https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/issue/feed
วารสารมานุษยวิทยา
2026-06-02T14:32:19+07:00
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ
narupon.d@sac.or.th
Open Journal Systems
<p>วารสารมานุษยวิทยา เป็นวารสารวิชาการของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ คือ ประการที่หนึ่ง การสนับสนุน ยกระดับ และเผยแพร่การศึกษาใหม่ ๆ ทางมานุษยวิทยาที่อธิบายพลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมของมนุษย์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ประการที่สอง การสนับสนุนให้นักมานุษยวิทยารุ่นต่าง ๆ ได้ผลิตงานวิชาการที่มีคุณภาพที่อธิบายสภาพปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบต่อคุณค่าและศักดิ์ศรีของมนุษย์ รวมถึงความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมและอคติทางสังคม ประการที่สาม การส่งเสริมความเข้าใจและเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับการศึกษาชีวิตมนุษย์ เป้าหมายทั้ง 3 ประการนี้คือปรัชญาและพันธกิจสำคัญของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรที่เล็งเห็นว่าความรู้ทางมานุษยวิทยาคือสิ่งที่จำเป็นต่อสังคมเพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของมนุษย์และความแตกต่างทางสังคมในโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว</p> <p> </p> <p>วารสารมานุษยวิทยามีการตีพิมพ์เผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-มิถุนายน และฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม โดยเปิดรับข้อเสนอบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษผ่านระบบฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์กลางของประเทศไทย (Thai Journal Online) ผู้ส่งบทความไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ </p> <p> </p> <p>วารสารตีพิมพ์ 2 ฉบับต่อปี<br />ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน<br />ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม</p> <p><strong>ISSN 2630-001X (Print) ISSN 2773-9619 (Online)</strong></p>
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/296586
บทบรรณาธิการ
2026-06-02T14:26:37+07:00
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ
narupon.d@sac.or.th
2026-06-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมานุษยวิทยา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/293296
สังคมศาสตร์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา
2026-03-04T10:42:24+07:00
วิสุทธิ์ เวชวราภรณ์
whisut.v@sac.or.th
จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์
jaruwan.dkc@gmail.com
<p><strong> </strong>บทความนี้เสนอการทำความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ โดยเสนอแนวคิดเรื่องสังคมศาสตร์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา แทนการประเมินผลกระทบที่มองความสัมพันธ์แบบตรงไปตรงมาจากผลผลิตงานวิจัยสู่ผลลัพธ์เชิงนโยบายหรือนวัตกรรมเชิงผลิตภัณฑ์ บทความชี้ให้เห็นว่าความรู้ทางสังคมศาสตร์จำนวนมากทำงานในลักษณะสะสมและโดยอ้อมผ่านกระบวนการทางสังคมต่าง ๆ โดยอาศัยตัวอย่างจากงานวิชาการไทยด้านความเหลื่อมล้ำ ความขัดแย้งทางการเมือง ชาติพันธุ์ และเพศสภาพ เพื่อแสดงให้เห็นว่างานวิจัยมีส่วนต่อสาธารณะผ่านการเปลี่ยนกรอบนิยามปัญหา การสร้างชุดเหตุผลร่วม การฝังตัวในแนวปฏิบัติของสถาบัน และการยกระดับคุณภาพของการถกเถียงสาธารณะ ผลกระทบในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในระยะยาวและเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนร่วมหลายฝ่าย จึงยากต่อการประเมินภายใต้ระบบที่เน้นผลลัพธ์แบบระยะสั้น บทความจึงเสนอให้เปลี่ยนจุดเน้นจากการวัดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมไปสู่การติดตามร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงในสี่ระดับ ได้แก่ ภาษา เหตุผลสาธารณะ การฝังตัวในระดับสถาบัน และกระบวนการถกเถียง แนวทางดังกล่าวช่วยพัฒนากรอบประเมินที่สอดคล้องกับธรรมชาติของความรู้สังคมศาสตร์และบทบาทในกระบวนการประชาธิปไตยร่วมสมัย</p>
