วารสารศาสตร์
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag
<p><strong>วารสารศาสตร์</strong> เป็นวารสารวิชาการรายสี่เดือน ด้านวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์และสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการสื่อสาร</p> <p>อันได้แก่ สาขาสื่อสารมวลชน สาขาโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สาขาสื่อสารองค์กร และสาขาสื่อสารศึกษาในมุมมองต่างๆ</p> <p>ทั้งนี้ บทความวิชาการและบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในเล่มได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิต่างสถาบันจำนวนอย่างน้อย 3 ท่าน</p> <p>วางจำหน่ายปีละ 3 ฉบับ คือ ฉบับเดือน มกราคม–เมษายน, ฉบับเดือน พฤษภาคม–สิงหาคม และฉบับเดือน กันยายน–ธันวาคม</p> <p><strong>การส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ “วารสารศาสตร์”</strong></p> <p><strong> </strong><strong>คุณลักษณะของบทความ</strong></p> <ul> <li class="show">เป็นบทความที่มีคุณลักษณะตามเกณฑ์ของ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้แก่</li> </ul> <ol> <li class="show">1. บทความวิเคราะห์วิจัย (Research Article)</li> <li class="show">2. เอกสารกรณีศึกษา (Case Material)</li> <li class="show">3. บทความสำรวจวิชา (Survey Article)</li> <li class="show">4. บทความวิจารณ์ (Review Article)</li> <li class="show">5. บทความทางวิชาการ (Theoretical Article)</li> <li class="show">6. รายงานสำรวจ (Survey Report)</li> </ol> <p>ทั้งนี้ ไม่รวมงานวิทยานิพนธ์ของผู้เขียนบทความ บทความประเภทงานแปล และเอกสารประกอบคำบรรยาย</p> <ul> <li class="show">ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากสำนักพิมพ์อื่น</li> <li class="show">หากเป็นงานวิจัยดีเด่นที่เคยตีพิมพ์มาก่อนแล้ว ต้องมีการนำมาวิเคราะห์ด้วยมุมมองใหม่ นำเสนอข้อมูลใหม่โดยได้รับอนุญาตจากผู้เขียน</li> <li class="show">ผู้เขียนหรือผู้เขียนร่วมได้รับอนุญาตให้ตีพิมพ์เผยแพร่ข้อมูลในวารสารวิชาการ</li> <li class="show">ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ และ/หรือ การอ่านเพื่อปรับแก้ไขจากบรรณาธิการ หรือบรรณาธิการรับเชิญ</li> </ul> <p> ตามกำหนดเวลาของกองบรรณาธิการ</p> <p><strong>การส่งต้นฉบับเนื้อหา</strong></p> <p>o เนื้อหาจัดพิมพ์ด้วยอักษร Cordia New ขนาด 15 pt</p> <p>o ความยาวประมาณ 15-20 หน้า ขนาด A4 พร้อมจัดเรียงภาพประกอบสีขาวดำลงในไฟล์ Microsoft Word</p> <p>o จัดต้นฉบับเป็นเอกสารเวิร์ดส (นามสกุล .doc, .docx, .rtf, txt) ไม่รับเอกสาร .pdf</p> <p>o ส่งพร้อมบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมทั้งประวัติสั้นๆ ของผู้เขียน</p> <p>o ตรวจทานความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และจัดส่งต้นฉบับภายในระยะเวลาที่กำหนด</p> <p>o ส่งต้นฉบับพร้อมไฟล์ภาพประกอบ (เช่น ภาพประกอบ ตาราง แผนภูมิ)</p> <p> ให้ครบถ้วนลงแผ่นดิสก์หรือแผ่นซีดีทางไปรษณีย์หรืออีเมล์มายังกองบรรณาธิการ หรือ ส่งผ่านระบบออนไลน์ ทาง https://tci-thaijo.org/index.php/jcmag</p> <p><strong>การส่งไฟล์ภาพประกอบ </strong></p> <p>o ส่งไฟล์คุณภาพดีแยกต่างหากจากเนื้อหา</p> <p>o