงษ์ศร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/294929 Sun, 19 Apr 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลของการดำเนินงานตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ต่อกลยุทธ์การสร้าง ความได้เปรียบในการแข่งขันของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการผลิต จังหวัดเชียงราย: การศึกษาเชิงปริมาณด้วยการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/288723 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับของการดำเนินงานตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงกลยุทธ์การแข่งขัน ได้แก่ การเป็นผู้นำด้านต้นทุน การสร้างความแตกต่าง และการมุ่งตลาดเฉพาะ ของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการผลิตจังหวัดเชียงราย และ 2) ศึกษาอิทธิพลของการดำเนินงานตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ต่อกลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน การวิจัยเป็นแบบเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการและผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จำนวน 253 ราย ผลการวิจัยพบว่า การดำเนินงานตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG อยู่ในระดับมาก หมายความว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีการนำแนวคิด BCG มาปรับใช้ในกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจสีเขียวที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ขณะที่กลยุทธ์การแข่งขันโดยรวมก็อยู่ในระดับมากเช่นกัน สะท้อนถึงการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่เข้มแข็ง ทั้งในด้านการควบคุมต้นทุน การสร้างเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ และการมุ่งตลาดเฉพาะ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณชี้ว่าการดำเนินงานตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG มีอิทธิพลเชิงบวกและมีนัยสำคัญทางสถิติต่อการกำหนดกลยุทธ์การแข่งขัน โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 70.5 สะท้อนให้เห็นว่าการบูรณาการ BCG Model ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดเชียงราย</p> จิรพัฒน์ อุปถัมภ์, กษิดิศ ใจผาวัง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จิรพัฒน์ อุปถัมภ์, กษิดิศ ใจผาวัง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/288723 Thu, 02 Apr 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลของปัจจัยเชิงสถานการณ์และความต้องการยกระดับทักษะที่มีต่อ โอกาสการเรียนรู้ของผู้บริหารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม: กรณีศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/285336 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยเชิงสถานการณ์และความต้องการยกระดับทักษะที่มีต่อโอกาสการเรียนรู้ของผู้บริหารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชากรคือผู้บริหาร SMEs จำนวน 7,522 ราย กลุ่มตัวอย่าง 200 ราย คัดเลือกโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิตามสัดส่วน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ (IOC และ Cronbach's Alpha = 0.908) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริหารให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะทั้ง 7 ด้านในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ระยะยาว (M = 4.475) และการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (M = 4.463) ความต้องการยกระดับทักษะมีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อโอกาสการเรียนรู้ทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การเรียนรู้ผ่านผู้อื่น และการเรียนรู้ผ่านเนื้อหาความรู้ (β = .999, p &lt; .001) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ผู้ประกอบการควรส่งเสริมการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบและใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ นักวิชาการควรพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความท้าทายของ SMEs และภาครัฐควรสนับสนุนนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน</p> บุญฑริกา วงษ์วานิช, เบญจวรรณ ศฤงคาร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 บุญฑริกา วงษ์วานิช, เบญจวรรณ ศฤงคาร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/285336 Thu, 09 Apr 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลของการยอมรับและความภาคภูมิใจ การสนับสนุนจากองค์กร และการทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลขององค์กร https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/288722 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการยอมรับและความภาคภูมิใจ การสนับสนุนจากองค์กร และความสัมพันธ์และการทำงานเป็นทีมที่มีต่อศักยภาพและประสิทธิผลขององค์กรในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักร CNC รวมถึงการทดสอบบทบาทส่งผ่านของการสนับสนุนจากองค์กรและการทำงานเป็นทีม การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างพนักงานระดับปฏิบัติการ หัวหน้างาน