2026-06-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมานุษยวิทยา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/293267
มานุษยวิทยาการเกษตร: จากมุมมองมนุษย์เป็นศูนย์กลางสู่เครือข่ายผู้กระทำการ
2026-03-04T09:11:39+07:00
ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ
pinwadee.s@ubu.ac.th
<p>บทความนี้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงเชิงแนวคิดในมานุษยวิทยาการเกษตร โดยเปลี่ยนจากการมองการเกษตรโดยเน้นที่เกษตรกรเป็นศูนย์กลาง ไปสู่การทำความเข้าใจการเกษตรในฐานะเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ประกอบด้วยทั้งมนุษย์และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ บทความเริ่มต้นจากการทบทวนแนวคิดของ Robert E. Rhoades ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความรู้และบทบาทของเกษตรกรในงานพัฒนา แต่ยังคงมีข้อจำกัดในการอธิบายความซับซ้อนของระบบเกษตรร่วมสมัยที่ถูกกำกับโดยเทคโนโลยี ตลาด และโครงสร้างระดับโลก บทความเสนอว่ามุมมองด้านมานุษยวิทยาการเกษตรสามารถขยับกรอบการวิเคราะห์ไปสู่แนวคิดร่วมสมัย ได้แก่ Actor-Network Theory และแนวคิดแบบมากกว่ามนุษย์ เพื่อทำความเข้าใจเกษตรกรรมในฐานะเครือข่ายความสัมพันธ์ที่อำนาจและความเป็นผู้กระทำการถูกกระจายอยู่ในตัวแสดงที่หลากหลาย การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวช่วยให้มานุษยวิทยาการเกษตรสามารถอธิบายพลวัตของระบบเกษตรและอาหารในโลกปัจจุบัน และเปิดพื้นที่ให้การวิเคราะห์เชื่อมโยงกับประเด็นร่วมสมัยได้มากขึ้น</p>
2026-06-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมานุษยวิทยา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/286537
(Book Review) Animal Intimacies: Interspecies Relatedness in India’s Central Himalayas
2025-07-02T10:01:33+07:00
ธนวัฒน์ รุ่งเรืองตันติสุข
thanawat.r@sac.or.th
2026-06-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมานุษยวิทยา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/292560
(Book Review) Encountering Development: The Making and Unmaking of the Third World
2026-02-09T16:07:37+07:00
วสันต์ ปวนปันวงศ์
reddevil_small@hotmail.com
2026-06-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมานุษยวิทยา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/287383
ผู้สูงอายุกับการขับเคลื่อนเรื่องที่อยู่อาศัยในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่
2025-09-02T14:03:33+07:00
Soontree Siriinntawong
soontree.siri@cmu.ac.th
<p>การเคลื่อนไหวในทางสังคมส่วนใหญ่มักจะเป็นภาพลักษณ์ของคนหนุ่มสาวที่ต้องการจะสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางสังคมมากกว่าจะเป็นภาพลักษณ์ของผู้สูงอายุที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางสังคม วิธีคิดแบบนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการมองว่าผู้สูงอายุคือกลุ่มคนที่มีสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวัย มีโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นตามช่วงอายุและมีความสามารถของร่างกายที่เสื่อมถอย กลุ่มคนเหล่านี้จึงมักจะถูกมองหรือเข้าใจว่าไม่สามารถสร้างผลผลิตทางสังคม (social production) ใด ๆ ได้อีกแล้ว นอกจากจะต้องพึ่งพิงคนภายในครอบครัวมากขึ้น หรือ เป็นกลุ่มช่วงวัยที่ไม่ได้ต้องการการเปลี่ยนแปลงใดๆ อีกต่อไปและรอความช่วยเหลือจากรัฐมากขึ้นเท่านั้น ภาพความเข้าใจดังกล่าว ทำให้เราละเลยความพยายามในการสร้างภาวะการเป็นผู้กระทำการของผู้สูงอายุ (agency) ที่สัมพันธ์กับการดำรงอยู่ของระบบของครอบครัว ชุมชนและสังคม ซึ่งไม่ได้แยกออกจากการรับรู้ตัวตนและการสร้างความหมายในการดำรงบั้นปลายชีวิตของผู้สูงอายุเอง</p> <p>งานวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการสะท้อนให้เห็นการขับเคลื่อนทางสังคมของผู้สูงอายุที่อยู่ในฐานะของ “คนจนเมือง” และเป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงในบั้นปลายชีวิต โดยงานวิจัยชิ้นนี้เน้นการเข้าไปทำความเข้าใจว่า เหตุใดผู้สูงอายุในพื้นที่เมือง (urban area) ที่มีความเปราะบางทางสังคมที่ทับซ้อนกัน เช่น