https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/issue/feed วารสารมนุษย์กับสังคม 2026-06-28T09:17:40+07:00 Pakpoom Hannapa pakpoom.h@msu.ac.th Open Journal Systems <p>วารสารมนุษย์กับสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ใหม่และส่งเสริมให้คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต รวมทั้งผู้สนใจได้เผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีขอบเขตเนื้อหาบทความวิจัยและบทความวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) ได้แก่ อักษรศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ภาษาและภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์และปรัชญาแห่งศาสตร์ความรู้การพัฒนา และวัฒนธรรมศึกษา</p> https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/294181 การวิเคราะห์วาทกรรมเชิงวิพากษ์ในภาพยนตร์เรื่อง “รักหนูมั้ย” 2026-06-09T09:41:07+07:00 ณัฐริกา เสนาวัตร nuttharikasw@gmail.com อภิญญา คุณแก้ว poomak36@gmail.com พิษณุรักษ์ ปิตาทะสังข์ phisanurak.p@msu.ac.th <p>การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ตัวบท (Textual Analysis) ร่วมกับแนวคิดการวิเคราะห์วาทกรรมเชิงวิพากษ์ของ Fairclough เพื่อศึกษาตัวบท วิถีปฏิบัติทางวาทกรรม และวิถีปฏิบัติทางสังคมวัฒนธรรมที่ปรากฏในภาพยนตร์ ผลการวิจัยพบว่า ภาพยนตร์ประกอบสร้างวาทกรรมสำคัญ 4 ชุด ได้แก่ 1) วาทกรรมครอบครัวทางเลือก 2) วาทกรรมทางเลือกที่ถูกตีกรอบ 3) วาทกรรมการยอมรับความเป็นมนุษย์ และ 4) วาทกรรมการต่อรองอำนาจผ่านพิธีกรรม <br />โดยตัวบทได้รื้อสร้างความหมายของ “ครอบครัว” จากระบบสายเลือดและอุดมการณ์ผัวเดียวเมียเดียว ไปสู่ “ครอบครัวเชิงหน้าที่” ขณะเดียวกัน ในวิถีปฏิบัติทางวาทกรรม ภาพยนตร์ยังสะท้อนการกดทับทางเพศและข้อจำกัดทางเศรษฐกิจที่ทำให้คนชายขอบมีทางเลือกที่ไม่อาจเลือกได้จริง ผ่านการใช้ภาษา สัญญะ และพิธีกรรมทางสังคม ในการต่อรองความชอบธรรมของความสัมพันธ์นอกกรอบ ในระดับวิถีปฏิบัติทางสังคมวัฒนธรรม ภาพยนตร์สะท้อนความตึงเครียดระหว่างอุดมการณ์ครอบครัวกระแสหลักกับวิถีชีวิตของคนชายขอบ ภายใต้เงื่อนไขทางเศรษฐกิจ กฎหมาย และศีลธรรมของสังคมไทยร่วมสมัย ทั้งนี้ ภาพยนตร์มิได้ทำหน้าที่เพียงผลิตความบันเทิง หากแต่เป็นพื้นที่เชิงวาทกรรมที่ใช้ผลิต ต่อรอง และสร้างความหมายใหม่เกี่ยวกับครอบครัว เพศ และความเป็นมนุษย์ในสังคมไทยยุคเปลี่ยนผ่าน</p> 2026-06-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/294467 ภาษาอีสานกับการประกอบสร้างความหมายของ “ความเป็นอีสาน” ผ่านการตั้งชื่อร้านอาหารอีสาน 2026-05-19T14:38:16+07:00 ทินวัฒน์ สร้อยกุดเรือ thinsr@kku.ac.th <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การใช้ภาษาอีสานในการประกอบสร้างความหมายของ “ความเป็นอีสาน” ผ่านการตั้งชื่อร้านอาหารอีสานในบริบทสังคมเมือง ข้อมูลได้จากรายชื่อร้านอาหารจำนวน 370 ร้าน จากแอปพลิเคชัน GrabFood ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี และนครราชสีมา โดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาเพื่อพิจารณาชื่อร้านในฐานะหน่วยทางภาษา ผลการศึกษาพบว่า การตั้งชื่อร้านสามารถจำแนกได้เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1) การใช้ชื่ออาหารพื้นบ้าน เช่น “ส้มตำ” และ “ลาบ” ซึ่งปรากฏมากที่สุด ร้อยละ 67.30 2) การใช้คำที่สื่อรสชาติอาหาร เช่น “แซ่บ” และ “นัว” ร้อยละ 24.32 และ 3) การใช้คำที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เช่น “บ้านเฮา” และ “ไทบ้าน” ร้อยละ 8.38 ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ภาษาอีสานมิได้ทำหน้าที่เพียงสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหาร หากยังเป็นกลไกในการคัดเลือก จัดวาง และเน้นย้ำภาพของความเป็นอีสานบางด้าน ได้แก่ อาหาร รสชาติ และวิถีชีวิตให้กลายเป็นอัตลักษณ์ที่ผู้บริโภคในสังคมเมืองสามารถรับรู้และจดจำได้ นอกจากนี้ ความแตกต่างของการใช้ภาษาในแต่ละจังหวัดยังสะท้อนว่า “ความเป็นอีสาน” ในชื่อร้านอาหารมิใช่สิ่งตายตัว หากแต่เป็นภาพแทนทางวัฒนธรรมที่ถูกประกอบสร้างผ่านภาษาในบริบทเมืองร่วมสมัย</p> <p> </p> 2026-06-22T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/290720 กลวิธีทางภาษาในการทำนายดวงชะตาในไทยรัฐออนไลน์ 2026-01-26T11:42:36+07:00 ฐนพรรณ ธูปหอม thanaphanth@npu.ac.th สุทธิลักษณ์ สวรรยาวิสุทธิ์ sutthiluck1987@gmail.com กันยารัตน์ มะแสงสม kanyarat@snru.ac.th <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลวิธีทางภาษาที่ใช้ในการทำนายดวงชะตาในคอลัมน์ดวงชะตารายสัปดาห์ในเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ เก็บข้อมูลจากถ้อยคำทำนายในคอลัมน์ดูดวงรายสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2567 รวม 52 สัปดาห์ และนำมาวิเคราะห์กลวิธีทางภาษาตามกรอบแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับกลวิธีทางภาษาของจันทิมา อังคพณิชกิจ (2557) ที่ปรากฏในตัวบทด้านอรรถศาสตร์และวัจนปฏิบัติศาสตร์ ผลการวิจัยพบว่า กลวิธีทางภาษาด้านอรรถศาสตร์ พบกลวิธีการใช้คำศัพท์กลุ่มความหมาย 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มความหมายดี/ดีขึ้น 2) กลุ่มความหมายลุล่วง/สำเร็จ 3) กลุ่มความหมายโดดเด่น/น่าพึงพอใจ และ 4) กลุ่มความหมายสมความปรารถนา ส่วนกลวิธีทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ประกอบด้วย 1) การใช้วัจนกรรม ได้แก่ วัจนกรรมบอกเล่าแบบไม่มีเงื่อนไขและแบบมีเงื่อนไข 2) วัจนกรรมเตือน 3) การใช้มูลบท และ 4) การใช้อุปลักษณ์เชิงมโนทัศน์ 4 แบบ ได้แก่ โรคคือคนที่มาหา เงินคือของเหลว งานคือการแสดง และชีวิตคือการเดินทาง ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ากลวิธีทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ปรากฏในตัวบทมากกว่ากลวิธีทางอรรถศาสตร์อย่างชัดเจนโดยทำงานร่วมกันผ่านการใช้ภาษาเชิงบวกและความหมายคลุมเครือ เพื่อสร้างความหวัง ลดความวิตกกังวล และทำให้รู้สึกว่าคำทำนายเข้าใจผู้อ่านเป็นรายบุคคล การเข้าใจกลวิธีเหล่านี้จะช่วยให้ผู้อ่านสามารถรับสารจากคำทำนายดวงชะตาได้อย่างมีวิจารณญาณมากขึ้น</p> 2026-06-02T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/295758 ภูมิรัฐศาสตร์ของผี: ความสัมพันธ์กับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และอำนาจในสังคมอีสานร่วมสมัย 