ความละเอียดไฟล์ภาพอย่างต่ำ 300 dpi</p> <p>o ขนาดของไฟล์ภาพไม่ควรเกิน 1M</p> <p>o นามสกุลไฟล .tif หรือ .jpg</p> <p>o ปรับโหมดไฟล์ภาพเป็นขาวดำ </p> <p> </p> <p><strong>กองบรรณาธิการวารสารวิชาการ “วารสารศาสตร์”</strong></p> <p>คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</p> <p>99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12121</p> <p>โทรศัพท์ 02-696-6267 อีเมล์ <a href="mailto:jaruneejc@gmail.com">jaruneejc@gmail.com</a></p> <p> </p>
Faculty of Journalism and Mass Communication Thammasat University
th-TH
วารสารศาสตร์
0125-8192
-
สัญญะส่งด่วน Mad Delivery
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/291225
สมสุข หินวิมาน
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศาสตร์
2025-12-25
2025-12-25
19 1
6
6
-
การออกแบบสื่อวัตถุุและสารอย่างมีส่วนร่วมกับชุุมชน: กรณีศึกษาธุุงใยของชุุมชนลาวเวียง บ้านวังยายฉิม จังหวัดนครนายก
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/291232
<p> งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษากระบวนการออกแบบสื่อธุงใย ในฐานะสินค้าเชิงวัฒนธรรมอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน และ (2) เพื่อศึกษา<br>กระบวนการออกแบบสารเพื่อสื่อสารความเชื่อของชุมชนผ่านสื่อธุงใยในฐานะสินค้าเชิงวัฒนธรรมอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน</p> <p> ในด้านวิธีวิทยา ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลในชุมชนที่มีการผลิตธุงใย ซึ่งเป็นสื่อวัตถุของชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยการสัมภาษณ์เจาะลึก (in-depth interview) การสนทนากลุ่ม (focus group) และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม (participant observation) ในกระบวนการผลิตสื่อธุงใย และสาร 6 ขั้นตอน</p> <p> งานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของสื่อธุงใยซึ่งเป็นสื่อวัตถุในพิธีกรรม โดยคนในชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรมเป็นผู้ตัดสินใจในการออกแบบสื่อธุงใยและสารที่ต้องการรื้อฟื้นความหมายความศักดิ์สิทธิ์ในการช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีที่สื่อธุงใยเคยมี และสื่อธุงใยยังเป็นพื้นที่ในการต่อรองอำนาจระหว่างคนในชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรมและรัฐผ่านกลไกเครื่องมือของรัฐ ในด้านการมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบสื่อธุงใยและสารเพื่อสื่อสารความเชื่อของชุมชนผ่านสื่อธุงใย พบว่า คนในชุมชน กลุ่มพัฒนาธุงใยชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม เข้าไปมีส่วนร่วม ทั้งมิติการตัดสินใจ มิติการดำเนินงาน มิติการได้ใช้ประโยชน์ และมิติการประเมินผล</p> <p>งานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของสื่อธุงใยซึ่งเป็นสื่อวัตถุในพิธีกรรม โดยคนในชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรมเป็นผู้ตัดสินใจในการออกแบบสื่อธุงใยและสารที่ต้องการรื้อฟื้นความหมายความศักดิ์สิทธิ์ในการช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีที่สื่อธุงใยเคยมี และสื่อธุงใยยังเป็นพื้นที่ในการต่อรองอำนาจระหว่างคนในชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรมและรัฐผ่านกลไกเครื่องมือของรัฐ ในด้านการมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบสื่อธุงใยและสารเพื่อสื่อสารความเชื่อของชุมชนผ่านสื่อธุงใย พบว่า คนในชุมชน กลุ่มพัฒนาธุงใยชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม เข้าไปมีส่วนร่วม ทั้งมิติการตัดสินใจ มิติการดำเนินงาน มิติการได้ใช้ประโยชน์ และมิติการประเมินผล</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า ในการออกแบบสื่อธุงใย แก่นสำคัญของสื่อธุงใยคือ การทำหน้าที่เป็นสื่อกลางกระชับความสัมพันธ์ของคนในชุมชนจากการเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ การออกแบบสื่อธุงใยยังออกแบบให้มีประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวันของปัจเจกบุคคล สอดคล้องกับวิถีของชาวบ้าน มีการลดรูปของธุงใยเป็นธุงใยจิ๋ว ให้อยู่ในฐานะของสัญญะแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และเพิ่มความหมายด้านความศักดิ์สิทธิ์ โดยนำความเชื่อเรื่องสีมงคลมาผสมผสานกับความเชื่อของชุมชน ผ่านสีสันของวัตถุดิบอย่างด้ายและลูกปัด ความเชื่อเหล่านี้เน้นตอบสนองประโยชน์ระดับปัจเจก เช่น ด้านสุขภาพ ด้านความร่ำรวย และด้านความรักความสัมพันธ์ สื่อธุงใยยังมีลักษณะของศูนย์รวมความศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนที่รวบรวมสัญศาสตร์ (semiotic integration) ต่างๆ และในระดับลึกลงไป สื่อธุงใยทำหน้าที่ช่วยปัจเจกบุคคลปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมแห่งความเสี่ยง</p> <p> ในการออกแบบสารเพื่อสื่อความหมายของความศักดิ์สิทธิ์ พบวิธีการในการสื่อสารดังต่อไปนี้ (1) การออกแบบตราสินค้าที่มีสัญลักษณ์ความศักดิ์สิทธิ์ (2) การสร้างภาพนิมิต (simulacrum) ในการออกแบบตราสินค้าธุงใย (3) การใช้หลักความคล้ายคลึงกัน (resemblance) ในการตั้งชื่อตราสินค้า “ธุงใยมงคล” (4) การใช้หลักการนามนัย (metonymy) ในการออกแบบตราสินค้า เพื่อเชื่อมโยงธุงใยกับพุทธศาสนา (5) การใช้หลักการความคิดเชื่อมโยง (association) ระหว่างวัตถุกับตัวบุคคล เพื่อสื่อสารความหมายว่าสื่อธุงใยนั้นช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของ (6) การรวบรวมสัญศาสตร์ (semiotic integration) ด้านความศักดิ์สิทธิ์ผ่านพื้นที่การสื่อสาร และ (7) การใช้เลขมงคลและสีมงคล</p>
ขจิตขวัญ กิจวิสาละ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศาสตร์
2025-12-25
2025-12-25
19 1
10
10
-
กลยุทธ์การสื่อสารความหมายหน้าไพ่ทาโรต์เพื่อพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/291234
<p> งานวิจัย <em>กลยุทธ์การสื่อสารความหมายหน้าไพ่ทาโรต์เพื่อพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา</em> มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความหมายเชิงสัญญะที่ปรากฏบนหน้าไพ่ทาโรต์ และเพื่อศึกษาความหมายของภาพและสัญลักษณ์บนไพ่ทาโรต์ที่มีความหมายในทางสุขภาวะทางปัญญา หรือความหมายในมิติของการสร้างเสริมกำลังใจ โดยใช้แนวทางการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) การวิเคราะห์ตัวบท (textual analysis) ภาพและสัญลักษณ์ที่ปรากฏบนหน้าไพ่ทาโรต์ชุดไรเดอร์เวด จำนวน 78 ใบ ที่สื่อความหมายทางสุขภาวะทางปัญญา