อายุ ชนชั้น และความเปราะบางด้านอื่นๆ จึงออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องเรื่องที่อยู่อาศัยในบั้นปลายของชีวิตของตนเอง เพื่อที่งานวิจัยชิ้นนี้จะนำไปสู่การสร้างความเข้าใจต่อกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังอยู่ในฐานะของการเป็นผู้กระทำการทางสังคมที่ต้องการสร้างความมั่นคงในการดำรงบั้นปลายชีวิตของตนเองควบคู่ไปกับความมั่นคงในการดำรงชีวิตของครอบครัว ชุมชนและสังคม การทำวิจัยชิ้นนี้จึงต้องการสะท้อนให้เห็น “<em>ชีวิตของผู้สูงวัย</em><em>” </em>ที่มีหลากหลายมิติเพิ่มมากขึ้น โดยไม่จำกัดภาพความเข้าใจในมิติเรื่องสุขภาพร่างกาย หรือ การดูแลรักษาสุขภาพของผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ต้องการสะท้อนให้เห็นว่า การดำรงชีวิตของการเป็นผู้สูงวัยไม่ได้แยกออกจากมิติทางสังคมและมิติของความเป็นมนุษย์ในด้านอื่นๆ ที่ผู้สูงอายุแต่ละคนต้องดำรงอยู่ในทางสังคม อีกทั้งยังไม่สามารถละเลยบริบททางด้านประวัติศาสตร์ การเมืองและเศรษฐกิจที่มีผลต่อการการรับรู้ตัวตนและการสร้างความหมายในการดำรงบั้นปลายชีวิตของผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน</p>
2026-06-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมานุษยวิทยา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/287525
ความสัมพันธ์แบบพ่อ-ลูกชายระหว่างพระจุลจอมเกล้าฯ กับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ พ.ศ. 2439–2453
2025-09-03T08:25:41+07:00
สุรเชษ์ฐ สุขลาภกิจ
ssukhlabhkich@gmail.com
<p>บทความนี้มุ่งขยายความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เพศสภาพและครอบครัวในแง่ประสบการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกชายจากกรณีพระจุลจอมเกล้าฯ กับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ระหว่าง พ.ศ. 2439–2453 ในการศึกษา บทความเลือกใช้หลักฐานชั้นต้นประเภทจดหมายครอบครัวที่บอกเล่าประสบการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก พร้อมทั้งเสนอว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกชายคือศูนย์กลางหนึ่งของความสัมพันธ์แบบครอบครัวของชนชั้นนำ และส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความคิด ท่าที และอารมณ์ต่อผู้เป็นพ่อ ความสัมพันธ์นี้ทวีความสำคัญขึ้นพร้อมกับการสืบตระกูลจากพ่อสู่ลูก และดำเนินไปในสถานการณ์ใหม่ที่พ่อจำต้องส่งลูกชายออกไปศึกษาในยุโรปซึ่งเป็นหมุดหมายของความเป็นสมัยใหม่ อันตรายที่ตามมาจากสถานการณ์นี้คือประสบการณ์แบบข้ามชาติและข้ามวัฒนธรรมของลูกชาย ซึ่งมีด้านที่ไม่อาจยอมรับได้ในครอบครัวชนชั้นนำ และยังผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกตึงเครียดอย่างรุนแรง</p>
2026-06-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมานุษยวิทยา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/290366
พื้นที่ปลอดภัยทางใจ: แฟนคลับดิสนีย์ไทยกับการเติบโตทางอารมณ์และอัตลักษณ์
2025-12-11T13:09:09+07:00
ณาฏผไท คงคาเขตร์
mmeawmeew@gmail.com
<p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p> บทความนี้ศึกษาแฟนคลับดิสนีย์ไทยวัยผู้ใหญ่ ในฐานะพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตทางอารมณ์และการประกอบสร้างอัตลักษณ์ ข้อค้นพบหลักชี้ว่า ดิสนีย์ทำหน้าที่เป็น พื้นที่ปลอดภัยทางใจ (Safe Space) ที่ถูกประกอบสร้างขึ้นโดยแฟนคลับเอง ผ่านบรรยากาศทางอารมณ์ร่วมกัน</p> <p> ข้อถกเถียงสำคัญคือ พื้นที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการหลบหนี (Escapism) จากโลกจริง แต่เป็น พื้นที่ปฏิบัติการ (Site of Practice) ที่แฟนคลับใช้เป็น ทรัพยากรทางวัฒนธรรม (Cultural Resource) พัฒนายุทธศาสตร์การต่อรอง (Negotiation Strategies) เพื่อสำรวจตัวตน ยอมรับความหลากหลาย และท้าทายความคาดหวังทางสังคม การวิเคราะห์อิงแนวคิดการถอดรหัสของ Stuart Hall และวัฒนธรรมมีส่วนร่วมของ Henry Jenkins เพื่อเข้าใจแฟนคลับในฐานะผู้มีอำนาจในการตีความและสร้างความหมายใหม่ในบริบทชีวิตจริง</p> <p>คำสำคัญ: ดิสนีย์, แฟนคลับไทย, อัตลักษณ์, พื้นที่ปลอดภัย, วัฒนธรรมป๊อป</p>
2026-06-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมานุษยวิทยา