วารสารวิชาการสิรินธรปริทรรศน์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc <p>วารสารสิรินธรปริทรรศน์ จัดทำขึ้นเป็นปีที่ 25 บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารดังกล่าว เป็นบทความวิจัยและบทความวิชาการของคณาจารย์ และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย อีกทั้งผู้ที่สนใจทั่วไป ในการจัดทำวารสารสิรินธรปริทรรศน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ส่งเสริมและสนับสนุนให้คณาจารย์นักวิจัยนักวิชาการและนิสิตนักศึกษาตลอดจนผู้สนใจทั่วไปได้มีโอกาสนำผลงานวิชาการและงานวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์อีกทั้งแขนงวิชาที่เกี่ยวข้องได้แก่ พระพุทธศาสนา รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์เศรษฐศาสตร์ การจัดการบริหารธุรกิจ พัฒนาสังคมและการศึกษา และสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</p> มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย en-US วารสารวิชาการสิรินธรปริทรรศน์ 1513-6736 <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย</p> <p>ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว</p> การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/287718 <p>การวิจัยและพัฒนามีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหา 2) สร้างรูปแบบ 3) ประเมินรูปแบบ 4) เปรียบเทียบผลการทดลองใช้รูปแบบ ระหว่างก่อนและหลัง และ 5) ศึกษาผลการใช้ด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุณค่า กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาสภาพปัญหา ได้แก่ ผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการและหัวหน้ากลุ่มสาระของ 48 โรงเรียนขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร จำนวน 144 คน และใช้โรงเรียนบ้านปลายคลองน้อย เป็นโรงเรียนทดลอง ซึ่งมีผู้ปฏิบัติการทดลองจำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แบบสอบถามสภาพปัญหา 2) รูปแบบการนิเทศภายใน 3) แผนปฏิบัติการทดลอง 4) แบบประเมินผลการทดลองระหว่างก่อนและหลัง และ 5) แบบประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุณค่า หาคุณภาพเครื่องมือโดยใช้ค่าความตรงเชิงเนื้อหา (IOC) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p> ผลวิจัย พบว่า 1) สภาพปัญหาอยู่ระดับมากที่สุด 2) รูปแบบที่สังเคราะห์ขึ้นประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผนการนิเทศภายใน การดำเนินงานตามแผนการนิเทศภายใน การประเมินผลการนิเทศภายใน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการปรับปรุงและพัฒนา โดยตั้งชื่อว่า PIESA Model 3) ผลการประเมินความสอดคล้องมีค่าเท่ากับ 0.80 – 1.00 4) ผลการทดลองใช้รูปแบบค่าเฉลี่ยหลังสูงกว่าก่อนทดลอง ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 5) ผลการใช้รูปแบบด้านประสิทธิภาพ ด้านประสิทธิผล และด้านคุณค่า อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อเสนอแนะ ควรนำรูปแบบไปสู่การปฏิบัติให้เป็น Best Practice ของผู้บริหารสถานศึกษาให้สอดคล้องกับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาต่อไป</p> ยุภาวาดี รุ่งอินทร์ ชุมศักดิ์ อินทร์รักษ์ รมย์รัมภา ณัฐธัญอติรุจ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 26 2 22 35 การศึกษาความต้องการการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนของชุมชนตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/287771 <p>งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการการศึกษาความต้องการการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนของชุมชนตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) เพื่อหาแนวทางส่งเสริมด้านท่องเที่ยวของชุมชนตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเก็บข้อมูลจากนักท่องเที่ยว ชาวบ้าน และผู้ประกอบการ จำนวน 150 คน ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความต้องการใช้สื่อบุคคล เช่น การพูดคุย อภิปราย และการบรรยาย ขณะเดียวกันสื่อสมัยใหม่อย่างเฟซบุ๊กและยูทูบได้รับความนิยมสูงสุด สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลได้กลายเป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ตรงกันข้าม สื่อมวลชนแบบดั้งเดิม เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ มีการใช้น้อยลงอย่างชัดเจน อีกทั้งยังพบว่าปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ เช่น เพศ และอายุ ไม่ได้ส่งผลต่อความแตกต่างของความต้องการการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์เชิงคุณภาพยังแสดงให้เห็นว่าการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพควรมีเนื้อหาที่ชัดเจน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย กระชับ และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง</p> สิทธิพัทธิ์ ไหลท่วมทวีกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 26 2 80 89 การสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวตามแนวพุทธ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุควิถีชีวิตใหม่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/286551 <p>บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อศึกษาสถานการณ์ของครอบครัวไทยในยุควิถีชีวิตใหม่ 2. เพื่อศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวในยุควิถีชีวิตใหม่ และ 3. เพื่อนำเสนอแนวทางการสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวตามหลักพุทธ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุควิถีชีวิตใหม่ การวิจัยเป็นแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ตามประเด็นที่กำหนด พร้อมเรียบเรียงเป็นหมวดหมู่และลำดับขั้นตอน จัดทำเป็นรูปเล่มวิจัย และนำเสนอผลด้วยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis)</p> <p><strong>ผลการวิจัย พบว่า </strong></p> <ol> <li>สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวไทยในยุควิถีชีวิตใหม่ มี 5 ประการ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากร 2) การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ 3) การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม 4) อิทธิพลของสื่อ เทคโนโลยี และสารสนเทศ และ 5) การเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมและแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรครุนแรง</li> <li>การสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวในยุควิถีชีวิตใหม่ ได้แก่ การแสดงความชื่นชม เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน การทำหน้าที่ตามบทบาทของตนอย่างเหมาะสม พร้อมยึดหลักคุณธรรมสำคัญในการดำเนินชีวิต การหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว การทำบัญชีรายรับ–รายจ่าย การออมในรูปแบบต่าง ๆ การมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และการได้รับสิทธิประกันสุขภาพ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน มีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน การเตรียมความพร้อมและร่วมมือกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะภัยพิบัติและโรคติดต่ออุบัติใหม่</li> <li>การสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวตามแนวพุทธเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุควิถีชีวิตใหม่ ประกอบด้วยหลักธรรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หลักมีอุปการะมาก 2 หลักพรหมวิหาร 4 หลักฆราวาสธรรม 4 หลักหัวใจเศรษฐี 4 หลักโภควิภาค 4 หลักภาวนา 4 หลักสังคหวัตถุ 4 หลักปธาน 4 หลักสาราณียธรรม 6 และหลักทิศ 6 จากการศึกษาได้องค์ความรู้ใหม่ คือ FA–BUDHI Model</li> </ol> พระมหาวีระชาติ โปธา มานพ นักการเรียน บานชื่น นักการเรียน ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 26 2 1 10 ปัญหาและอุปสรรคการเมืองการปกครองของประเทศไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/288364 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคการเมืองการปกครองของประเทศไทยจากการศึกษาพบว่า การเมืองของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดปัญหาและยากที่จะแก้ไขได้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน การเมืองมีบทบาทกับชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างมาก ความไม่เสถียรภาพทางการเมืองทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในประเทศ และยุ่งยากในการดำเนินชีวิตของประชาขน รวมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม การเมืองจึงมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชนตั้งแต่ตื่นจนถึง เข้านอน ประชาชนทุกคนต้องรับรู้ปัญหาการเมืองการปกครองและต้องสัมผัสกับนโยบายของนักการเมือง ในปัจจุบันประชาชนการรับรู้ข่าวสารทางการเมือง ทางเทคโนโลยีง่าย ดังนั้น การรับรู้เรื่องการเมืองโดยการสื่อสารได้ตลอดเวลา การเมืองจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศทั้งระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งระดับ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งความมั่นคงทางด้านการเมืองของประเทศไทยเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม การเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอำนาจทางการเมืองมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของประชาชน</p> <p> สถานการณ์การเมืองปัจจุบันมีปัญหาความมั่นคง ปัญหาทางด้านการบริหารการเมืองของประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะมีอำนาจในทางบริหารประเทศ และในการกำหนดทิศทางของประเทศ ผู้มีอำนาจทางด้านความคิด ผู้มีอำนาจทางด้านการเงิน ปัญหาการขาดความสามัคคีของประชาชนไทย รวมทั้งอำนาจระบบการอุปถัมภ์ ซึ่งปัญหาทั้งหมดมีผลมาจากการมีความคิดเห็นทางด้านการเมืองที่ไม่ตรงกัน ปัญหาการขาดจริยธรรมของนักการเมือง การซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้งของประชาชนทุกระดับ นักการเมืองมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้องมากเกินไป ปัญหาดังกล่าวไม่สามารถจะแก้ไขได้ถ้าคนไทยไม่ร่วมมือกันที่จะสร้างกระบวนการในการบริหารประเทศให้อยู่ในหลักความถูกต้องและเป็นธรรม</p> อัญธิษฐา อักษรศรี วันชัย แสงสุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 26 2 67 79 คู่มือเชิงกลยุทธ์สำหรับการตลาดในโลกดิจิทัล พิมพ์ครั้งที่ 6 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/289851 <p>หนังสือ คู่มือเชิงกลยุทธ์สำหรับการตลาดในโลกดิจิทัล (eMarketing: The essential guide to marketing in a digital world) ซึ่งเขียนโดย Rob Stokes และทีมงานจาก Red &amp; Yellow Creative School of Business ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ว่าเป็นหนึ่งในตำราการตลาดดิจิทัลที่สำคัญที่สุดระดับโลก นับตั้งแต่การตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2008 จนถึงฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 (2018) หนังสือเล่มนี้ได้ทำหน้าที่เป็นคู่มือเชิงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมสำหรับผู้เรียนและผู้ปฏิบัติงานในโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล</p> <p>การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) ไม่ใช่เพียงแค่ชุดของเครื่องมือ แต่เป็นชุดของปรัชญาและกระบวนการที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจ หลักการสำคัญที่ตำราเล่มนี้ยึดถือคือการเปลี่ยนผ่านจากการตลาดแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing) ที่เน้นการสื่อสารทางเดียว ไปสู่การตลาดดิจิทัลที่เน้น ความโปร่งใส (Transparency) ความสัมพันธ์สองทาง (Two-way Dialogue) และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ความสามารถในการวัดผลเชิงประจักษ์ (Empirical Measurability)</p> <p>บทวิจารณ์นี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ต่อโครงสร้าง เนื้อหา และคุณค่าทางวิชาการของคู่มือฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการใช้เป็นแหล่งอ้างอิงและเครื่องมือการเรียนรู้ในสาขาการตลาดและนวัตกรรมธุรกิจ</p> สุเมธ พิมพ์สราญ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 26 2 90 93 ประวัติ คำสอน และบทบาทของหลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน : จากเงาแห่งตำนาน สู่แสงแห่งความจริง https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/287419 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตีความประวัติ คำสอน และบทบาทของหลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน โดยมุ่งวิเคราะห์จากตำนานสู่ข้อเท็จจริง การศึกษานี้ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) จากเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ จัดหมวดหมู่ประเด็นอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลวงปู่สรวงอย่างเหมาะสมและรอบด้าน พบว่า</p> <p>หลวงปู่สรวงคือพระดาบสผู้มีบทบาทข้ามพรมแดนวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา ท่านดำรงชีวิตเรียบง่าย สันโดษ และสื่อสารธรรมะผ่านวิถีชีวิตจริงที่เข้ากับความเชื่อพื้นถิ่น โดยเฉพาะในภาคอีสานใต้ ท่ามกลางสงครามและความยากจน ท่านเป็นศูนย์รวมความหวัง ความเมตตา และแรงบันดาลใจ ด้วยอุบายธรรมลึกล้ำแฝงปริศนาและความกรุณาอย่างแท้จริง</p> <p>คำสอนของหลวงปู่สรวงเน้นการปฏิบัติจริงตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 คือ ทาน ศีล ภาวนา ผสานกับความพอเพียง เมตตา สัมมาทิฐิ และการปล่อยวาง ท่านสอนธรรมผ่านคำพูดสั้น ๆ เป็นภาษาเขมร และปริศนาธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาชาวบ้าน มุ่งให้คนดำเนินชีวิตด้วยความดี พึ่งตนเอง และเข้าใจผลของกรรม เพื่อความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง</p> <p>หลวงปู่สรวงมีบทบาทหลากหลายทั้งทางธรรมและทางโลก เช่น พัฒนาชุมชน สร้างวิทยาลัย ส่งเสริมอาชีพ, เผยแผ่ธรรมแบบปริศนา เรียบง่าย สอนด้วยการกระทำ, เมตตาสูง ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก, รู้ธรรมชาติ พยากรณ์แม่นยำ, มีอภิญญา เป็นที่ศรัทธาในปาฏิหาริย์, ใช้ชีวิตสมถะ เป็นต้นแบบแห่งความเสียสละ, สร้างศาสนทายาทและฟื้นฟูธรรมะผ่านกรรมฐาน, เชื่อมวัฒนธรรมไทย-เขมร และเป็นศูนย์รวมจิตใจ ยึดเหนี่ยวทางวิญญาณ</p> มานพ นักการเรียน พระมหาวีระชาติ โปธา บานชื่น นักการเรียน ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 26 2 52 66 มุมมองสังคมไทยกับข่าวกระทำผิดของพระสงฆ์ : การวิเคราะห์เชิงวิชาการและแนวทางสู่ความยั่งยืนของสถาบันสงฆ์ไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/287437 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมองของสังคมไทยต่อข่าวกระทำผิดของพระสงฆ์ โดยแบ่งการศึกษาออกเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่ 1) บริบทในอดีตที่วัดและพระสงฆ์เป็นศูนย์กลางของชุมชน 2) ปัจจัยท้าทายในปัจจุบันที่เกิดจากอิทธิพลของเทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ และ 3) แนวโน้มในอนาคตที่สถาบันสงฆ์ต้องเผชิญกับการปรับตัวเพื่อรักษาศรัทธาของพุทธศาสนิกชน การวิเคราะห์นี้ได้รวบรวมแนวคิดจากนักวิชาการหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นศาสนา สังคม และวัฒนธรรม เพื่อให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาอย่างรอบด้าน และเสนอแนวทางเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของสถาบันสงฆ์ในยุคสมัยใหม่</p> มะลิ ทิพพ์ประจง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 26 2 11 21 การวิเคราะห์เชิงลึกผลกระทบและการปรับตัวของทัศนคติทางสังคมและความเชื่อในยุคดิจิทัล https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/287438 <p>การวิเคราะห์เชิงลึกนี้สำรวจผลกระทบอันลึกซึ้งของยุคดิจิทัลต่อทัศนคติและความเชื่อทางสังคม ยุคนี้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่แพร่หลาย ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงและโลกเสมือนพร่ามัว และเปลี่ยนจากข้อมูลที่หายากไปสู่ข้อมูลที่อุดมสมบูรณ์ การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ได้แก่ การเป็นปัจเจกบุคคล ความโปร่งใส และการรับรู้ แพลตฟอร์มออนไลน์มีอิทธิพลอย่างมากต่อการหล่อหลอมทัศนคติ ส่งเสริมทั้งพฤติกรรมเชิงบวก เช่น ความอดทนและสันติภาพในชุมชน และพฤติกรรมเชิงลบ เช่น การแพร่กระจายของข้อมูลบิดเบือนอย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่ท่วมท้นและห้องเสียงสะท้อนบ่อนทำลายการคิดเชิงวิพากษ์ เสริมสร้างความเชื่อที่มีอยู่เดิมและนำไปสู่การแบ่งขั้วทางสังคม ภูมิทัศน์ดิจิทัลยังกำหนดนิยามใหม่ของอัตลักษณ์ส่วนบุคคล สร้างความตึงเครียดระหว่างตัวตนที่เป็นปัจเจกบุคคลและตัวตนเชิงสัมพันธ์ ความท้าทายทางจริยธรรมมีมากมาย รวมถึงการแพร่กระจายของข้อมูลบิดเบือน การใช้ประโยชน์จากอคติทางปัญญา (อคติการยืนยัน, อคติการมองโลกในแง่ดี) และอิทธิพลที่แพร่หลายของอัลกอริทึม เพื่อนำทางในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนนี้ รายงานเน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของความรู้เท่าทันดิจิทัลและสื่อ การส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การสร้างชุมชน และการกำกับดูแล AI อย่างมีจริยธรรม การปรับตัวอย่างมีสติเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างสังคมดิจิทัลที่ยืดหยุ่นและมีข้อมูล</p> มะลิ ทิพพ์ประจง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 26 2 36 51