และผู้บริหารในบริษัทผลิตเครื่องจักร CNC ที่จดทะเบียนในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลไทย จำนวน 359 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้เทคนิคสมการโครงสร้างเชิงเส้นด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน (PLS-SEM) ผลการวิจัยพบว่า การยอมรับและความภาคภูมิใจมีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อการสนับสนุนจากองค์กรและความสัมพันธ์และการทำงานเป็นทีม ทั้งยังส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพและประสิทธิผลขององค์กรในระดับต่ำ แต่มีอิทธิพลทางอ้อมที่สูงผ่านการสนับสนุนจากองค์กรและความสัมพันธ์และการทำงานเป็นทีม ส่งผลให้ค่าอิทธิพลรวมมีค่ามากที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่าการสนับสนุนจากองค์กรและการทำงานเป็นทีมต่างมีอิทธิพลเชิงบวกโดยตรงต่อศักยภาพและประสิทธิผลขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ผลการวิจัยยืนยันว่า “การยอมรับและความภาคภูมิใจ” เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิผลขององค์กร โดยมีตัวแปรแทรกกลางเป็นกลไกสำคัญที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับความสัมพันธ์เชิงสาเหตุในแบบจำลอง</p> พีรพัฒน์ มั่งคั่ง , ภัทรี ฟรีสตัด , สรียา ศศะรมย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พีรพัฒน์ มั่งคั่ง , ภัทรี ฟรีสตัด , สรียา ศศะรมย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/288722 Thu, 09 Apr 2026 00:00:00 +0700 กระบวนการ และกลยุทธ์สื่อสารในภาวะวิกฤตของสายการบินเจจูแอร์ไลน์ กรณีเครื่องบินที่ 7C 2216 ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินไถลชนผนังรั้วสนามบินนานาชาติมูอัน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/283729 <p>งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารในภาวะวิกฤตของสายการบินเจจูแอร์จากกรณีอุบัติเหตุเที่ยวบินที่ 7C2216 และ 2) เพื่อศึกษากลยุทธ์การสื่อสารในภาวะวิกฤตของสายการบินเจจูแอร์จากกรณีเดียวกัน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ ได้แก่ เว็บไซต์ทางการ โพสต์บนเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และถ้อยแถลงของผู้บริหาร ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2567 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 ภายใต้กรอบทฤษฎีการสื่อสารในภาวะวิกฤตเชิงสถานการณ์ (SCCT) และทฤษฎีการฟื้นฟูภาพลักษณ์ (IRT) ผลการศึกษาพบว่า เจจูแอร์บริหารการสื่อสารอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเฉียบพลัน ระยะเปลี่ยนผ่าน และระยะฟื้นฟู กลยุทธ์ที่ใช้เด่นชัด ได้แก่ การขออภัย การเสนอแนวทางแก้ไข การสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ การสร้างความผูกพัน และการให้ความมั่นใจ โดยเฉพาะคำแถลงของซีอีโอที่ว่า “ผมขอรับผิดชอบอย่างเต็มที่ (I take full responsibility.)” (The Economic Times, 2024) ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยลดแรงต้านจากสาธารณชน และสร้างความไว้วางใจในระดับนานาชาติ</p> ธวัช เวศตัน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ธวัช เวศตัน https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/283729 Fri, 10 Apr 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ของตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/284211 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลคลองสามที่เหมาะสมสามารถขับเคลื่อนจนกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ 2) ศึกษารูปแบบการนำซอฟต์พาวเวอร์ของตำบลคลองสามที่นำไปสู่ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ และทำให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น และ 3) ศึกษารูปแบบเผยแพร่ ซอฟต์พาวเวอร์ของตำบลคลองสาม ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับต่อสาธารณะที่เหมาะสม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ได้แก่ การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากประชาชน 400 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มสนทนา และเวทีประชาคมจากกลุ่มผู้นำชุมชน 30 คน ผลการวิจัยพบว่า ตำบลคลองสามมีประเพณีที่สามารถพัฒนาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ได้แก่ ประเพณีวันสงกรานต์ ถนนข้าวแกง และการแข่งเรือ รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหาร ขนมไทย หัตถกรรม และสมุนไพร รูปแบบการนำซอฟต์พาวเวอร์ไปพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ได้แก่ การส่งเสริมกิจกรรมวัฒนธรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และการใช้อัตลักษณ์ดอกบัวเป็นสื่อกลางในการรับรองและสร้างตราสินค้า ทั้งนี้ยังมีการทดลองสร้างจุดเช็คอิน โดยใช้ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความร่วมมือของชุมชนในการส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างยั่งยืน</p> ณัฏฐา เกิดทรัพย์, วณิฎา ศิริวรสกุล, วิระศักดิ์ ฮาดดา, พัชรี กล่อมเมือง, พัลยมน สินหนัง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ณัฏฐา เกิดทรัพย์, วณิฎา ศิริวรสกุล, วิระศักดิ์ ฮาดดา, พัชรี กล่อมเมือง, พัลยมน