2026-05-25T10:25:09+07:00 ไทศิต เครือโสม taisith.k@ubu.ac.th <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อเรื่องผี พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และอำนาจในสังคมอีสานร่วมสมัย โดยใช้กรอบคิด “ภูมิรัฐศาสตร์ของผี” ร่วมกับแนวคิดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ อำนาจเชิงพื้นที่ และการต่อรองกับอำนาจสมัยใหม่เป็นฐานในการวิเคราะห์ บทความเสนอว่า “ผี” มิได้ดำรงอยู่เพียงในฐานะความเชื่อพื้นบ้านหรือมรดกทางพิธีกรรม หากทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงวัฒนธรรมที่ผลิตความหมายของพื้นที่ กำหนดอาณาเขต ควบคุมการใช้ทรัพยากร จัดระเบียบความสัมพันธ์ทางสังคม และสร้างความชอบธรรมให้แก่ชุมชน งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการวิเคราะห์เอกสารและการสังเคราะห์แนวคิดจากวรรณกรรมในฐานข้อมูล Scopus ที่เกี่ยวข้องกับผี พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ จิตรกรรมฝาผนังวัด พิธีกรรม ความทรงจำเชิงพื้นที่ ร่างทรง การท่องเที่ยวมรดกวัฒนธรรม และภูมิศาสตร์การเมืองของศาสนา ผลการวิจัยพบว่า ผีในสังคมอีสานทำงานผ่าน 4 กลไกสำคัญ ได้แก่ การผลิตความศักดิ์สิทธิ์และความหมายของพื้นที่ การกำหนดอาณาเขตและข้อห้ามการจัดระเบียบอำนาจและความสัมพันธ์ทางสังคม และการสร้างความชอบธรรมในการต่อรองกับอำนาจสมัยใหม่ บทความจึงเสนอกรอบคิด “ภูมิรัฐศาสตร์ของผี” เพื่อทำความเข้าใจผีในฐานะผู้กระทำการเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงความศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่ ทรัพยากร อัตลักษณ์ และอำนาจในสังคมอีสานร่วมสมัย </p> 2026-06-22T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/290861 การแปรการใช้ศัพท์ตามกลุ่มอายุของผู้พูดภาษาผู้ไทในอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี 2026-01-09T09:14:17+07:00 พัฒนชัย พัสดร ptpaphatt@gmail.com ศุภกิต บัวขาว supakitb@kku.ac.th <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การแปรการใช้ศัพท์ตามกลุ่มอายุของ ผู้พูดภาษาผู้ไทบ้านถ่อนนาลับ ตำบลถ่อนนาลับ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี โดยเก็บข้อมูลคำพูดเดี่ยวจากผู้บอกภาษา 2 กลุ่มอายุ ได้แก่ กลุ่มสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) และกลุ่มอายุน้อย (20-30 ปี) กลุ่มอายุละ 5 คน รวม 10 คน เก็บข้อมูลโดยใช้รายการศัพท์ภาษาผู้ไทจำนวน 30 หน่วยอรรถ ผลการศึกษาพบการใช้ศัพท์ จำนวน 7 รูปแบบ โดยกลุ่มสูงอายุใช้ศัพท์ภาษาผู้ไทร่วมกับศัพท์อื่นมากที่สุด และใช้ศัพท์กลายร่วมกับศัพท์อื่นน้อยที่สุด ส่วนกลุ่มอายุน้อยใช้ศัพท์อื่นมากที่สุด และใช้ศัพท์กลายน้อยที่สุด ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า อายุทำให้เกิดการแปรการใช้ศัพท์ ซึ่งเกิดจากการสัมผัสภาษาไทยถิ่นอีสานที่เป็นภาษากลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาษาไทยมาตรฐานที่เป็นภาษาราชการในประเทศ โดยทั้งสองเป็นภาษาที่มีสถานะสูงกว่า</p> 2026-03-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/295902 