https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/issue/feed วารสารมนุษย์กับสังคม 2025-12-26T15:34:05+07:00 Pakpoom Hannapa husoc.msu.journal@msu.ac.th Open Journal Systems <p> วารสารมนุษย์กับสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ใหม่และส่งเสริมให้คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต รวมทั้งผู้สนใจได้เผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัยทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีขอบเขตเนื้อหาบทความวิจัยและบทความวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) ได้แก่ อักษรศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ภาษาและภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์และปรัชญาแห่งศาสตร์ความรู้การพัฒนา และวัฒนธรรมศึกษา</p> https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/281689 คติชนในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์ 2025-04-22T14:54:35+07:00 สิริกานดา อุดรแผ้ว 65010183004@msu.ac.th นิตยา วรรณกิตร์ nittaya.w@msu.ac.th <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลคติชนในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์ ประพันธ์โดยอัยย์ (นามปากกา) ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 3 ภาค ได้แก่ ภาคหัวใจสีดำ ภาคสลักบิดเบือนกรรม และภาคพิเศษ จำนวน 21 เล่ม การศึกษาข้อมูลคติชนในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์นี้ ผู้ศึกษาพบว่า คติชนในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์ แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ คือ 1. คติชนด้านการใช้ถ้อยคำ นำเสนอเกี่ยวกับเพลงพื้นบ้าน สำนวนสุภาษิต และภูมินาม 2. คติชนด้านวัฒนธรรมวัตถุ นำเสนอเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพื้นบ้าน 3. คติชนด้านศิลปะการแสดง นำเสนอเกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้านในรูปแบบของการละเล่นที่ต้องใช้วัตถุสิ่งของ 4. คติชนด้านขนบธรรมเนียมประเพณี นำเสนอเกี่ยวกับความเชื่อ รวมไปถึงประเพณี และพิธีกรรมต่าง ๆ โดยคติชนที่ปรากฏมากที่สุดในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์ คือ คติชนด้านขนบธรรมเนียมประเพณีปรากฏ 7 ลักษณะ รองลงมาคือคติชนด้านการใช้ถ้อยคำปรากฏ 6 ลักษณะ คติชนด้านวัฒนธรรมวัตถุปรากฏ 5 ลักษณะ และคติชนด้านศิลปะการแสดงปรากฏ 1 ลักษณะตามลำดับ ซึ่งคติชนที่ปรากฏทุกประเภทนี้สะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานความเชื่อในสังคมไทยในทุก ๆ ด้าน ซึ่งทำให้นวนิยายนั้นมีความน่าสนใจ อันเนื่องมาจากผู้อ่านมีพื้นฐานความเชื่อภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมไทย ทำให้เข้าถึงความรู้สึกที่ผู้ประพันธ์ต้องการจะสื่อสารถึงผู้อ่านได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การนำเสนอข้อมูลคติชนวิทยาในนวนิยายดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสร้างมิติแฟนตาซีอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคติชน ด้านขนบธรรมเนียมประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความเหนือธรรมชาติ ได้แก่ ความเชื่อเรื่องผีสางนางไม้ ไสยศาสตร์ พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ และการนำอาถรรพ์ทั้งเวทมนตร์คาถาเข้ามาใช้ในการสร้างโครงสร้างเรื่องราว ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนตัวบทในเรื่องเท่านั้น