การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะภาษาอังกฤษกับ การสอนแบบปกติ เรื่อง The Time ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดบางบอน (พิมพ์ จันแต้อุปถัมภ์)
คำสำคัญ:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, แบบฝึกเสริมทักษะ, การสอนแบบปกติบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะภาษาอังกฤษ เรื่อง The Time ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะภาษาอังกฤษ และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะภาษาอังกฤษกับการสอนแบบปกติ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดบางบอน (พิมพ์ จันแต้อุปถัมภ์) ซึ่งได้จากการสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับสลาก คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/4 เป็นกลุ่มทดลอง และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 เป็นกลุ่มควบคุม จำนวนห้องเรียนละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบฝึกเสริมทักษะภาษาอังกฤษ แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้แบบฝึกเสริมทักษะภาษาอังกฤษกับการสอนแบบปกติ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า t-test dependent Samples, t-test Independent Samples ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบฝึกเสริมทักษะภาษาอังกฤษ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.17/82.58 2) นักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะภาษาอังกฤษ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนที่เรียนด้วยการสอนแบบปกติมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) นักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะภาษาอังกฤษ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการสอนแบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05