ตำนานสร้างโลกในนิทานพื้นเมืองลาว : การศึกษาตามแนวทางเรื่องเล่าเชิงนิเวศ 2026-05-25T16:29:11+07:00 ลาวัณย์ สังขพันธานนท์ lawan.sangkhaphanthanon@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างความหมายและจำแนกประเภทตำนานการสร้างโลกในนิทานพื้นเมืองลาวในฐานะเรื่องเล่าเชิงนิเวศ ข้อมูลที่นำมาศึกษาเป็นตัวบทนิทานประเภทเทบนิยายและพื้นสืบจำนวน 10 เรื่องจากฐานข้อมูลหนังสือ “บดเลื่องพื้นเมืองลาว เทบนิยายและพื้นสืบ” ของคำผุย พมพิลา (2008) ดำเนินการวิเคราะห์ตามแนวทางเรื่องเล่าเชิงนิเวศ (Eco-narrative) ของอารัน สติบเบ (Arran Stibbe) โดยเน้นการศึกษาเชิงลึกใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ บทบาทของธรรมชาติเป็นผู้กระทำการ การอุปลักษณ์และอัตลักษณ์เชิงนิเวศวัฒนธรรม และการสร้างจริยธรรมทางสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่าตำนานสร้างโลกลาวสามารถจำแนกได้เป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มกำเนิดพหุวัฒนธรรม กลุ่มวีรบุรุษพิชิตภัยธรรมชาติ กลุ่มพันธสัญญาแห่งการอยู่รอด และกลุ่มบทลงโทษเชิงสัญลักษณ์ เมื่อพิจารณาองค์ประกอบเชิงนิเวศพบว่า 1) ด้านบทบาทผู้กระทำการตำนานได้มอบพลังการกระทำ (Agency) ให้แก่สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ ทั้งพืช สัตว์ และปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ 2) ด้านการอุปลักษณ์และอัตลักษณ์มีการใช้อุปลักษณ์เชิงนิเวศเปรียบโลกเป็น "หมากน้ำเต้าปุง" หรือครรภ์อินทรีย์</p> 2026-06-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/291994 ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภคสื่ออินโฟกราฟิกในข่าวออนไลน์ไทย 2026-03-10T13:05:58+07:00 สุภาภรณ์ วิมลชัยฤกษ์ supaporn.wi@ssru.ac.th ชินกฤต อุดมลาภไพศาล chinnagrit.udomlappaisan@stamford.edu <p>งานวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคสื่ออินโฟกราฟิกในข่าวออนไลน์ไทย 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติกับแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคสื่ออินโฟกราฟิกในข่าวออนไลน์ไทย และ 3) ศึกษาปัจจัยที่ร่วมกันทำนายทัศนคติต่อสื่ออินโฟกราฟิกอันเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงไปสู่แนวโน้มพฤติกรรมการบริโภค ใช้การสำรวจภาคตัดขวางกับกลุ่มตัวอย่าง 128 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์โดยการสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 55.5) อายุ 15–22 ปี (ร้อยละ 53.1) การศึกษาระดับปริญญาตรี (ร้อยละ 71.1) มีสถานภาพเป็นนักเรียน/นักศึกษา (ร้อยละ 53.1) รายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน (ร้อยละ 21.1) เปิดรับสื่ออินโฟกราฟิกทุกวัน (ร้อยละ 41.4) ผ่านสมาร์ตโฟน (ร้อยละ 79.7) โดยลักษณะทางประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเปิดรับสื่อที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2) ทัศนคติต่อสื่ออินโฟกราฟิกมีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับปานกลางกับแนวโน้มพฤติกรรมการ (r = .552, p &lt; .001) สอดคล้องกับทฤษฎีการกระทำด้วยเหตุผล และ 