หากยังสร้างเอกลักษณ์ของนิยายแฟนตาซีไทยผ่านการผสมผสานระหว่างแนวคิดสมัยใหม่กับภูมิปัญญาพื้นบ้าน ส่งผลให้เกิดบรรยากาศลึกลับ ความน่าสะพรึงกลัว และการสร้างโลกภายนอกความจริงที่ผู้อ่านสามารถเข้าถึงและสัมผัสได้ด้วยพื้นฐานทางวัฒนธรรมร่วม</p> 2025-11-20T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/276397 พืชผักพื้นบ้านในตำรายาใบลานอีสาน 2024-11-11T08:38:04+07:00 ณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์ narongsak.r@msu.ac.th <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสรรพคุณผักพื้นบ้านที่ปรากฏในเอกสารใบลานอีสาน เพื่อศึกษาความถี่สรรพคุณผักพื้นบ้านที่ปรากฏในเอกสารใบลานและเพื่อศึกษาบทบาทของสมุนไพรในสังคมอีสานยุคโบราณ โดยศึกษาจากเอกสารใบลานอีสาน จำนวน 12 ฉบับ ผลการศึกษาพบว่า พบพืชผักพื้นบ้าน 66 ชนิด และสรรพคุณทางยา 588 ประการ ผักที่มีการใช้มากที่สุด ได้แก่ ขิง (59 สรรพคุณ, 10%) ย่านาง (54 สรรพคุณ, 9%) และพริก (43 สรรพคุณ, 7%) สรรพคุณหลักแบ่งตามกลุ่มโรค ได้แก่ โรคผิวหนัง (20.06%) ระบบอาหาร/ขับถ่าย (14.79%) และไข้/ไอ (10.03%) การวิจัยนี้ยังสะท้อนบทบาทของสมุนไพรในสังคมอีสานยุคโบราณ 5 มิติ ได้แก่ การแพทย์พื้นบ้าน เศรษฐกิจและวิถีชีวิต นิเวศวัฒนธรรม ความเชื่อและพิธีกรรม และการส่งต่อภูมิปัญญา ผลการศึกษาช่วยเปิดเผยองค์ความรู้ดั้งเดิมและเสนอแนวทางต่อยอดในการวิจัยทางเภสัชวิทยาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจากพืชผักพื้นบ้านต่อไป</p> 2025-11-27T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/285941 บทบาทของสภาองค์กรชุมชนในการสร้างเครือข่ายการพัฒนา เศรษฐกิจฐานราก: กรณีศึกษา ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 2025-08-15T08:49:55+07:00 วิศนุกร อุทัยศรี wisanukorn.wu@gmail.com จเร สิงหโกวินท์ jaray.s@nida.ac.th <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาบทบาทของสภาองค์กรชุมชนในการสร้างเครือข่ายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และ 2. เพื่อศึกษาการสร้างเครือข่ายของสภาองค์กรชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยอิงกรอบแนวคิดเศรษฐกิจฐานราก ทุนทางสังคม การจัดการทรัพยากรร่วม และทฤษฎีเครือข่ายทางสังคม เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง พบว่า สภาองค์กรชุมชนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกชุมชน ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน เป็นศูนย์กลางประสานงานกลุ่มกิจกรรมและสร้างเครือข่ายแท้ ในการดำเนินงานมีโมเดล 5 ห่วงโซ่ ได้แก่ การผลิต การแปรรูป การตลาด การท่องเที่ยวโดยชุมชน และการสื่อสารกับสังคม ช่วยให้ชุมชนมีเป้าหมายในการพัฒนา ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่าย ได้แก่ การกำหนดเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจน การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการเชื่อมโยงผลประโยชน์ระหว่างสมาชิกเครือข่าย ผลการศึกษาในครั้งนี้ให้ข้อเสนอเชิงปฏิบัติสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนอื่น ๆ รวมทั้งมีนัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบายในด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม</p> 2025-12-01T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/286769 คติชนในเวทีการประกวด “ธิดาดวงดีศรีสวรรคโลก”: การสร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดนางงามด้วยทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น 2025-09-15T11:52:41+07:00 สุรเชษฐ์ คูหาเลิศ skhuhalerd@tu.ac.th <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคติชนที่ปรากฏในงานประกวดธิดาดวงดีศรีสวรรคโลกและวิธีการสร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดโดยใช้ทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยกรอบแนวคิดเรื่องคติชนสร้างสรรค์ (Creative Folklore) ผลการศึกษาพบคติชนที่ปรากฏในกิจกรรมการประกวด 3 ประเภท ได้แก่ 1) ความเชื่อ 2) ประเพณีและพิธีกรรม 3) วรรณกรรมมุขปาฐะ ส่วนวิธีการสร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นพบลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) วิธีคิดเชิงสร้างสรรค์ที่อิงจากรากวัฒนธรรม 2) วิธีการออกแบบกิจกรรมที่ผสมผสานคติชนเข้ากับบริบทร่วมสมัย และ 3) วิธีการถ่ายทอดและผลลัพธ์ของการสร้างสรรค์</p> 2025-12-03T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/286700 ข้าวดอกราย: ภูมิปัญญาด้านอาหารและความสัมพันธ์กับสถาบันทางสังคมชาวตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 2025-08-15T14:17:22+07:00 ชญาน์ทัต เอี่ยวเรืองสุรัติ chayathat@hu.ac.th นธี เหมมันต์ natee_h@hu.ac.th <p>บทความเรื่องนี้ต้องการศึกษาข้าวดอกรายอาหารท้องถิ่นสะกอมใน 2 ประเด็น คือ ศึกษาข้าวดอกรายในมิติภูมิปัญญาด้านอาหารของชาวตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และศึกษาความสัมพันธ์ของข้าวดอกรายกับสถาบันทางสังคมระดับต่าง ๆ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพรวบรวมข้อมูลด้วยการศึกษาข้อมูลเอกสารและข้อมูลภาคสนาม โดยใช้แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ และแบบประเด็นสนทนากลุ่ม ผลการศึกษาพบว่า ข้าวดอกรายสะท้อนภูมิปัญญาอาหารสองมิติ คือ มิติด้านองค์ประกอบของสำรับอาหารดั้งเดิม และมิติความรู้ท้องถิ่นของชุมชน พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ของตำบลสะกอม นอกจากนี้ ยังพบว่าข้าวดอกรายมีความสัมพันธ์กับสถาบันทางสังคม 6 สถาบัน ได้แก่ สถาบันครอบครัว มีบทบาทในการรักษาความรู้ ภูมิปัญญาด้านอาหารและสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว สถาบันทางเศรษฐกิจ มีบทบาทในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรากฐานการประกอบอาชีพ สถาบันการเมืองการปกครอง มีบทบาทในการกำหนดนโยบายเพื่อความมั่นคงทางอาหาร สถาบันศาสนา มีบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์ ความรักและความสามัคคีกัน ทั้งยังสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนมุสลิม สถาบันการศึกษาและการถ่ายทอดการเรียนรู้ทางสังคม มีบทบาทในการสร้างการรับรู้และความภูมิใจในท้องถิ่น และสถาบันนันทนาการ มีบทบาทในการทำหน้าที่สนับสนุนการสร้างพื้นที่ร่วมของชุมชน โดยวิธีการมีส่วนร่วมของชุมชนและกระบวนการถ่ายทอดความรู้และรักษาองค์ความรู้ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ภายในชุมชนและภายนอกชุมชน</p> 2025-12-23T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/288598 กลวิธีทางภาษากับการสร้างวาทกรรมโชคลาภในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ออนไลน์ 2025-10-10T14:42:06+07:00 สุทธิลักษณ์ สวรรยาวิสุทธิ์ sutthiluck1987@gmail.com ฐนพรรณ ธูปหอม thananopp35@gmail.com <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษากับการสร้างวาทกรรมเรื่องโชคลาภในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ออนไลน์ โดยใช้กรอบแนวคิดการวิเคราะห์วาทกรรมเชิงวิพากษ์ของ Fairclough ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ขอบเขตและวิธีการวิจัย ใช้การวิเคราะห์เนื้อหาร่วมกับการวิเคราะห์ตัวบท และนำเสนอผลด้วยวิธีการพรรณนาวิเคราะห์ กลุ่มตัวอย่างคือ บทสนทนา ข่าว และถ้อยคำที่ปรากฏในสองรายการดังกล่าว ขอบเขตด้านเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 โดยการเลือกแบบเจาะจง ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลรวม 69 วันที่เกี่ยวข้องกับวันกำหนดออกเลขสลากรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาล ข้อมูลที่ใช้มาจากรูปแบบออนไลน์บนเว็บไซต์ YouTube เท่านั้น ผลการวิจัยพบว่า ภาษาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความชอบธรรมให้กับระบบเศรษฐกิจ ศาสนา และสื่อ โดยมีวิถีปฏิบัติ 3 ด้าน ดังนี้ 1) กลวิธีทางภาษา ใช้ศัพท์เฉพาะเจาะจง (เช่น คำยืม/คำใหม่) เพื่อนำเสนอสลากดิจิทัล ในฐานะเทคโนโลยีสมัยใหม่และระบบตลาดที่ชอบธรรม ซึ่งนำไปสู่การยอมรับโครงสร้างระบบเสี่ยงโชคในสังคมไทย 2) วิถีปฏิบัติทางวาทกรรม ภาษาทำหน้าที่รักษาความชอบธรรมทางศาสนาและความเชื่อพื้นบ้านโดยการสร้างความเป็นจริงร่วมกันในเรื่องโชคลาภ นอกจากนี้ สื่อยังใช้ภาษาเพื่อยืนยันความชอบธรรมของตนเองในฐานะผู้ผลิตวาทกรรม โดยสร้างพื้นที่อำนาจให้กับผู้พูดและผู้รายงานข่าว และ 3) วิถีปฏิบัติทางสังคมและวัฒนธรรม กลไกทางภาษาดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลิตซ้ำอุดมการณ์ทางเศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งทำให้ระบบเสี่ยงโชคมีความต่อเนื่อง เข้มแข็ง และได้รับการยอมรับในวิถีคิดของคนไทยในปัจจุบัน</p> 2025-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/291297 Made to Stick ติดอะไรไม่เท่าติดหนึบ 2025-12-26T15:34:05+07:00 ภาคภูมิ หรรนภา pakpoom.h@msu.ac.th <p>ภาพรวมของ หนังสือ “Made to Stick” โดย Chip และ Dan Heath นำ เสนอมุมมองเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับการสื่อสารเชิงประสิทธิภาพผ่านการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความยั่งยืนในใจผู้รับสาร ผู้เขียนได้ตั้งสมมติฐานสำคัญผ่านคำถามเชิงเปรียบเทียบเกี่ยวกับปรากฏการณ์การจดจำของมนุษย์ว่า เหตุใดแนวคิดบางประการ (โดยเฉพาะข่าวลือหรือตำนานร่วมสมัย) จึงสามารถดำรงอยู่และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วภายใต้สภาวะที่เรียกว่า “การจดจำที่ฝังแน่น” ในขณะที่ชุดข้อมูลทางธุรกิจหรือแผนยุทธศาสตร์ที่มีโครงสร้างซับซ้อนและเปี่ยมด้วยสาระสำคัญ กลับล้มเหลวในการสร้างความจดจำและถูกละเลยในเวลาอันสั้น การวิเคราะห์นี้มุ่งเน้นไปที่การสืบค้นไปถึงกระบวนการทางพฤติกรรมศาสตร์และกลไกการรับรู้ของมนุษย์ที่ส่งผลต่อความสามารถในการเลือกรับและคงไว้ซึ่งข้อมูลภายในพื้นที่การรับรู้</p> <p>ในบริบททางสังคมและภาวะวิกฤต ความสนใจในยุคดิจิทัล ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่สังคมเผชิญกับ “ข่าวสารที่มากเกิน” (Information Overload) ซึ่งเป็นยุคที่ผู้บริโภคสื่อมีช่วงความสนใจที่สั้นลง หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักสร้างสรรค์คอนเทนต์และนวัตกรรมสื่อดิจิทัล ซึ่งการสื่อสารที่มีประสิทธิผลในยุคใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนำเสนอข้อมูลในปริมาณมหาศาล แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบสารที่สามารถแย่งชิงพื้นที่การจดจำท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในพื้นที่ดิจิทัลได้ ความเข้าใจในเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้สื่อสารสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอจากเพียงแค่ “การส่งสาร” ไปสู่การ “สร้างผลต่อความคิด” ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/285958 การศึกษาภาพแทนของชนชั้นปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผ่านตัวละคร “วงศ์อสัญแดหวา” ในวรรณคดีเรื่องอิเหนา 2025-08-20T20:12:27+07:00 ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ natawut.kla@mbu.ac.th เธียรณพัฒน์ เมืองหลวง phiphek.m@yru.ac.th <p>บทความวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาภาพแทนของชนชั้นปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผ่านตัวละคร “วงศ์อสัญแดหวา” ในวรรณคดีเรื่องอิเหนา โดยใช้แนวคิดภาพแทนในการศึกษาและวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบภาพแทนของชนชั้นปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น 5 ประการ ได้แก่ 1) รักเกียรติยศและศักดิ์ศรี 2) เคารพผู้ใหญ่ 3) รักพวกพ้อง 4) กล้าหาญในการรบ และ 5) ให้ความสำคัญกับตำแหน่ง โดยภาพแทนทั้ง 5 ประการ แสดงให้เห็นวิถีแห่งการดำเนินชีวิตของชนชั้นปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ต้องดำเนินชีวิตตามกฎกติกาที่สร้างไว้ โดยชนชั้นปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้ปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้</p> 2025-12-22T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษย์กับสังคม https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal/article/view/289305 สำนึกในถิ่นที่และการประกอบสร้างความหมายของสถานที่ในกวีนิพนธ์หอมแผ่นดินลาว ของ ‘ลูกดอนกะเด็น’ 2025-10-30T14:42:12+07:00 ลาวัณย์ สังขพันธานนท์ lawan.sangkhaphanthanon@gmail.com <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สำนึกในถิ่นที่ ความผูกพันต่อสถานที่และการประกอบสร้างความหมายของสถานที่ในกวีนิพนธ์คัดสรรชุด หอมแผ่นดินลาว โดย “ลูกดอนกะเด็น” กวีซีไรต์จากประเทศ สปป. ลาวประจำปี 2019 โดยใช้มโนทัศน์ด้านสถานที่ตามแนวคิดวัฒนธรรมศึกษามาประกอบการพิจารณา ผลการศึกษาพบว่า หอมแผ่นดินลาว เป็นกวีนิพนธ์ที่มีความโดดเด่นในการนำเสนอสำนึกในถิ่นที่และความผูกพันต่อสถานที่อันได้แก่ประเทศลาวซึ่งเป็นมาตุภูมิของกวี โดยแสดงออกในหลายมิติ ทั้งในระดับของความรัก ความหวงแหนต่อแผ่นดินถิ่นเกิด การเคารพต่อถิ่นที่ จนถึงระดับของการอุทิศตนและเสียสละต่อสถานที่ กวีนำเสนอผ่านโวหารวาทศิลป์ ด้วยการใช้ความเปรียบ สัญญะ และสัญลักษณ์ที่มีชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ ในขณะเดียวกันได้ประกอบสร้างความหมายของสถานที่ซึ่งหมายถึงแผ่นดินลาว หรือประเทศลาวในหลายความหมาย ได้แก่ เมืองลาวคือแผ่นดินของแม่ เมืองลาวคือสถานที่อันอุดมสมบูรณ์ สวยงามด้วยธรรมชาติ เมืองลาวคือดินแดนแห่งศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และเมืองลาวคือดินแดนของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ เป็นที่น่าสังเกตว่าการประกอบสร้างความหมายของสถานที่นี้ ในแง่หนึ่งก็คือการสร้างอัตลักษณ์ของประเทศลาวนั่นเอง</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษย์กับสังคม