บทบรรณาธิการ

Main Article Content

นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ

Abstract

บทบรรณาธิการ


นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ


 


ในโลกที่กำลังเผชิญกับความปั่นป่วนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ความสัมพันธ์ทางสังคมและแบบแผนการดำรงชีวิตของมนุษย์ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่าเส้นทางของมนุษย์จะเดินไปสู่สิ่งใด ปรากฎการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความไม่แน่นอนและความเปราะบางของการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่ขาดโอกาส ไม่ว่าจะเป็นคนไร้บ้านและกลุ่มชาติพันธุ์ ในบทความของบุญเลิศ วิเศษปรีชา ชี้ให้เห็นว่าสังคมมักจะมองคนไร้บ้านเป็นปัญหา ในขณะที่ชีวิตของคนไร้บ้านคือกระจกสะท้อนความไม่เท่าเทียมซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง รัฐและองค์กรต่างๆ มักจะแก้ปัญหาคนไร้บ้านด้วยวิธีสงเคราะห์มากกว่าจะแสวงหาวิธีคิดใหม่ๆที่ทำให้คนไร้บ้านมีทางเลือกที่จะกำหนดชีวิตของตัวเอง ในบทความของบัณฑิจ ไกรวิจิตร และณายิบ อาแวบือซา ชี้ให้เห็นชีวิตของกลุ่มชนโอรังอัสลี ซึ่งเป็นกลุ่มชนเก็บของป่าล่าสัตว์ อาศัยอยู่บริเวณเทือกเขาที่เป็นพรมแดนติดต่อระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้พวกเขาขาดแคลนอาหาร มีปัญหาสุขภาพ และต้องกลายแรงงานรับจ้างให้กับคนไทย การเผชิญหน้ากับอิทธิพลของระบบทุนนิยมและอำนาจรัฐ พร้อมกับความสามารถที่จะรักษาวิถีวัฒนธรรมของโอรังอัสลีคือโจทย์ที่ท้าทายในโลกที่เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว


          บทความของจักรพันธุ์ ขัดชุ่มแสง เสนอการทำความเข้าใจวิธีการทำงานของนักมานุษยวิทยาในพื้นที่ดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งกำลังแผ่ขยายกว้างและมีบทบาทต่อชีวิตของมนุษย์มากขึ้น แต่สิ่งที่ควรพิจารณาคือจริยธรรมในการศึกษาชีวิตคนในสังคมออนไลน์ซึ่งมักจะมีตัวตนที่หลากหลายและไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ เส้นแบ่งระหว่างความจริงและความลวง ความเป็นส่วนตัวกับความเป็นสาธารณะ มีความคลุมเครือและยากจะตัดสิน เมื่อพรมแดนต่างๆพร่าเลือน สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากขึ้นคือการไม่ทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งถูกโจมตีและได้รับความเสื่อมเสีย สิ่งนี้อาจเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้นในการทำงานทางมานุษยวิทยาในยุคที่มนุษย์อำพรางตัวเองด้วยเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ ในบทความของผุสดี รอดเจริญและทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล อธิบายถึงลูกปัดแก้วที่มนุษย์ในอดีตสร้างขึ้น นอกจากจะมีความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบชนิดต่างๆแล้ว มนุษย์ยังเข้าใจวิธีการผลิตลูกปัดที่แตกต่างกัน รวมถึงการเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากหลายแหล่งตามเส้นทางสายไหมในอดีต ในบทความของตรงใจ หุตางกูร ได้ตีความจารึกวัดคูบัวที่เป็นภาษาบาลี โดยวิเคราะห์ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองเมืองสุพรรณบุรีกับผู้หญิงชาวลำพูนในช่วง พ.ศ.2089  ซึ่งเป็นสมัยของสมเด็จพระไชยราชาธิราช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 13 แห่งอาณาจักรอยุธยาในสมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิ บทความของธนวัฒน์ ปัญญานันท์ และนฤมล ธีรวัฒน์ อธิบายให้เห็นว่าการนำเสนอเรื่องราวในพิพิธบางลำพู สะท้อนอุดมการณ์ชาติและเลือกพูดเฉพาะวัฒนธรรมที่สวยงามสงบสุขของผู้คน มากกว่าจะเสนอชีวิตคนที่ผูกพันกับโรงฝิ่นและซ่องโสเภณี รวมถึงการแพร่หลายของบาร์ที่ทหารอเมริกันเข้ามาใช้บริการในช่วงสงครามเย็น


          บทความของวสันต์ ปัญญาแก้ว ชี้ให้เห็นบทบาทและอำนาจของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ที่แทรกตัวอยู่ในเทคโนโลยีสมัยใหม่ สังคมที่กำลังเคลื่อนไปจึงเป็นสังคมยุคหลังมนุษย์ (Posthuman) สังคมดังกล่าวนี้ถูกมองในฐานะเป็นความขัดแย้งระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจสังคม และอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ซึ่งทุกสิ่งล้วนมีอิทธิพลต่อกัน มนุษย์มิได้เป็นศูนย์กลางโลกและไม่สามารถควบคุมสิ่งอื่นได้ ความคิดเช่นนี้นำไปสู่การอธิบายโลกที่ต่างไปจากเดิม โดยมองเห็นกระบวนการและปฏิบัติการที่ปราศจากเอกภาพและปลายทางที่ชัดเจน ในการศึกษาทางมานุษยวิทยาแนวไซบอก (Cyborg Anthropology) จึงเป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับอมนุษย์ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็น “ผู้กระทำการ” ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก บทความของพิเชฐ สายพันธ์ ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันการเหยียดเชื้อชาติกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในสังคมอเมริกันที่มีการทำร้ายและเหยียดหยามคนผิวดำและคนผิวสีที่เข้าไปเป็นแรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกา ปัญหาเชื้อชาตินิยมกำลังผนวกเข้ากับปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ทำให้คนผิวขาวคิดว่าคนต่างชาติเป็นภัยอันตรายต่อพวกเขา เห็นได้จากการรังเกียจและหวาดกลัวชาวมุสลิม มาจนถึงการเสียชีวิตของ George Floyd สิ่งนี้คือปัญหาความรุนแรงที่ดำรงอยู่ในสังคมอเมริกันซึ่งเป็นความลักลั่นของอุดมการณ์เสรีนิยมและความฝันถึงสังคมที่เท่าเทียมที่ยากจะเป็นจริง


 


 


 


 


 


 


 

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
ด้วงวิเศษ น. (2021). บทบรรณาธิการ. Journal of Anthropology, Sirindhorn Anthropology Centre (JASAC), 4(2), 6–8. Retrieved from https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/253408
Section
Editorial Note