รวมทั้งการศึกษาจากเอกสารตำราทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางปัญญา การสื่อสาร และการอ่านไพ่ ได้แก่ คู่มือแนวทางการอ่านไพ่ทาโรต์ หรือใช้ไพ่ทาโรต์เพื่อการพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสัญญะวิทยาและการสื่อสารทางสุขภาวะทางปัญญา</p> <p> จากกรอบแนวคิดงานวิจัย ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ความหมายของสัญลักษณ์บนหน้าไพ่ทั้ง 78 ใบ โดยอ้างอิงข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาแบบเฉพาะเจาะจง การวิจัยครั้งนี้ได้ทบทวนวรรณกรรม โดยมีแนวคิดและหลักการที่นำมาเป็นกรอบในการวิเคราะห์ดังต่อไปนี้ ทฤษฎีสัญวิทยา แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางปัญญา และแนวคิดเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ จากผลการศึกษาพบว่า การให้ความหมายของสัญลักษณ์บนหน้าไพ่สามารถลื่นไหลได้ตามบริบทสังคมและวัฒนธรรม รวมทั้งการออกแบบสัญลักษณ์เพื่อเพิ่มมิติในการสื่อความหมายให้มีสีสัน และความลื่นไหลทางความหมายยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ภูมิหลังของผู้ที่อ่านไพ่ รวมทั้งการสรุปเนื้อหาที่เกิดจากการถอดรหัสตามประสบการณ์การรับรู้ของตนเอง อีกทั้งยังพบว่า ไพ่ทาโรต์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการสื่อสารในระดับบุคคลเพื่อการทบทวนและหาข้อเสนอแนะให้กับตนเองได้ รวมทั้งการใช้เพื่อประกอบการสื่อสารระหว่างบุคคล โดยแนวทางการในการสื่อสารสามารถสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพิ่มคุณค่าในการสื่อสารผ่านไพ่ทาโรต์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงสื่อเพื่อการทำนายทายทัก แต่เป็นสื่อที่สามารถชี้แนะแนวทาง และกระตุ้นให้เกิดกระบวนการทบทวนตนเองได้ดีอีกทางหนึ่ง ไพ่ 1 ใบ มีชุดความหมายได้มากกว่า 1 ชุดความหมาย ขึ้นอยู่กับการตีความและบริบทต่างๆ ที่แวดล้อม ที่สำคัญคือ ความหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามบริบทการตั้งคำถาม การตีความสัญลักษณ์ ดังนั้นผู้วิจัยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานวิจัยชิ้นนี้จะสามารถเป็นแนวทางในการนำไพ่ทาโรต์มาต่อยอดในการใช้ประโยชน์ทางการสื่อสารได้ต่อไปในอนาคต</p>
อัญธิญาน์ อมรอิสริยาชัย
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศาสตร์
2025-12-25
2025-12-25
19 1
101
101
-
สุนัขพันทาง: สัตว์ศึกษา กับการประกอบสร้างความเป็นจริงทางสังคม จากสุนัขจรจัดสู่เพ็ตอินฟลูเอ็นเซอร์
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/291235
<p> บทความวิชาการนี้เป็นการวิเคราะห์การประกอบสร้างความเป็นจริงทางสังคมของสุนัขพันทาง ร่วมกับแนวคิดสัตว์ศึกษา โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ตัวบท (textual analysis) เพื่อศึกษาการประกอบสร้างความหมายของสุนัขพันทางผ่านสื่อ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสังคมและวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัย โดยแบ่งเป็น 3 ยุค ได้แก่ ยุคสุนัขจรจัด เป็นช่วงก่อนทศวรรษที่ 2540 ที่สุนัขพันทางถูกสร้างความหมายว่า เป็นสัตว์จรจัดที่ถูกคนรังเกียจ ยุคสุนัขพันทาง เป็นช่วงทศวรรษที่ 2540-2550 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้นำ “คุณทองแดง” สุนัขจรจัดมาเลี้ยง และพระราชทานชื่อสายพันธุ์ว่า “สุนัขพันทาง” จนมีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับสุนัขพันทางมากมาย โดยส่วนใหญ่แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ของสุนัข ซึ่งส่งผลให้สุนัขพันทางได้รับการยอมรับในฐานะสัตว์เลี้ยงมากขึ้น และยุคเพ็ตอินฟลูเอ็นเซอร์ เป็นช่วงทศวรรษที่ 2560 เป็นต้นไป โดยสุนัขพันทางได้ถูกนำเสนอในฐานะสัตว์เลี้ยงที่เปรียบได้กับสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว มีการสร้างความหมายให้กับสุนัขว่า สุนัขนั้นมีความฉลาด แสนรู้ และมีลักษณะนิสัยเฉพาะตัวแตกต่างกันผ่านสื่อโซเชียลมีเดียในฐานะเพ็ตอินฟลูเอ็นเซอร์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยุคนี้สุนัขพันทางก็ยังมีความหมายด้านลบจากสาเหตุปัญหาสุนัขจรจัด ซึ่งเกิดจากสภาพแวดล้อม และการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม ภาพตัวแทนของสุนัขพันทางจึงแบ่งออกเป็น 2 ชุดมายาคติ และมีความหมายที่ไม่หยุดนิ่ง สามารถเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับลักษณะทางสายพันธุ์ สภาพแวดล้อม และการเลี้ยงดู ซึ่งส่งผลต่อการรับรู้ความหมายและการยอมรับในตัวสุนัขของคนในสังคมให้มีความแตกต่างกัน</p>
รุ่งลดิศ จตุรไพศาล
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศาสตร์
2025-12-25
2025-12-25
19 1
129
129
-
การเปิดรับและเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภค (Customer Journey) ต่อ การวางสินค้า (Product Placement) ในรายการทางสื่อออนไลน์ของเจเนอเรชัน B X Y Z
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/291237
<p> งานวิจัยเรื่อง <em>การเปิดรับและเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภค (</em><em>customer journey</em><em>) ต่อการวางสินค้า </em><em>(product placement)</em><em> ในรายการทางสื่อออนไลน์ของเจเนอเรชัน B X Y Z</em> เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์การศึกษาเพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชัน B X Y Z กับการเปิดรับการวางสินค้าในรายการทางสื่อออนไลน์ และความคิดเห็นต่อเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภค รวมทั้งอิทธิพลของการเปิดรับรูปแบบการวางสินค้าในรายการทางสื่อออนไลน์ต่อความคิดเห็นต่อเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยมีกลุ่มตัวอย่างในเจเนอเรชัน B X Y Z อายุระหว่าง 18-78 ปี ที่เปิดรับรายการทางสื่อออนไลน์ จำนวนเจเนอเรชันละ 100 คน รวม 400 คน ผลการวิจัยพบว่า เจเนอเรชัน Y มีการเปิดรับการวางสินค้าในรายการในรูปแบบการนำสินค้าวางเป็นองค์ประกอบในฉากของรายการ (passive placement) บ่อยครั้งกว่าผู้ที่มีเจเนอเรชัน Z X และ B อย่างมีนัยสำคัญ ที่ *Sig. < 0.05 สำหรับเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภคทั้ง 5 ด้าน พบความแตกต่างเฉพาะด้านการรู้จักสินค้าเท่านั้น โดยพบว่าเจเนอเรชัน Z และ Y มีความคิดเห็นต่อเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภคต่อการวางสินค้าในรายการทางสื่อออนไลน์ด้านการรู้จักสินค้ามากกว่าเจเนอเรชัน B อย่างมีนัยสำคัญที่ **Sig. < 0.01 และรูปแบบการวางสินค้าในรายการทางสื่อออนไลน์ เฉพาะรูปแบบการใช้สินค้า (active placement) เท่านั้น ที่มีอิทธิพลต่อเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภคในทุกด้าน ดังนี้ Aware (Beta=0.330***) Appeal (Beta=0.193***) Ask (Beta=0.188***) Act (Beta=0.256***) และ Advocate (Beta=0.212***)</p>
กัลยกร วรกุลลัฎฐานีย์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศาสตร์
2025-12-25
2025-12-25
19 1
160
160
-
กลับบ้าน: มิวสิกวิดีโอเพลงลูกทุ่งกับการสื่อสารความหมายของการคืนถิ่น
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/291239
<p> มิวสิกวิดีโอเพลงลูกทุ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่การสื่อสารที่มีปฏิสัมพันธ์กับเรื่องราว วิถีชีวิต และอุดมการณ์ของยุคสมัยในสังคม บทความวิชาการนี้เกิดจากการตั้งข้อสังเกตของผู้เขียนเกี่ยวกับการสื่อสารผ่านมิวสิกวิดีโอเพลงลูกทุ่งที่เผยแพร่ผ่านยูทูบในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2563-2566 ซึ่งมีเนื้อหาและการเล่าเรื่องราวที่เชิญชวนให้ผู้คนกลับบ้าน จึงนำมาสู่โจทย์ของการศึกษาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสื่อสารความหมายในประเด็นเกี่ยวกับ “การกลับคืนถิ่นฐาน” ซึ่งจะทำให้เห็นความหมายและกลวิธีการสื่อสารความหมายเกี่ยวกับการกลับคืนถิ่น รวมทั้งภายใต้การสื่อสารนั้นได้ซุกซ่อนอุดมการณ์อะไรไว้บ้าง ผ่านการวิเคราะห์เนื้อหาผ่านภาพและเนื้อเพลงจากกลุ่มตัวอย่างมิวสิกวิดีโอทั้งสิ้น 14 เพลง</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมิวสิกวิดีโอเพลงลูกทุ่งที่นำมาศึกษาครั้งนี้ สื่อสารความหมายเกี่ยวกับการคืนถิ่นฐาน ผ่านกลวิธีการสื่อสารที่สำคัญคือ การเปรียบเทียบคู่ตรงข้ามระหว่างเมืองกับชนบท อาทิ กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งความวุ่นวาย ผู้คนไม่มีความจริงใจ มีความไม่แน่นอน และอาจไม่ใช่เป้าหมายเดียวของการใช้ชีวิตรอด รวมทั้งยังฉายภาพให้เห็นข้อดีของการกลับคืนถิ่น ต้นทุนจากท้องถิ่นที่มีคุณค่าสามารถพึ่งพาตนเองได้ การเข้าถึงเทคโนโลยีการสื่อสารในสังคมชนบท คนรุ่นใหม่สามารถใช้ต้นทุนและความรู้เหล่านั้นสร้างอาชีพ สร้างรายได้ โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาหางานในเมืองใหญ่ มิวสิกวิดีโอเพลงลูกทุ่งเหล่านี้กำลังประกอบสร้างความเป็นจริงทางสังคมขึ้นมา รวมทั้งยังสร้างอุดมการณ์ท้องถิ่นนิยมกับคนรุ่นใหม่</p>
พันธกานต์ ทานนท์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศาสตร์
2025-12-25
2025-12-25
19 1
195
195
-
สัญญะ ความหมาย และการสื่อสารของมัมหมี ผ่านมุมมองซีรีส์ ตัวนายตัวแทน
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/291240
<p> ประเด็นแฟนคลับไม่ได้เป็นประเด็นใหม่มากนักในสังคมไทย เพราะสังคมไทยคุ้นเคยกับความเป็น “แม่ยก” มายาวนานมากพอ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเด็นแฟนคลับกลับมาอยู่ในสายตาของผู้เขียนคือ การที่แฟนคลับเหล่านั้นได้รับการพัฒนาตัวตน วัยวุฒิ คุณวุฒิ การสื่อสารกลุ่ม การแสดงออก หรือแม้กระทั่งการเข้ามาเป็นผู้เล่นรายใหม่ในชุมชนซีรีส์วายผ่านซีรีส์เรื่อง <em>ตัวนายตัวแทน</em> ซึ่งเป็นซีรีส์วายที่ปรับมาจากนิยายในภาษาจีน โดยเนื้อหาของซีรีส์ปลุกความเป็นแม่ขึ้นเพื่อที่จะให้กำลังใจลูก ช่วยเหลือลูก รวมทั้งสนับสนุนลูกผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เพื่อให้นักแสดงเหล่านั้นที่ถูกมองว่าเป็นลูก ได้รับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านี้ กลุ่มแฟนคลับเหล่านั้นมีชื่อใหม่ที่ใช้เรียกตนเองว่า “มัมหมี” โดยมองผ่านแนวคิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกึ่งความจริงว่า เหตุใดจึงเกิดปรากฏการณ์มัมหมี และสถานภาพความรู้ของแฟนศึกษาเป็นอย่างไร รวมทั้งในอนาคตมัมหมีจะเป็นอย่างไร</p>
เบญจรงค์ ถิระผลิกะ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศาสตร์
2025-12-25
2025-12-25
19 1
232
232
-
การศึกษาเปรียบเทียบองค์ประกอบและบริบทของภาพยนตร์เอวี สำหรับผู้หญิงและผู้ชายในประเทศญี่ปุ่น
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/291253
<p> หากกล่าวถึงประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่ (adult video: AV) มากที่สุด ประเทศญี่ปุ่นนับเป็นผู้นำในระดับโลก โดยครองสัดส่วนยอดขายถึง 20% ของตลาด AV ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมดังกล่าวจะเปิดเสรีในระดับหนึ่ง แต่กลับผูกขาดทั้งในเชิงธุรกิจและการผลิตเนื้อหาสำหรับผู้ชมชายเป็นหลัก จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเมื่อมีบริษัทผู้ผลิต AV สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะเกิดขึ้น งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปรียบเทียบองค์ประกอบและบริบททางสังคมของภาพยนตร์เอวีที่ผลิตขึ้นเพื่อผู้ชมชายและหญิงในประเทศญี่ปุ่น โดยวิเคราะห์โครงเรื่อง ตัวละคร ภาษา ภาพ เสียง จินตนาการทางเพศ และอุดมคติทางเพศที่สะท้อนผ่านตัวแทนทางสื่อ การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เนื้อหาภาพยนตร์เอวีจำนวน 10 เรื่อง แบ่งเป็นกลุ่มผู้ชมเป้าหมายชาย 5 เรื่อง และหญิง 5 เรื่อง โดยใช้เครื่องมือการลงรหัส (coding sheet) ภายใต้กรอบแนวคิดจากทฤษฎีการเล่าเรื่อง ทฤษฎีการแทนตัว ทฤษฎีอำนาจชายเป็นใหญ่ และแบบจำลองการเรียนรู้จากประสบการณ์ของ Kolb ผลการศึกษาพบว่า ภาพยนตร์เอวีสำหรับผู้ชายมักเน้นการกระตุ้นอารมณ์ด้วยภาพของเรือนร่างหญิงและบริบทที่ลดทอนอำนาจของตัวละครหญิง ขณะที่ภาพยนตร์เอวีสำหรับผู้หญิงเน้นความสัมพันธ์เชิงอารมณ์ บทสนทนา และฉากที่สะท้อนความยินยอม การเปรียบเทียบสะท้อนความแตกต่างด้านค่านิยมและบทบาททางเพศในบริบทวัฒนธรรมญี่ปุ่นร่วมสมัย</p> <p> ข้อเสนอจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า AV ควรได้รับการมองในฐานะพื้นที่วัฒนธรรมที่สะท้อนและต่อรองความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ความต้องการทางเพศ และจินตนาการส่วนบุคคล อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเป็นสื่อเพื่อการเรียนรู้เรื่องเพศที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างสังคมโดยรวม</p>
อดิพล เอื้อจรัสพันธุ์
ชญานิศพ์ เจียรสกุลไชย
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศาสตร์
2025-12-25
2025-12-25
19 1
272
272
-
My Brain Has Too Many Tabs Open ปิดแท็บชีวิตแค่ปิดโซเชียล
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/291254
ทิพย์อนงค์ จินตวิจิต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศาสตร์
2025-12-25
2025-12-25
19 1
341
341