https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mgt-skru/issue/feed วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 2026-01-26T14:55:28+07:00 Assistant Prof. Dr.Prasit Rungruang mgt-journal@skru.ac.th Open Journal Systems <p>ISSN 2821-9481 (Online)</p> <p><br />วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา รับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงใน สาขาบริหารธุรกิจ สาขาเศรษฐศาสตร์ สาขาการบัญชี สาขาท่องเที่ยว สาขานิเทศศาสตร์ ผู้ประกอบการท้องถิ่น และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน กำหนดจัดพิมพ์และเผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม โดยไม่มีค่าใข้จ่ายในการตีพิมพ์ ซึ่งจัดพิมพ์รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Online) </p> <p>***วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา รับพิจารณาบทความซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพของ TCI เน้นความโปร่งใส ถูกต้องตามหลักวิชาการ หลักจริยธรรม / จรรยาบรรณ ตรวจสอบได้ โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ของผู้เสนอหรือผู้เกี่ยวข้องใด ๆ และปฏิบัติกับผู้เขียนทุกคนด้วยความเสมอภาคกัน***</p> https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mgt-skru/article/view/292071 บทบรรณาธิการ 2026-01-26T14:18:12+07:00 ประสิทธิ์ รุ่งเรือง prasit.ru@skru.ac.th <p>-</p> 2026-01-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mgt-skru/article/view/286215 กลยุทธ์การวางแผนภาษีสำหรับนิติบุคคลจดทะเบียนใหม่ 2025-06-25T00:29:49+07:00 นุชษรา พึ่งวิริยะ n_pringviriya@hotmail.com <p>การเริ่มต้นทำธุรกิจผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีทักษะความรู้การบริหารจัดการ การบัญชี-การเงิน และการภาษีอากร โดยมุ่งหวังสร้างผลกำไรเพื่อการอยู่รอดของกิจการในยุคที่มีการแข่งขันสูง ภายใต้การทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วยการเริ่มต้นจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเภทต่าง ๆ เช่น ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินลงทุน ประเภทและขนาดของกิจการ ภายใต้ดัชนีชี้วัดความสำเร็จจากความสามารถในการขายสินค้าหรือบริการ ความภักดีและการรักษาฐานของลูกค้ารวมถึงความสามารถในการทำกำไรและความมั่งคั่งสูงสุดของกิจการ ผลการดำเนินงานของกิจการที่มีกำไรหรือขาดทุน กฎหมายมีข้อบังคับและข้อกำหนดให้ธุรกิจมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีอื่น ๆ เช่น ภาษีสรรพสามิต อากรแสตมป์ ภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น</p> <p> ดังนั้น กลยุทธ์การวางแผนภาษีจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจใหม่ เนื่องจากช่วยให้กิจการสามารถประหยัดภาษี ผลักภาระภาษีได้ เช่น การบันทึกรายจ่ายที่สามารถหักลดหย่อนได้สองเท่า <br />การลดหย่อนภาษีเงินได้ การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ การได้รับการส่งเสริมการลงทุนและลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และการนำ SAVANT Framework ประกอบด้วย Strategy, Negotiating, Anticipation, Transforming, และ Value Adding มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนภาษีจะช่วยให้กิจการประหยัดภาษีและผลักภาระภาษีได้ในระยะยาว ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของกิจการสามารถสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนได้ เช่น การศึกษาในประเทศไทย พบว่า การลดหย่อนภาษี การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ รายการรายได้-รายจ่ายที่สามารถ<br />หักลดหย่อนได้สูงกว่าอัตราปกติสำหรับกิจการบางประเภท และการศึกษาในต่างประเทศที่มีการนำ SAVANT Framework มาประยุกต์ใช้ในการจัดทำรายการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีและภาษี พบว่า กิจการสามารถประหยัดภาษีและผลักภาระภาษีได้ในระยะยาว</p> 2026-01-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mgt-skru/article/view/288989 ปัจจัยส่วนประสมการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านอาหาร ย่านเมืองเก่าสงขลา จังหวัดสงขลา 2025-10-14T00:06:17+07:00 เสฏฐวุฒิ ดำรงชัย 661101061@tsu.ac.th ภานุพงศ์ อุยยะพัฒน์ Boonnawat.s@tsu.ac.th กฤติน จันทรัตน์ Boonnawat.s@tsu.ac.th ศตวรรษ วิริยะสมบัติ Boonnawat.s@tsu.ac.th บุณวัทน์ ศรีขวัญ Boonnawat.s@tsu.ac.th <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือก<br />ใช้บริการร้านอาหารย่านเมืองเก่าสงขลา จังหวัดสงขลาในประเทศไทย โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักท่องเที่ยว<br />ชาวไทยที่เดินทางมายังย่านเมืองเก่าจังหวัดสงขลา จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม</p> <p>การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ<br />เชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7P’s) กับการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านอาหาร<br />ในย่านเมืองเก่าสงขลา ผลการวิเคราะห์พบว่า สมการถดถอยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 <br />(F = 25.214, Sig. = 0.000) มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุ (R) เท่ากับ 0.557 และค่าสัมประสิทธิ์การกำหนด (R²) เท่ากับ 0.310</p> <p>หมายความว่า ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดสามารถอธิบายการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านอาหารได้<br />ร้อยละ 31.0 เมื่อพิจารณารายตัวพบว่า ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านการส่งเสริมการตลาด และด้านบุคลากร ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านอาหารย่านเมืองเก่าสงขลาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ<br />ที่ระดับ 0.01ในขณะที่ปัจจัยด้าน สถานที่ (Place), กระบวนการให้บริการ (Process) และ ลักษณะ<br />ทางกายภาพ (Physical Evidence) ไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ</p> <p>ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารในย่านเมืองเก่าสงขลาควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อาหาร และการบริการ รวมถึงการกำหนดราคาอย่างเหมาะสมและ<br />มีการส่งเสริมการตลาดที่ชัดเจนเพื่อสร้างแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกใช้บริการของลูกค้า และเพิ่มความพึงพอใจรวมถึงความภักดีต่อร้านอาหารในระยะยาว</p> 2026-01-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mgt-skru/article/view/289024 ปัจจัยและเส้นทางสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในธุรกิจคาเฟ่ กรณีศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 2025-10-17T00:43:53+07:00 ฟัรฮาน่า อำไพศิริ 661101102@tsu.ac.th ภูริภัทร แข็งขัน 661101102@tsu.ac.th ศรสวรรค์ แท่นพรหม 661101102@tsu.ac.th ปฐมภพ อ่อนอุ่น 661101102@tsu.ac.th <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยความสำเร็จของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในธุรกิจคาเฟ่ 2) ศึกษาประสบการณ์และมุมมองที่ส่งผลต่อความสำเร็จในระยะยาว และ 3) หาแนวทางส่งเสริมปัจจัยทั้ง <br />4 ด้านเพื่อความยั่งยืน การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยแนวคำถามแบบ<br />กึ่งโครงสร้าง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ประกอบการคาเฟ่ในอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 12 ราย ที่มีประสบการณ์ดำเนินกิจการอย่างน้อย 1 ปี เลือกแบบเจาะจงจนข้อมูลอิ่มตัว วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบปัจจัยความสำเร็จ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 ปัจจัยด้านจิตวิทยา ประกอบด้วย ความมั่นใจในตนเอง การมองโลกในแง่ดี ความมุ่งหวัง และความยืดหยุ่นทางอารมณ์ ด้านที่ 2 ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ประกอบด้วย ลักษณะทางประชากรศาสตร์ บุคลิกภาพ และทักษะ ด้านที่ 3 ปัจจัยด้านเครือข่าย ประกอบด้วย ความจำเป็น ความไม่สมดุล การพึ่งพาอาศัยกัน ความมีประสิทธิภาพ ความมั่นคง และความชอบธรรม และด้านที่ 4 ปัจจัยด้านนวัตกรรม ประกอบด้วย นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และกลยุทธ์ ปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาวคือ คุณภาพสินค้าและบริการ การสร้างเอกลักษณ์ และความซื่อสัตย์ ขณะที่อุปสรรคหลักคือ การแข่งขันที่รุนแรง การจัดการบุคลากร และการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี ผลการวิจัยแสดงว่าความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยทั้ง 4 ด้าน โดยปัจจัยด้านจิตวิทยาเป็นรากฐานสำคัญที่สุด ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ควรพัฒนาตนเองทั้ง 4 ด้านอย่างสมดุล โดยเฉพาะการสร้างความมั่นใจแต่เปิดใจรับฟัง สร้างเอกลักษณ์จากจุดเด่นของตนเอง สร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนการพัฒนาทักษะ สร้างเครือข่าย และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของธุรกิจ SMEs</p> 2026-01-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mgt-skru/article/view/289002 Strategies แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนารูปแบบพหุวัฒนธรรม ในการอธิษฐานขอพรในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 2025-10-28T01:26:43+07:00 อังคณา แก้วชู 661101067@tsu.ac.th แอนนา ธรรมเดโช 661101067@gmail.com อทิมา ทองแจ้ง 661101067@gmail.com ทักษ์สรณ์ธัญ กองพิมพ์ 661101067@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ เพื่อศึกษาพฤติกรรมและแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาในอำเภอหาดใหญ่และเพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนารูปแบบ<br />พหุวัฒนธรรมในอำเภอหาดใหญ่ โดยใช้เครื่องมือเก็บรวบรวมแบบสอบถามจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวสถานที่ทางศาสนาในอำเภอหาดใหญ่ จำนวน 400 ชุด ซึ่งใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยบังเอิญ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย หาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เดินทางมาช่วงเวลาวันหยุดนักขัตฤกษ์/เทศกาลต่าง ๆ ความถี่ในการเดินทางมาท่องเที่ยวครั้งที่ 2 มีผู้ร่วมเดินทางเป็นครอบครัว เดินทางมาท่องเที่ยวโดยพาหนะรถยนต์ส่วนตัว มีวัตถุประสงค์เพื่อไหว้อธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาท่องเที่ยวน้อยกว่า 500 บาท และได้รับข้อมูลข่าวสารแหล่งท่องเที่ยวจาก Facebook แรงจูงใจในการท่องเที่ยวเชิงศาสนารูปแบบพหุวัฒนธรรมในการอธิษฐานขอพรในอำเภอหาดใหญ่ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ได้แก่ แรงจูงใจด้านศาสนา แรงจูงใจด้านอารมณ์ แรงจูงใจด้านกายภาพ และมีเพียงแรงจูงใจด้านระหว่างบุคคลที่อยู่ในระดับปานกลาง จากผลการศึกษาจึงนำไปสู่ข้อเสนอแนะแนวทาง 3 ด้าน ได้แก่ การปรับปรุงด้านกายภาพ การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว และการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อดิจิทัล</p> 2026-01-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา