วารสาร​ มจร​ อุบลปริทรรศน์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou <p><strong>วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ : </strong>(ISSN :2697-4150 (Online)) กำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ (ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน, ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม, ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าและเผยแพร่บทความวิจัย บทความวิชาการและบทวิเคราะห์หนังสือของนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ในมิติด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา สังคมวิทยา รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาชุมชน การศึกษาและจิตวิทยา ตลอดจนบทวิเคราะห์ที่เสนอทางออกของปัญหาให้แก่สังคม อันเป็นประโยชน์แก่การต่อยอดองค์ความรู้ในการพัฒนาชุมชนและสังคม ตลอดจนประเทศชาติ ทุกบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างน้อย 3 ท่าน เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ </p> มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี th-TH วารสาร​ มจร​ อุบลปริทรรศน์ 2539-5726 บ้านเสายองหิน : ซากภูมิทัศน์วัฒนธรรมด่านซ้าย สู่มรดกที่มีชีวิตและบทบาทในสังคมร่วมสมัยชุมชนลุ่มน้ำหมัน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/290990 <p>บทความนี้มุ่งเน้นศึกษาลักษณะของเรือนพื้นถิ่น ที่เกิดจากการผสานกันระหว่างสภาพแวดล้อมทาง ภูมิศาสตร์และการดํารงชีวิตของมนุษย์ ผ่านกรณีศึกษาตําบลด่านซ้าย จังหวัดเลย เพื่อวิเคราะห์ถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสถาปัตยกรรมที่กําลังเลือนหายไป การศึกษาเรือนพื้นถิ่น “บ้านเสายองหิน”ในตําบลด่านซ้าย เป็นการศึกษาลักษณะเฉพาะของเรือนพื้นถิ่นที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวไทลื้อ ผ่านการปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่นของพื้นที่ตําบลด่านซ้าย โดยการศึกษาจากการสํารวจ สังเกต และสัมภาษณ์ในประเด็นของลักษณะบ้าน ภูมิปัญญาในการก่อสร้างลักษณะเรือนในเชิงรูปทรง ผังและพื้นที่ใช้สอยภายใน การศึกษาลักษณะของ “บ้านเสายองหิน” ในตำบลด่านซ้ายได้ข้อค้นพบถึงลักษณะบ้านที่เปลี่ยนแปลงไปตามการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีการก่อสร้างในปัจจุบัน คงเหลือบ้านเสายองหินแบบดั้งเดิมของชาวไทลื้ออยู่ค่อนข้างน้อย ทําให้คุณค่าของภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอย่างเช่นบ้านเสายองหินในตำบลด่านซ้าย อาจต้องเก็บไว้เพื่อรักษาให้ได้ศึกษาถึงที่มาทางภูมิปัญญาความเข้าใจในความหมายและอนุรักษณ์ส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยวของชุมชน</p> สุวินัย อินทรศักดิ์ ภูวนาท รัตนรังสิกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร​ มจร​ อุบลปริทรรศน์ 2026-08-31 2026-08-31 11 2 63 76 พระพุทธศาสนากับหลักสิทธิมนุษยชน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/293415 <p>สิทธิมนุษยชนเป็นหลักการพื้นฐานที่ชี้ถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อันทุกคนพึงได้รับการเคารพและคุ้มครองอย่างเสมอภาคในสังคม ไม่ว่าจะมีความแตกต่างด้านเพศ เชื้อชาติ ภาษา ศาสนา หรือสถานภาพใด ๆ ก็ตาม แนวคิดดังกล่าวแม้จะได้รับการสถาปนาอย่างชัดเจนในสังคมโลกยุคใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พระพุทธศาสนาได้วางรากฐานทางความคิดที่สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชนไว้ตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ผ่านหลักธรรมคำสอนที่มุ่งเน้นความเสมอภาค การไม่เบียดเบียน และการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข หลักธรรมสำคัญที่สะท้อนแนวคิดด้านสิทธิมนุษยชน เช่น ศีล 5 ซึ่งเป็นข้อบัญญัติขั้นพื้นฐานในการเคารพสิทธิในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่น, หลักธรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาไม่ได้เพียงมุ่งหมายต่อความหลุดพ้นทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางการจัดระเบียบความสัมพันธ์ทางสังคมที่เคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง</p> พระมหาสุริยัน อุตฺตโร (บึงทะเล) นคร จันทราช พูลศักดิ์ หอมสมบัติ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร​ มจร​ อุบลปริทรรศน์ 2026-08-31 2026-08-31 11 2 77 90 ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อ การประกันคุณภาพภายในของศูนย์การศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/291060 <p>การค้นคว้าอิสระนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 2) ศึกษาการประกันคุณภาพภายในของศูนย์การศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 และ 3) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในของศูนย์การศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 กลุ่มตัวอย่าง คือ ข้าราชการครูศูนย์การศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 5 แห่ง จำนวน 165 คน โดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสถานศึกษา และสุ่มครูในแต่ละสถานศึกษาด้วย การสุ่มอย่างง่าย โดยวิธีการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.980 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาของศูนย์การศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) การประกันคุณภาพภายในของศูนย์การศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในของศูนย์การศึกษาพิเศษ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 ได้แก่ ด้านการส่งเสริมบรรยากาศและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (X<sub>3</sub>) ด้านการพัฒนาวิชาชีพครู (X<sub>4</sub>) และด้านการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายของสถานศึกษา (X<sub>1</sub>) สามารถเขียนสมการพยากรณ์ ดังนี้</p> <p> สมการคะแนนดิบ</p> <p> = 1.306 + .378 (X<sub>3</sub>) + .105 (X<sub>4</sub>) + .168 (X<sub>1</sub>) </p> <p> สมการคะแนนมาตรฐาน</p> <p> = .462 (X<sub>3</sub>) + .126 (X<sub>4</sub>) + .207 (X<sub>1</sub>)</p> สุวิสา ไสลรัตน์ รุจิราพรรณ คงช่วย คงช่วย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร​ มจร​ อุบลปริทรรศน์ 2026-08-31 2026-08-31 11 2 1 16 การยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร: กรณีศึกษาสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/292446 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ของบุคลากรสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร 2) วิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยี AI และ 3) ศึกษาผลของการยอมรับเทคโนโลยี AI ต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือข้าราชการสามัญกรุงเทพมหานครสังกัดสำนักการศึกษา จำนวน 184 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Taro Yamane แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าเฉลี่ยด้วย t-test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า การยอมรับเทคโนโลยี AI ของบุคลากรโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา เป็นรายด้านพบว่า ด้านประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับและด้านความง่ายต่อการใช้งานมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือด้านความเชื่อมั่นและทัศนคติต่อการใช้ AI และด้านการสนับสนุนจากองค์กรตามลำดับ สำหรับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรโดยรวมอยู่ในระดับมากเช่นกัน โดยทุกด้าน ได้แก่ ด้านความเร็ว ด้านคุณภาพงาน ด้านความแม่นยำ และด้านการลดภาระงาน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทั้งหมด ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลบางประการมีความแตกต่างสัมพันธ์กับการยอมรับเทคโนโลยี AI อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และการยอมรับเทคโนโลยี AI โดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางกับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร (r = .64, Sig. = .00) แสดงให้เห็นว่าการยอมรับเทคโนโลยี AI มีส่วนสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร</p> นภัทร ณรังศรี นัทนิชา โชติพิทยานนท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร​ มจร​ อุบลปริทรรศน์ 2026-08-31 2026-08-31 11 2 17 24 การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรีโดยใช้การจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ร่วมกับ GI https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/293344 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรีก่อนและหลังการเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ร่วมกับ GI และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 25 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนเทศบาล 2 วัดสระเกศ โดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ GPAS 5 Steps ร่วมกับ GI 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรี และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรีของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล 2 วัดสระเกศ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ร่วมกับ GI พบว่า ผู้เรียนในกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน 10.57 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.15 และคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน 24.83 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.42 คะแนนเฉลี่ยผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรีหลังเรียนสูงกว่าก่อนการเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ร่วมกับ GI อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) ความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้ พบว่า โดยภาพรวมความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย 3.97 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.03 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ ผู้เรียนสามารถสรุปเนื้อหาการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ค่าเฉลี่ย 4.52 และค่าเบี่ยงเบนมาตราฐาน 0.94 ส่วนในข้ออื่น ๆ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากและปานกลาง</p> เลิศฤทธิ์ ขาวพลศรี ภัทราพร มณีนวล เอกวิทย์ เรืองศรี แมน เชื้อบางแก้ว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร​ มจร​ อุบลปริทรรศน์ 2026-08-31 2026-08-31 11 2 25 36 ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพใต้ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/294630 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพใต้ และ2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของครูต่อภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพใต้ จำแนกตามเพศ อายุ วุฒิการศึกษา ตำแหน่งและประสบการณ์ทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครู จำนวน 96 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามที่มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ .67-1.00 และความเที่ยงเท่ากับ .98 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที t-test independent การวิเคราะห์ค่าแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และ ทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วย LSD ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพใต้ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 2 ด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านการบริหารการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รองลงมาคือด้านการบริหารการประเมินผลคุณภาพการศึกษา ส่วนอีก 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก เรียงจากค่าเฉลี่ยสูงสุดไปต่ำสุด คือ ด้านการบริหารการจัดการเรียนรู้ ด้านการบริหารการนิเทศการจัดการศึกษา ด้านการบริหารการวิจัย และด้านการบริหารหลักสูตร และ 2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูที่ต่อภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพใต้ จำแนกตามอายุและตำแหน่งต่างกัน ในภาพรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ .01 ส่วนเพศ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกันในภาพรวม</p> สิทธิชัย ภู่วงษ์ สุกัญญา สุดารารัตน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร​ มจร​ อุบลปริทรรศน์ 2026-08-31 2026-08-31 11 2 37 48 การมีส่วนร่วมของชุมชน และประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/293502 <p>บทความวิจัยนี้ วัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมและประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง (2) เพื่อเปรียบเทียบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง จำแนกตามคุณลักษณะเฉพาะส่วนบุคคล และ (3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมกับประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง จำนวน 392 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและนำไปวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ สถิติพรรณนา t-test F-test และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า (1) ระดับการมีส่วนร่วมของชุมชน และระดับประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (2) คุณลักษณะเฉพาะแต่ละบุคคลของประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง ด้านเพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพที่แตกต่างกัน มีระดับความคิดเห็นต่อประสิทธิผลของผู้ใหญ่บ้านแตกต่างกัน และ (3) การมีส่วนร่วมของชุมชนมีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง ในระดับสูง โดยมีความสัมพันธ์กันในทางบวก แสดงว่า ยิ่งการมีส่วนร่วมของชุมชนมีมาก จะส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่มากขึ้นตามไปด้วย</p> ธนาเมศฐ์ อภิรัฐศิรนนท์ นัทนิชา โชติพิทยานนท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร​ มจร​ อุบลปริทรรศน์ 2026-08-31 2026-08-31 11 2 49 62