สินหนัง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/284211 Sat, 11 Apr 2026 00:00:00 +0700 ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนกับความสำเร็จในการบริหารโครงการของเทศบาลนครนครราชสีมา https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/278834 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) บ่งชี้ระดับความสำเร็จของเทศบาลนครนครราชสีมาในการบริหารโครงการ 2) บ่งชี้ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารโครงการของเทศบาลนครนครราชสีมา 3) ตรวจสอบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนกับความสำเร็จในการบริหารโครงการ และ 4) เปรียบเทียบทัศนะของประชาชนที่มีต่อความสำเร็จในการบริหารโครงการ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจจากตัวอย่างหัวหน้าครัวเรือนในชุมชนเทศบาล 200 คน สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการแบบ 2 ขั้นตอน การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย และการสุ่มตัวอย่างเชิงระบบ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ถดถอยพหุ และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบสามทาง ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสำเร็จในการบริหารโครงการและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารโครงการของเทศบาลนครนครราชสีมาอยู่ในระดับปานกลาง 2) การมีส่วนร่วมของประชาชนมีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการบริหารโครงการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) เพศที่แตกต่างกันมีผลทำให้ทัศนะต่อความสำเร็จในการบริหารโครงการแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> วรพิทย์ มีมาก, ประยงค์ เต็มชวาลา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วรพิทย์ มีมาก, ประยงค์ เต็มชวาลา https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/278834 Sat, 11 Apr 2026 00:00:00 +0700 แบบจำลองด้านเทคโนโลยี องค์กร และสภาพแวดล้อม กับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ที่มีผลต่อความสามารถทางเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการทำงาน สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเขตปริมณฑล https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/284818 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความสำคัญขององค์ประกอบด้านเทคโนโลยี องค์กร สภาพแวดล้อม การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความสามารถทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเขตปริมณฑล 2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของอิทธิพลทางตรงระหว่างตัวแปรด้านเทคโนโลยี องค์กร สภาพแวดล้อม ต่อการประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์ ที่มีผลต่อความสามารถทางเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ 3) เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการตัดสินใจผู้ประกอบการในการนำการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ที่มีผลต่อความสามารถทางเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน ในเชิงปริมาณเก็บแบบสอบถามจำนวน 320 ราย ด้วยการสุ่มแบบเจาะจง ตามดุลยพินิจของนักวิจัย การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันและการวิเคราะห์กรอบแนวความคิดสมการโครงสร้าง ด้านการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บรวมรวบจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 30 ราย ผลการวิจัยพบว่าตัวแปรแฝงด้านเทคโนโลยี ที่ประกอบด้วยตัวแปรสังเกตได้ด้านค่าใช้จ่ายมีค่าน้ำหนักสูงสุด และพบตัวแปรด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาปัญญาประดิษฐ์มีอิทธิพลในทางบวกต่อความสามารถทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุด ผลวิจัยเชิงคุณภาพพบว่าการใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดค่าใช้จ่ายเช่นการใช้แชทบอท ระบบแนะนำสินค้า และการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ซึ่งสามารถลดภาระงานซ้ำซ้อนได้ ข้อเสนอแนะส่งเสริมการลงทุนใน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนสำหรับ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในเขตปริมณฑลควรลงทุนในเทคโนโลยี AI ที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต</p> ภัทรพล ชุ่มมี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ภัทรพล ชุ่มมี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/284818 Sat, 11 Apr 2026 00:00:00 +0700 การประยุกต์ใช้ Sharpe’s Single Index Model จัดการสร้างพอร์ตโฟลิโอให้เหมาะสมดีที่สุดในบริบทตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/283738 <p>การวิจัยนี้ ศึกษาการประยุกต์ใช้แบบจำลอง Sharpe’s Single Index Model คัดเลือกหลักทรัพย์ที่เหมาะสมสำหรับพอร์ตโฟลิโอ และประเมินอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ โดยใช้หุ้นของหลักทรัพย์ในกลุ่ม SET50 เป็นตัวอย่าง ใช้ข้อมูลทุติยภูมิรวบรวมจากเว็บไซต์ที่เผยแพร่ราคาหุ้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ทำการวิเคราะห์ผลตอบแทน ความเสี่ยง เบต้า อัตราผลตอบแทนส่วนเกินต่อเบต้า อัตราจุดคัดออก สัดส่วนการลงทุน และประเมินผลตอบแทนคาดหมายและความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ ค่าสถิติ เช่น ค่าเฉลี่ย ความแปรปรวน ความแปรปรวนร่วมระหว่างหลักทรัพย์ในพอร์ตโฟลิโอ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้ฟังก์ชั่นสถิติใน Excel คำนวณร่วมกับ SPSS ผลการศึกษาพบว่า หลักทรัพย์ที่ถูกคัดสรรให้มีอยู่ในพอร์ตโฟลิโอที่เหมาะสมดีที่สุด ได้แก่ ADVANC CBG และ IVL ด้วยน้ำหนักการลงทุน 88% 11% และ 1% ตามลำดับ พอร์ตโฟลิโอมีผลตอบแทนคาดหมาย 1.45% สูงกว่าผลตอบแทนตลาด (0.07%) แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าตลาด คือ มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ 1.44% เทียบกับตลาดอยู่ที่ 0.78% เนื่องมาจากรายการหลักทรัพย์ในพอร์ตโฟลิโอมีจำนวนน้อย ความเสี่ยงถูกกระจายต่ำลง อย่างไรก็ดี เมื่อทำการประมาณค่าด้วยวิธี Rolling (T=3) ในช่วงความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ พบว่าผลตอบแทนของพอร์ตโฟลิโอ มีค่าอยู่ระหว่าง -1.13% ถึง 1.13% และ Sharpe Ratio มีค่าอยู่ระหว่าง -0.92 ถึง 1.37 การประยุกต์ใช้ Sharpe’s Single Index Model เป็นแนวทางหนึ่งที่นักลงทุนสามารถพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยข้อมูลเชิงปริมาณที่ประจักษ์แล้ว และกระจายการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> สาคร บัวบาน, จันทนี กองสุข ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สาคร บัวบาน, จันทนี กองสุข https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/283738 Sat, 11 Apr 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลของการรับรู้ความเสี่ยงและภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางต่อทัศนคติและ ความตั้งใจเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศหลังโควิด-19 ของนักท่องเที่ยวไทยในตะวันออก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/282064 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อทัศนคติต่อพฤติกรรมและความตั้งใจแสดงพฤติกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออก ภายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 และ 2) ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างปัจจัยการรับรู้ความเสี่ยงในการท่องเที่ยวภายในประเทศ ภาพลักษณ์จุดหมายปลายทาง ทัศนคติต่อพฤติกรรมและความตั้งใจแสดงพฤติกรรมภายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเขตภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง ขนาดกลุ่มตัวอย่างกำหนดที่ 940 คน คิดเป็น 20 เท่าของตัวแปรสังเกตได้ 47 ข้อ ตามหลักการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (SEM) แจกแบบสอบถาม 1,000 ชุด ได้รับแบบสอบถาม 950 ชุด อัตราการตอบกลับคิดเป็นร้อยละ 95 รวบรวมแบบสอบถามที่สมบูรณ์ได้ทั้งสิ้น 898 ชุด และนำมาวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ด้วยโปรแกรม LISREL ผลการศึกษาพบว่าโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ศึกษามีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในระดับดีมาก โดยมีดัชนีวัดความกลมกลืนผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด ได้แก่ ค่า χ²/df = 2.77, GFI = 0.98, CFI = 0.99, NFI = 0.99, NNFI = 0.99, SRMR = 0.03 และ RMSEA = 0.04 ซึ่งแสดงเหมาะสมของโมเดลในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร โดยภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางมีบทบาทในการเป็นตัวแปรที่รับอิทธิพลจากการรับรู้ความเสี่ยง (β = 0.62) และเป็นตัวแปรส่งผ่านอิทธิพลไปยังทัศนคติต่อพฤติกรรม (β = 0.76) และความตั้งใจเดินทางท่องเที่ยว (β = 0.62) โดยสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของทัศนคติต่อพฤติกรรมได้ในระดับสูงมาก (R<sup>2</sup>=0.73) และความตั้งใจเดินทางท่องเที่ยวได้ในระดับสูง (R<sup>2</sup>=0.39) ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวแปรคั่นกลางที่เชื่อมโยงการรับรู้ความเสี่ยงกับทัศนคติและความตั้งใจในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวไทยในบริบทหลังการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 อย่างมีนัยสำคัญ</p> จิตติมา สิงหธรรม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จิตติมา สิงหธรรม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/282064 Sat, 11 Apr 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมของวิสาหกิจชุมชนหนองน้ำใส จังหวัดนครราชสีมา https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/284868 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ศักยภาพในการบริหารจัดการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนองน้ำใส 2) ศึกษาการมีส่วนร่วมของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนองน้ำใส และ 3) พัฒนาศักยภาพและแนวทางการพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ของวิสาหกิจชุมชนหนองน้ำใส เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา มี 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) การวิจัยเชิงคุณภาพ คือ ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนองน้ำใส จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณ คือ ผู้ที่คาดว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวและมีความสนใจในการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง มีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์สามเส้าและการวิเคราะห์จำแนกกลุ่มสำหรับงานวิจัยเชิงคุณภาพ ส่วนงานวิจัยเชิงปริมาณ ใช้การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการสัมภาษณ์ พบว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนองน้ำใสมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพในระดับหนึ่ง โดยมีการร่วมมือกันภายในชุมชนและได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐในบางด้าน แต่ยังคงเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ เช่น ต้นทุนการผลิตที่สูง และการขาดช่องทางการจำหน่ายที่เหมาะสม รวมถึงชุมชนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยการร่วมมือกันในการดูแลแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ และการเสริมสร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่นจากการท่องเที่ยว โดยมีการดูแลรักษาความสะอาดและการพัฒนาบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ส่วนผลการวิจัยเชิงปริมาณพบว่า การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านการดำเนินงานและปฏิบัติการ ด้านการติดตามและประเมินผล ด้านการวางแผน และด้านการรับผลประโยชน์ ตามลำดับ ทั้งนี้ด้านศักยภาพในการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านการดึงดูดใจ ด้านการให้บริการ ด้านการรองรับนักท่องเที่ยว และด้านการบริหารจัดการ ตามลำดับ</p> สินิทรา สุขสวัสดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สินิทรา สุขสวัสดิ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/284868 Wed, 15 Apr 2026 00:00:00 +0700 การบริหารจัดการขยะเพื่อสภาพแวดล้อมของชุมชนลำสลิดทองพัฒนา เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างความยั่งยืน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/272921 <p>บทความวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการขยะเพื่อสภาพแวดล้อมของชุมชนลำสลิดทองพัฒนา เขตหนองจอก เพื่อสร้างความยั่งยืน มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการบริหารจัดการขยะในครัวเรือนให้มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดขยะอย่างยั่งยืนของชุมชนลำสลิดทองพัฒนา เขตหนองจอก ใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) โดยใช้โมเดล CIPP ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การประเมินบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิต โดยมีกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครัวเรือนในชุมชนลำสลิดทองพัฒนา จำนวน 170 ครัวเรือน และคณะกรรมการชุมชน ประวัติความเป็นมาของชุมชน ชุมชนลำสลิดทองพัฒนา เขตหนองจอก จังหวัดกรุงเทพมหานคร มีทั้งหมด 170 ครัวเรือน จำนวนประชากรทั้งหมด 656 คน แบ่งเป็น ชาย 262 คน หญิง 394 คน ร้อยละ 95 นับถือศาสนาอิสลาม สรุปได้ว่าปัจจัยหลักทำให้การดำเนินกิจกรรมประสบความสำเร็จ คือ การที่ชุมชนมีผู้นำชุมชนและทีมผู้บริหารชุมชนที่มีวิสัยทัศน์ มีความเข็มแข็ง และมีความเข้าใจต่อการดำเนินการ ด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยใช้หลักกระบวนการจัดการขยะมูลฝอย เริ่มต้นด้วยการคัดแยกขยะที่ ต้นทางตามหลัก 3R การลดใช้ การใช้ซ้ำ การนำกลับไปใช้ เพื่อให้เหลือขยะสำหรับนำไปกำจัดน้อยที่สุด มีการวางแผนดำเนินโครงการ แผนติดตามและพิจารณาปรับปรุงโครงการอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน การจัดการขยะที่ต้นทาง เป็นผลจากการที่ประชากรในชุมชน นำความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะไป ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม การบริหารจัดการขยะแต่ละประเภท ไปใช้ประโยชน์ ส่งเสริมให้ปริมาณขยะเหลือทิ้งของครัวเรือนและชุมชนลดลง และทำให้มีการรวมกลุ่มเพื่อบริหารจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความรักใคร่สามัคคีในชุมชน สื่อสารความรู้ด้านการจัดการขยะ แก่สังคมรวมถึงการนำหลักศาสนาอิสลามมาเป็นแนวทางในการลดขยะในครัวเรือน เช่น ทานอาหารให้หมด ทุกครั้ง และตระหนักรู้ในการสร้างมูลค่าจากขยะมูลฝอย เช่น การนำกลับมาใช้ใหม่ การสร้างผลิตภัณฑ์จากขยะ ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ สามารถลดค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และช่วยลดปริมาณขยะและ ลดปัญหามลพิษจากขยะมูลฝอย ลดการแพร่เชื้อโรคจากขยะมูลฝอยแก่ชุมชน ส่งผลให้ชุมชุมลำสลิดทองพัฒนา มีสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน</p> อนุชมา ธูปแก้ว, ภิราภรณ์ ก้อนคำ, ชัยศักดิ์ จิตต์เจริญ, ทศพร มะหะหมัด, เพ็ญจุรี คันธวงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 อนุชมา ธูปแก้ว, ภิราภรณ์ ก้อนคำ, ชัยศักดิ์ จิตต์เจริญ, ทศพร มะหะหมัด, เพ็ญจุรี คันธวงศ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hsrnj/article/view/272921 Wed, 15 Apr 2026 00:00:00 +0700