3) การรับรู้ประโยชน์ของสื่ออินโฟกราฟิก (β = .705) เป็นตัวแปรพยากรณ์ที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อทัศนคติ โดยร่วมกับแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคสามารถอธิบายความแปรปรวนของทัศนคติได้ร้อยละ 66.60 (R² = .666)</p> 2026-05-18T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/293982 การแต่งกายกับภูมิทัศน์เชิงสัญญะในพื้นที่คาเฟ่: กรณีศึกษาร้านกาแฟ One Step Garden ณ นครเซี่ยงไฮ้ 2026-04-24T14:13:46+07:00 สุทธิกานต์ วัฒนาโภคยกิจ mengfen1994@gmail.com <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะและรูปแบบการบรรจบกันของการแต่งกายในฐานะภูมิทัศน์เชิงสัญญะภายในพื้นที่คาเฟ่ และเพื่ออธิบายว่าบริบทเชิงพื้นที่อาจสัมพันธ์กับความคล้ายคลึงของการแต่งกายของผู้ใช้พื้นที่อย่างไร โดยใช้ร้านกาแฟ One Step Garden ในนครเซี่ยงไฮ้เป็นกรณีศึกษา งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา ร่วมกับการใช้สถิติเชิงพรรณนาเพื่อสนับสนุนการตีความเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากร้านกาแฟ 3 สาขา ได้แก่ สาขา Guangfulin สาขา Fresh Brew Workshop และสาขา Dinghai Shenzhen ข้อมูลประกอบด้วยภาพถ่ายและภาพนิ่งจากวิดีโอจำนวน 23 ภาพ/เฟรม รวมผู้ถูกสังเกต 126 คน รวมถึงข้อมูลเปรียบเทียบจากพื้นที่โดยรอบสาขา Guangfulin การวิเคราะห์มุ่งพิจารณาสี โทนสี รูปแบบการแต่งกาย และความเด่นชัดทางสายตา โดยใช้ค่าความถี่และร้อยละเพื่อแสดงแนวโน้มเบื้องต้น และตีความผ่านกรอบภูมิทัศน์เชิงสัญญะ สัญญะภาพ การแต่งกายในฐานะการสื่อสารอวัจนภาษา และแบบจำลองการสื่อสารของ Jakobson ผลการศึกษาพบว่า การแต่งกายของลูกค้าส่วนใหญ่ใช้สีที่มีความอิ่มตัวต่ำ เช่น สีดำ สีขาว สีเทา และสีน้ำตาล ขณะที่สีสดปรากฏน้อยกว่า รูปแบบการแต่งกายโดยรวมมีลักษณะเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และไม่เน้นความโดดเด่นทางสายตา ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับบรรยากาศของคาเฟ่ที่เน้นวัสดุธรรมชาติ แสงอบอุ่น และโทนสีอ่อนนุ่ม ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ความคล้ายคลึงของการแต่งกายอาจสัมพันธ์กับบริบทเชิงพื้นที่ รสนิยมทางสุนทรียะ และการเลือกใช้พื้นที่ของผู้บริโภค งานวิจัยนี้เห็นว่าการแต่งกายสามารถเป็นองค์ประกอบหนึ่งของภูมิทัศน์เชิงสัญญะในพื้นที่บริโภค และมีส่วนร่วมในการสร้างความหมายทางสายตาและสุนทรียะของพื้นที่คาเฟ่</p> 2026-06-12T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/297563 คิดแบบนักออกแบบ / Designing Your Life คู่มือออกแบบชีวิตด้วย Design Thinking 2026-06-28T09:17:40+07:00 นิพัทธา หรรนภา niphattha@msu.ac.th <p><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New',sans-serif;">ในช่วงชีวิตหนึ่ง หลายคนอาจเคยตั้งคำถามกับตนเองว่า เรากำลังเดินไป<br>ถูกทางหรือไม่ งานที่ทำอยู่ใช่สิ่งที่ต้องการจริงหรือเปล่า หรือชีวิตควรมีความหมายมากกว่านี้หรือไม่ คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่าเรากำลังต้องการทบทวนทิศทางชีวิตของตนเอง หนังสือ *</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New',sans-serif;">Designing Your Life* <span lang="TH"><br>หรือที่รู้จักในฉบับภาษาไทยว่า *คู่มือออกแบบชีวิตด้วย </span>Design Thinking* <span lang="TH">โดย <br></span>Bill Burnett <span lang="TH">และ </span>Dave Evans <span lang="TH">เป็นหนังสือที่ชวนผู้อ่านกลับมามองชีวิตอย่างเป็นระบบ ผ่านแนวคิดที่ว่า “ชีวิตสามารถออกแบบได้” </span></span><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New',sans-serif;">จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือ การนำกระบวนการ </span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New',sans-serif;">Design Thinking <span lang="TH">ซึ่งเดิมใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการ หรือนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้กับชีวิตและ<br>การทำงาน ผู้เขียนไม่ได้มองชีวิตว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ โชคชะตา หรือสูตรสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่เสนอว่าชีวิตสามารถสำรวจ ทดลอง ปรับปรุง และเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับงานออกแบบชิ้นหนึ่งที่ต้องผ่านการทำความเข้าใจปัญหา การคิดทางเลือก การสร้างต้นแบบ และการปรับแก้จนเหมาะสมขึ้นเรื่อย ๆ</span></span></p> 2026-06-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/292030 ละครคุณธรรมในยุคแพลตฟอร์มดิจิทัล: กรณีศึกษา “กะเทยธรรม” กับเหตุผลของความนิยมในสังคมไทยร่วมสมัย 2026-04-07T11:10:42+07:00 ไทศิต เครือโสม taisith.k@ubu.ac.th <p>บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ปรากฏการณ์ “กะเทยธรรม” ในฐานะประเภทเรื่องเล่าลูกผสมของละครคุณธรรมและการแทนภาพตัวละครเพศหลากหลายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทย โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดคอนเทนต์ลักษณะนี้จึงได้รับความนิยมอย่างสูง และความนิยมดังกล่าวสะท้อนอะไรเกี่ยวกับค่านิยมและขอบเขตของการยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยร่วมสมัย งานวิจัยใช้การวิเคราะห์เชิงแนวคิดและการสังเคราะห์วรรณกรรมจากวัฒนธรรมศึกษา การศึกษาแพลตฟอร์ม และการศึกษาด้านเพศสภาพและเรื่องเพศเป็นกรอบในการตีความ ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ละครคุณธรรมในยุคแพลตฟอร์มควรถูกมองเป็น “ละครคุณธรรมภายใต้ตรรกะแพลตฟอร์ม” ซึ่งเรื่องเล่าเชิงศีลธรรมถูกย่อส่วน เร่งจังหวะ และจัดรูปแบบใหม่ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจความสนใจ ขณะเดียวกัน “กะเทยธรรม” ทำหน้าที่เป็นประเภทเรื่องเล่าผสมผสานที่นำตัวละครเพศทางเลือกมาบรรจุไว้ในโครงสร้างศีลธรรมแบบดั้งเดิม ส่งผลให้เกิดการยอมรับความหลากหลายทางเพศแบบมีเงื่อนไขมากกว่าการยอมรับบนฐานของสิทธิและความเท่าเทียม บทความนี้มีส่วนช่วยขยายความเข้าใจต่อบทบาทของประเภทเรื่องเล่าและแพลตฟอร์มในการกำหนดการเมืองของอัตลักษณ์ และชี้ให้เห็นว่าสื่อไทยยุคแพลตฟอร์มดำรงอยู่ในสภาวะก้าวหน้าเชิงภาพแทน แต่คงอยู่เชิงโครงสร้าง</p> 2026-06-04T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมนุษย์กับสังคม