วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru
<p><strong>HUSO Journal of Humanities and Social Sciences</strong><br /><strong>คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร</strong></p> <p> วารสาร HUSO เป็นวารสารวิชาการราย 6 เดือน จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้และผลการศึกษาวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมุ่งหวังที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป ได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับเครือข่ายทางวิชาการทั้งภายในและภายนอกประเทศ</p> <p> กองบรรณาธิการยินดีรับพิจารณาบทความวิชาการจากนักวิชาการทุกท่าน โดยบทความทุกเรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์จะผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 ท่าน จากหลากหลายสถาบัน ผ่านระบบการประเมินแบบ <strong>Double-blind Peer Review</strong> ซึ่งผู้ประเมินและผู้เขียนจะไม่ทราบชื่อหรือข้อมูลของกันและกัน</p> <p> ทั้งนี้ บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว มิได้สะท้อนถึงความคิดเห็นของกองบรรณาธิการหรือคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครแต่อย่างใด รวมถึงไม่ครอบคลุมถึงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการจัดพิมพ์</p> <p> วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มุ่งเน้นการเผยแพร่งานวิชาการที่มีความลุ่มลึกทางวิชาการ มีการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมองค์ความรู้ใหม่ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</p> <p> ทั้งนี้ ตั้งแต่ฉบับที่ 1 ปี 2568 เป็นต้นไป วารสารขอสงวนสิทธิ์ <strong>ไม่รับพิจารณาตีพิมพ์บทความที่เน้นเพียงการสำรวจความพึงพอใจหรือการมีส่วนร่วม</strong> ซึ่งมีลักษณะเป็นการเก็บข้อมูลเชิงบรรยายหรือสถิติเบื้องต้นโดยไม่มีการวิเคราะห์หรือสังเคราะห์ข้อมูลอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากบทความประเภทดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับแนวทางและวัตถุประสงค์ของวารสารที่มุ่งเน้นการนำเสนอองค์ความรู้เชิงลึกและข้อค้นพบใหม่ที่มีคุณค่าทางวิชาการ</p> <p> วารสารขอแนะนำให้ผู้เขียนปรับปรุงบทความให้มีการวิเคราะห์เชิงลึก การอภิปรายผลที่เชื่อมโยงกับทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเสนอข้อค้นพบที่มีนัยสำคัญเชิงวิชาการ เพื่อให้ผลงานมีความเหมาะสมและมีศักยภาพในการเผยแพร่ต่อสาธารณะในระดับวิชาการ</p> <p><strong>หมายเหตุ:</strong> กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ส่งคืนบทความต้นฉบับให้แก่ผู้เขียน</p>Faculty of Humanities and Social Sciences, Phranakhon Rajabhat Universityth-THวารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร2586-9450การโค้ชเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำองค์การอย่างมีประสิทธิภาพ
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru/article/view/290684
<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา องค์การจำนวนมากเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แนวคิดการพัฒนาผู้นำจำเป็นต้องขยับจากรูปแบบการสั่งการไปสู่กระบวนทัศน์ที่มุ่งสร้างการเรียนรู้และศักยภาพจากภายใน บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหมาย หลักการ และกรอบแนวคิดเกี่ยวกับการโค้ช ตลอดจนวิเคราะห์บทบาทของการโค้ชในการส่งเสริมภาวะผู้นำองค์การ โดยอาศัยการทบทวนวรรณกรรมที่ครอบคลุมทั้งงานวิจัยไทยและต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการโค้ชไม่ใช่เพียงทักษะการสื่อสารเชิงพัฒนา แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สามารถยกระดับการรับรู้ตนเอง การจัดการอารมณ์ ความรับผิดชอบต่อเป้าหมาย และการกำกับตนเองของผู้นำในบริบทการทำงานในปัจจุบัน</p> <p>ผลการสังเคราะห์ชี้ว่า การโค้ชที่มีประสิทธิภาพตั้งอยู่บนรากฐานของความไว้วางใจ พื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ และการใช้วิธีการตั้งคำถามเชิงลึกควบคู่กับการสะท้อนการคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาความสามารถหลักของผู้นำ ทั้งในด้านการคิดเชิงระบบ การกำหนดวิสัยทัศน์ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และการเสริมพลังให้ผู้ตามในลักษณะที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์การ นอกจากนี้ บทความยังเสนอว่าการโค้ชสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกระดับองค์การที่สนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่างทีมงาน และการปรับตัวเชิงโครงสร้างในสภาพแวดล้อมที่ผันผวน ผลการวิเคราะห์โดยรวมสะท้อนให้เห็นว่า การโค้ชไม่ได้จำกัดอยู่ในฐานะเทคนิคการพัฒนาบุคลากร แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การที่มุ่งสร้างผู้นำที่มีคุณลักษณะทันสมัย ยืดหยุ่น และพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน</p>เสฏฐนันท์ วรรณวรเศรษฐ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
2026-06-302026-06-301018599หลักการจัดการทุนมนุษย์ในการขับเคลื่อนองค์การแห่งการเรียนรู้
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru/article/view/291623
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักการจัดการทุนมนุษย์ในฐานะกลไกในการขับเคลื่อนองค์การไปสู่ องค์การแห่งการเรียนรู้ ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่มีความผันผวนสูง การศึกษาใช้การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมแนวคิดการจัดการทุนมนุษย์ และแนวคิดองค์การแห่งการเรียนรู้ รวมถึงการวิเคราะห์เชิงสังเคราะห์เพื่อเชื่อมโยงบทบาท กลไก และความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการทุนมนุษย์กับกระบวนการเรียนรู้ขององค์การ</p> <p>ผลการวิเคราะห์พบว่า การจัดการทุนมนุษย์มีบทบาทสำคัญในฐานะโครงสร้างการเรียนรู้ขององค์การ ที่เชื่อมโยงความรู้ ทักษะ ทัศนคติ และประสบการณ์ของบุคลากรเข้ากับกระบวนการทำงานจริงอย่างเป็นระบบ ข้อค้นพบสำคัญชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการจัดกิจกรรมฝึกอบรมแบบแยกส่วน หากแต่ต้องอาศัยการจัดการทุนมนุษย์เชิงกลยุทธ์ที่ฝังการเรียนรู้ไว้ในโครงสร้าง กลยุทธ์ และวัฒนธรรมองค์การ ทั้งในมิติของระบบการเรียนรู้ บทบาทผู้นำ บรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อความไว้วางใจ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้จะช่วยขยายความเข้าใจบทบาทของทุนมนุษย์จากมิติสมรรถนะรายบุคคล ไปสู่มิติเชิงโครงสร้างขององค์การ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางเชิงบริหารจัดการเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเรียนรู้และความยั่งยืนขององค์การได้ในระยะยาว</p> <p>คำสำคัญ: การจัดการทุนมนุษย์ องค์การแห่งการเรียนรู้ การเรียนรู้ขององค์การ การพัฒนาองค์การ</p>ปวริศ อนุสรณ์พานิช
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
2026-06-302026-06-30101100119 EFFECTS OF INSTRUCTIONAL LEADERSHIP ON TEACHERS’ PROFESSIONAL LEARNING: A DESCRIPTIVE STUDY OF TEACHER COMMITMENT AND COLLECTIVE EFFICACY IN PUBLIC UNIVERSITIES IN GUANGDONG PROVINCE
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru/article/view/291011
<p>This study aimed to examine the impact of instructional leadership on teachers’ professional learning by developing a moderated mediation model, with teacher commitment as a mediator and collective efficacy as a moderator. The specific objectives were to: (1) establish the relationship between instructional leadership and teachers’ professional learning; (2) examine the relationship between instructional leadership and teacher commitment; (3) investigate the relationship between teacher commitment and teachers’ professional learning; (4) examine the moderating role of collective efficacy in the relationship between instructional leadership and teachers’ professional learning; and (5) examine the mediating role of teacher commitment in this relationship. A quantitative research design was employed using a survey method. The sample consisted of 563 teachers from public universities in Guangdong Province, and the sample size was determined using G*Power software. Data were analyzed using Confirmatory Factor Analysis (CFA) and Structural Equation Modeling (SEM). The results revealed that instructional leadership had a significant positive effect on teachers’ professional learning and teacher commitment. Teacher commitment also had a significant positive effect on teachers’ professional learning. In addition, teacher commitment mediated the relationship between instructional leadership and teachers’ professional learning, while collective efficacy significantly moderated this relationship. These findings contribute to the theoretical understanding of instructional leadership and provide practical implications for enhancing teacher professional development and educational management.</p>ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์Liu YuhuaSukhum MoonmuangSataporn Preutikul
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
2026-06-302026-06-30101119INFORMATION LEADERSHIP MODEL FOR THE PRINCIPALS OF HIGH SCHOOLS IN PINGDINGSHAN CITY UNDER HENAN PROVINCE
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru/article/view/290377
<p>The objectives of this research were: (1) To determine the components and indicators of information leadership for principals of high schools in Pingdingshan City, Henan Province; and (2) To propose information leadership model for principals in high schools in Pingdingshan City, Henan Province. The research was the mixed methodology both qualitative and quantitative method. The study’s population comprised 6,146 principals and teachers from high schools in Pingdingshan City, Henan Province, the People's Republic of China. A stratified random sampling method was employed, resulting 515 samples. Using computer software, we employed descriptive statistical indicators (such as percentages, arithmetic averages, and standard deviations) as well as confirmatory factor analysis to conduct the data analysis. The research findings revealed: (1) the components and indicators of information leadership for principals of high schools in Pingdingshan City, it consisted of 5 components and 17 indicators namely: Information Evaluation Capability, Information Organization and Management Capability, Information-based design ability, Information-based Pedagogical Reform Capability, and Information Literacy; (2) The information leadership model for principals of high schools in Pingdingshan was fit with the empirical data the value of Relative Chi-square (χ²/df) = 4.57, Comparative Fit Index(CFI) = 0.98,Tucker-Lewis Index (TLI)=0.97,Normed Fit Index (NFI) = 0.97,Incremental Fit Index(IF1)=0.98,and Root Mean Square Error of Approximation (RMSEA) = 0.08, all in line with specified criteria. And the key factors had the weight between .982 - 0.998.</p>ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์Yuan ShuangPornthep MuangmanPeerapong Tipanark
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
2026-06-302026-06-301012033การมีส่วนร่วมของประชาชน การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยริมคลองเปรมประชากร ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี ปทุมธานี
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru/article/view/290568
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนริมคลองเปรมประชากร ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน และ 3)แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอย กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนจำนวน 271 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือผู้นำชุนและประชาชาจำนวน 5 คน ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและอนุมาน และวิเคราะห์เชิงคุณภาพด้วยการสรุปและตีความเนื้อหาผลการวิจัย พบว่า การมีส่วนร่วมของชุมชนอยู่ในระดับมา (= 3.93) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.29) โดยปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่อการมีส่วนร่วมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และความรู้ความเข้าใจ มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในระดับสูง (r = .641**) แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1) การให้ความรู้และสร้างความตระหนักในการจัดการขยะมูลฝอย 2) ด้านกิจกรรมและการลงมือปฏิบัติในการจัดการขยะมูลฝอย 3) การติดตามและการประเมินผลในการจัดการขยะมูลฝอย</p> <p> </p> <p><strong>คำสำคัญ</strong><strong>:</strong> การมีส่วนร่วมของประชาชน การจัดการขยะมูลฝอย ชุมชนริมคลองเปรมประชากร</p>อภิวัฒน์ ดาทองศิริวรรณ วิสุทธิรัฒนกุลอัจฉรา ประไพพักตร์ภูมิพัฒน์ ตระกูลทัศน์เจริญ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
2026-06-302026-06-301013448คุณภาพชีวิต คุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ พหลโยธิน 54 เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru/article/view/290367
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง 2) ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิต และ 3) แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนจำนวน 171 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือประธานและคณะกรรมการชุมชน 5 คน ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและอนุมาน และวิเคราะห์เชิงคุณภาพด้วยการสรุปและตีความเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอยู่ในระดับมาก (= 4.13) ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.00) โดยปัจจัยส่วนบุคคลมีผลต่อคุณภาพชีวิตแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และด้านชีวิตความเป็นอยู่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในระดับสูง (r = .587**) แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1) การส่งเสริมอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้และเสริมศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีรายได้แน่นอน 2) การสร้างความเข้มแข็งในชุมชน โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ปัญหาร่วมกัน และ 3) การพัฒนาสภาพแวดล้อม ให้สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน</p> <p><strong>คำสำคัญ </strong><strong>:</strong> คุณภาพชีวิต ประชาชน โครงการบ้านประชารัฐริมคลอง</p>กาญลดา ทิมหอมณัฏฐา เกิดทรัพย์ภูมิพัฒน์ ตระกูลทัศน์เจริญ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
2026-06-302026-06-301014964ส่วนประสมทางการตลาดและการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ของนักท่องเที่ยว ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru/article/view/291584
<p>การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยมีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อศึกษาส่วนประสมทางการตลาดและการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ของนักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 2)เพื่อศึกษาการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ของนักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 3)เพื่อศึกษาความแตกต่างของส่วนประสมทางการตลาดและการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ของนักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง และนักท่องเที่ยวที่เคยท่องเที่ยวในจังหวัดลำปาง จำนวน 400 คนใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม จำนวน 400 ชุด ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานโดยใช้ความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ One-way Anova</p> <p>ผลการศึกษาวิจัยพบว่า 1) การตัดสินใจซื้อ พบว่ามาท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดลำปางเพราะมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้( 4.21)เป็นปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 2) ส่วนประสมทางการตลาดในการซื้อผลิตภัณฑ์ของนักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พบว่าปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด( 4.11)เป็นปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 3) เพศที่แตกต่างกันไม่มีผลต่อการให้ความสำคัญส่วนประสมทางการตลาดและการตัดสินใจซื้อในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ4)รายได้และอาชีพที่แตกต่างกันบางกลุ่มมีผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อเฉพาะบางด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.5</p>กุสุมา สงเชื้อภิรัญญา แก้วมารัตน์อนิตา ประดาอินทร์ปรีดา ตัญจนะอัจฉราพร อัจฉราพร
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
2026-06-302026-06-301016584