Journal of Variety in Language and Literature https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan <p>วารสาร วิวิธวรรณสาร เป็นวารสารด้านภาษาและวัฒนธรรม เกิดขึ้นจากการความร่วมมือของนักวิชาการจากหลายมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เป็นวารสารรายสี่เดือน โดยกำหนดตีพิมพ์ปีละ 3 ฉบับ ได้แก่</p> <p>ฉบับแรกอยู่ในเดือน มกราคม- เมษายน ฉบับที่สองอยู่ในเดือนพฤษภาคม-สิงหาคมและฉบับที่สามอยู่ในเดือน กันยายน-ธันวาคม</p> <p>กองบรรณาธิการวารสารเปิดรับต้นฉบับบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือ เพื่อพิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่ตามข้อกำหนดของวารสาร โดยมีขอบเขตเนื้อหาครอบคลุมสาขาทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ดังนี้ ภาษาไทย วรรณคดีไทย คติชนวิทยา ภาษาศาสตร์ การสอนภาษา และ ภาษาเพื่อการสื่อสาร</p> <p>บทความที่ส่งให้วารสารเพื่อพิจารณาตีพิมพ์จะผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับบทความ โดยเป็นการประเมินแบบอำพรางทั้งสองฝ่าย โดยที่ผู้ประเมินและผู้เขียนทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในองค์กรเดียวกัน</p> <p>ทั้งนี้ ผู้เขียนบทความอาจจะได้รับคำแนะนำให้แก้ไขบทความต้นฉบับตามที่ผู้ทรงคุณวุฒินำเสนอ</p> Academic Network on Language and Culture th-TH Journal of Variety in Language and Literature 3088-1544 <p>ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของวารสาร การพิมพ์ซ้ำจะต้องได้ร้บการอนุญาตจากบรรณาธิการวารสาร</p> บทบรรณาธิการ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/299650 <p><strong>บทบรรณาธิการ</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p>ปีที่สิบ เล่มยี่สิบเก้า ก้าวเดินหน้า<br>หมายสร้างค่า วิชาการ งานสร้างสรรค์<br>ทั้งภาษา วัฒนธรรม เน้นสำคัญ<br>เปิดพื้นที่ แบ่งปัน ทางปัญญา</p> <p>&nbsp;</p> <p>วารสารวิวิธวรรณสาร (Journal of Variety in Language and literature) เล่มนี้ เป็นปีที่ 10 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2569) เป็นเล่มที่ 29 แล้ว สำหรับการเดินทางของเครือข่าย นักวิชาการด้านภาษาและวัฒนธรรม ในเล่มนี้ มีบทความหลากหลายจำนวน 15 บทความ โดยอาจจัดกลุ่มเนื้อหาได้ 3 กลุ่ม ดังนี้</p> <p>กลุ่มที่เน้นการวิเคราะห์วิจารณ์วรรณกรรม ได้แก่ 1. ภาพแทนตะวันตกในวรรณกรรมนิราศต่างประเทศ&nbsp; 2. ฉากทัศน์ในนวนิยายเรื่อง “กุหลาบจีน” ของประภัสสร เสวิกุล ตามทัศนะมุมมองของผู้อ่านชาวจีนที่อาศัยในเมืองจีน&nbsp; 3. อาเรนท์: สภาวะไร้รัฐ สิทธิที่จะมีสิทธิ และบทวิพากษ์สิทธิมนุษยชน&nbsp; 4. ทัศนคติความรักของตัวละครเอกสตรีในนวนิยายจีนแปลไทยเรื่อง “นารีนครา” 5. &nbsp;การออกแบบทำนองในการขับร้องเพลงไทยด้วยหลักสัทศาสตร์: กรณีศึกษาเพลง รู้มั้ยจ๊ะ ของวง Tattoo Colour อัลบั้ม Hong Ser</p> <p><strong>กลุ่มที่เน้นการศึกษาภาษา กลวิธีทางภาษา และคติชนวิทยา</strong> ได้แก่ &nbsp;6. การวิเคราะห์สำนวนไทยเกี่ยวกับสัตว์ที่ใช้เฉพาะเพศชายและเพศหญิงตามวัย&nbsp; 7. การสลับภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมาตรฐานของนักการเมืองฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี&nbsp; 8. กลวิธีทางภาษาในการประกอบสร้างอุดมการณ์เด็กที่ปรากฏในวาทกรรมเพลงแร็ป จากรายการ The Rapper&nbsp; 9. หลักการพื้นฐานของสัญวิทยา โดย โรล็องด์ บาร์ตส์</p> <p>และ<strong>กลุ่มที่เน้นการสื่อสารและการสอนภาษาไทย</strong> ได้แก่ &nbsp;10. การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนคำภาษาไทยในแม่ ก กา โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค CIRC ร่วมกับแบบฝึกทักษะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1&nbsp; 11. วาทกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะการใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา</p> <p>ที่ปรากฏผ่านบทอาขยานภาษาไทย &nbsp;12. Exploring English-speaking Learning Strategies and Difficulties among First-Year English-major Students at Buriram Rajabhat University 13. ผลการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้</p> <p>แบบร่วมมือเทคนิค LT ร่วมกับเกมทางภาษา&nbsp; 14. การพัฒนาคู่มือการเป็นพิธีกรมืออาชีพ โดยใช้รูปแบบการฝึกปฏิบัติ : กรณีศึกษาผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย&nbsp; และ 15. การใช้กลวิธีการอ่านเชิงกลยุทธ์แบบร่วมมือควบคู่กับนิทานพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนระดับประถมศึกษาในประเทศไทย</p> <p>ขอขอบคุณผู้นิพนธ์ทุกท่านที่ส่งบทความคุณภาพมาให้พิจารณา ทำให้ผู้อ่านได้มีตัวเลือกหลาก หลายในการเลือกอ่านตามความสนใจและความจำเป็นเฉพาะตน</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p>รวมสิบห้า เรื่องราว แตกต่างรส<br>หลากหลายบท เด่นดี ที่เฟ้นหา<br>เชิญอ่านคิด พินิจสาร ดาลพัฒนา<br>สื่อภาษา พาวิวิธ สัมฤทธิ์ไกล</p> <p>&nbsp;</p> <p>บุณยแสนอ ตรีวิเศษ</p> <p>บรรณาธิการ</p> บุณยเสนอ ตรีวิเศษ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 ภาพแทนตะวันตกในวรรณกรรมนิราศต่างประเทศ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/296277 <p>การวิจัยเรื่อง ภาพแทนตะวันตกในวรรณกรรมนิราศต่างประเทศ โดยใช้แนวคิดภาพแทน (Representation) และแนวคิดอัสดงคตนิยม (Occidentalism) เพื่อศึกษาภาพแทนตะวันตกในวรรณกรรมนิราศต่างประเทศ ผลการศึกษาพบว่า ภาพแทนตะวันตกที่ปรากฏในวรรณกรรมนิราศ ได้แก่ 1) ชาวตะวันตก : ผู้ศิวิไลซ์ 2) การศึกษาตะวันตก : ต้นแบบความรู้สมัยใหม่ 3) เมืองในตะวันตก : ศูนย์กลางแห่งความเจริญทางวัตถุ 4) ธรรมชาติ : พิสดารและแปลกใหม่ 5) ศิลปวัฒนธรรมตะวันตก : สิ่งมหัศจรรย์ ภาพแทนดังกล่าวเป็นการมองกลับตะวันตก ผ่านแนวคิดอัสดงคตนิยม โดยการประกอบสร้างความหมายของกวี ที่ได้พบเห็นสิ่งแปลกใหม่และสิ่งที่คุ้นเคยกอปรกับมโนทัศน์ของกวีภายใต้บริบทสังคมไทย ขณะเดียวกันแม้กวีจะชื่นชมในความก้าวหน้าของตะวันตก แต่กวีได้วิพากษ์ตะวันตกเพื่อลดทอนคุณค่าที่ขัดศีลธรรมไทย โดยการเจรจาต่อรองทางวัฒนธรรมและยืนยันอัตลักษณ์ไทย</p> ปัญญวัฒน์ ฉายาวรรณ์ มารศรี สอทิพย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 269 286 ฉากทัศน์ในนวนิยายเรื่อง “กุหลาบจีน” ของประภัสสร เสวิกุล ตามทัศนะมุมมองของผู้อ่านชาวจีนที่อาศัยในเมืองจีน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/293025 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฉากและกลวิธีการใช้ฉาก ในนวนิยายเรื่องกุหลาบจีน ของประภัสสร เสวิกุล โดยใช้กรอบแนวคิดการวิจารณ์ในประเด็นฉากและบรรยากาศ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ฉากในนวนิยายเรื่องแบ่งออกเป็นได้ 2 ประเภท ได้แก่ 1) ฉากวัฒนธรรมและสังคม และ 2) ฉากธรรมชาติ โดยฉากวัฒนธรรมและสังคม จำแนกได้ 4 ฉาก คือ ศาลเจ้า สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า บ่อนกาสิโน และโรงเรียนคริสต์เตียน ส่วนฉากธรรมชาติจำแนกได้ 2 ฉาก คือ ฉากธรรมชาติแท้จริง และฉากที่สร้างโดยคน กลวิธีนำเสนอฉาก แบ่งออกเป็นได้ 2 ประเภท ได้แก่ นำเสนอผ่านบทบรรยายของผู้เขียน และนำเสนอผ่านบทนสนทนาของตัวละคร ลักษณะและกลวิธีนำเสนอฉากมีความสมจริงตลอดทั้งเรื่อง ช่วยให้ผู้อ่านเกิดมโนภาพ สะท้อนให้เห็นถึงชั้นเชิงการประพันธ์ของผู้แต่งเป็นอย่างดี</p> หยวน จาง วรวรรธน์ ศรียาภัย ปาริชาต โปธิ ศราวุธ หล่อดี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 287 300 อาเรนท์: สภาวะไร้รัฐ สิทธิที่จะมีสิทธิ และ บทวิพากษ์สิทธิมนุษยชน https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/295714 <p>บทความนี้ไม่เพียงแค่อธิบายมโนทัศน์ สภาวะไร้รัฐ คนไร้รัฐ การไร้สิทธิ และ สิทธิที่จะมีสิทธิ ซึ่งเป็นมโนทัศน์หลักที่ฮานน่าห์ อาเรนท์เป็นผู้คิดค้นขึ้นมา หากยังชี้ให้เห็นว่า สภาวะไร้รัฐคือปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ซึ่งมีสาเหตุมาจากความอ่อนแอของรัฐ-ชาติที่ไม่สามารถปกป้องสิทธิของพลเมืองได้ นอกจากนี้ บทความนี้ยังต้องการระบุสภาวะการไร้รัฐคือการไร้สิทธิและการสูญเสียสถานที่พำนักพักอาศัยและสถานะความเป็นมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ทำให้อาเรนท์อ้างเรื่องสิทธิที่จะมีสิทธิ เพื่อยืนยันในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และนำไปสู่การวิพากษ์หลักการสิทธิมนุษยชน ที่ไม่สามารถสร้างหลักประกันต่อความเป็นมนุษย์และสิทธิที่ต้องได้รับการคุ้มครอง</p> เกษม เพ็ญภินันท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 301 314 การวิเคราะห์สำนวนไทยเกี่ยวกับสัตว์ที่ใช้เฉพาะเพศชายและเพศหญิงตามวัย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/290304 <p>บทความวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์สำนวนไทยเกี่ยวกับสัตว์ที่ใช้เฉพาะเพศชายและเพศหญิงตามวัย โดยเป็นการวิจัยเชิงเอกสารที่เก็บข้อมูลจากหนังสือสำนวนไทยของ Klaisuban (2012) และหนังสือสำนวน ภาษิต และคำพังเพยของไทยที่นำสัตว์มาเปรียบของ Sorsottikul (1999) ผู้วิจัยจะประยุกต์ใช้หลักเกณฑ์ของ The Royal Institute (2013) Kanchanakphan (1996) Chaisaphawatham (2006) Sorsottikul (1999) และ Pramot Na Ayutthaya (1997) ที่อธิบายความหมายและที่มาของสำนวนไทยมาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์สำนวนไทยเกี่ยวกับสัตว์ที่ใช้เฉพาะเพศชายและเพศหญิงตามวัย </p> <p>ผลการศึกษาพบว่า สำนวนไทยเกี่ยวกับสัตว์ที่ใช้เฉพาะเพศชายและเพศหญิงตามวัยมีจำนวนทั้งหมด 17 สำนวน สำนวนทั้งหมดนี้สามารถแบ่งได้เป็นสำนวนที่ใช้เฉพาะเพศชายและสำนวนที่ใช้เฉพาะเพศหญิง ดังนี้ 1. สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์ที่ใช้เฉพาะเพศชายตามวัย แบ่งตามวัยได้ทั้งหมด 3 วัย ได้แก่ 1.1 ไม่ระบุวัย 1.2 วัยหนุ่ม 1.3 วัยสูงอายุ 2. สำนวนไทยที่เกี่ยวกับสัตว์ที่ใช้เฉพาะเพศหญิงตามวัย แบ่งตามวัยได้ทั้งหมด 2 วัย ได้แก่ 2.1 วัยสาว 2.2 วัยสูงอายุ</p> หนึ่งฤทัย ชวนะลิขิกร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 315 328 การสลับภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมาตรฐานของนักการเมืองฝ่ายค้าน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/290485 <p>การสลับภาษาในเวทีการเมืองเป็นกลวิธีทางภาษาที่สะท้อนอำนาจ ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ของผู้พูด การศึกษาเรื่อง การสลับภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมาตรฐานของนักการเมืองฝ่ายค้าน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ คือ 1) เพื่อศึกษาลักษณะการสลับภาษาระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมาตรฐาน ของนักการเมืองฝ่ายค้านในการประชุมรัฐสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร 2) เพื่อวิเคราะห์หน้าที่การสลับภาษาระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมาตรฐานของนักการเมืองฝ่ายค้านในการประชุมรัฐสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร การวิจัยนี้ประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดของ Ho (2007) ในด้านหน่วยภาษาศาสตร์ และ Gumperz (1982) ในด้านหน้าที่ของการสื่อสาร การเก็บข้อมูลทำโดยถอดเสียงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี จากบันทึกย้อนหลังคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในแพลตฟอร์มสื่อสังคม ออนไลน์ YouTube ผลการวิจัยพบ ลักษณะการสลับภาษาระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาไทย ทั้งสิ้น 5 ลักษณะ ได้แก่ การใช้อักษร การใช้คำศัพท์ทั่วไป การใช้คำนามเฉพาะ การใช้วลี และการใช้คำลดรูป โดยการใช้อักษรพบจำนวนครั้งมากที่สุด และการใช้คำลดรูปพบจำนวนครั้งน้อยที่สุด ทั้งนี้ พบหน้าที่ในการสลับภาษาระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาไทยมาตรฐาน ทั้งสิ้น 4 หน้าที่ ได้แก่ 1) การบ่งชี้สิ่งที่อ้างถึง 2) การระบุผู้รับสารอย่างเฉพาะเจาะจง 3) การซ้ำข้อความเพื่อเน้นย้ำ 4) การอธิบายเพิ่มเพื่อให้ข้อความเข้าใจง่ายขึ้น ผลการวิจัยสะท้อนว่าภาษาอังกฤษทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มน้ำหนักทางข้อมูลและความเป็นสากลให้กับถ้อยคำของฝ่ายค้าน</p> วัชรพงศ์ โคตรนารินทร์ ดีอนา คาซา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 329 344 การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนคำภาษาไทยในแม่ ก กา โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค CIRC ร่วมกับ แบบฝึกทักษะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/294351 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาผลการอ่านการเขียนคำภาษาไทยในแม่ ก กา หลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค CIRC ร่วมกับแบบฝึกทักษะ กับเกณฑ์ร้อยละ 70 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค CIRC ร่วมกับแบบฝึกทักษะ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านโนนเพกา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 7 คน ใช้เวลาในการทดลอง 5 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน 2) แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียน จำนวน 5 ชุด 3) แบบทดสอบการอ่านออกเสียงและการเขียนสะกดคำ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้กลุ่มร่วมมือเทคนิค CIRC ร่วมกับแบบฝึกทักษะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้ 1) ผลการเรียนรู้การอ่านและการเขียนคำภาษาไทยในแม่ ก กา หลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 2) พบว่าความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค CIRC ร่วมกับแบบฝึกทักษะโดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด</p> จารุวรรณ ตรึกตรองรัมย์ สุรชัย ปิยานุกูล วันทนีย์ นามสวัสดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 345 356 กลวิธีทางภาษาในการประกอบสร้างอุดมการณ์เด็ก ที่ปรากฏในวาทกรรมเพลงแร็ป จากรายการ The Rapper https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/293561 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลวิธีทางภาษาในการประกอบสร้างอุดมการณ์เด็กที่ปรากฏในวาทกรรมเพลงแร็ป จากรายการ The Rapper Season 1 และ 2 โดยใช้แนวคิดวาทกรรมวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (Critical Discourse Analysis: CDA) ซึ่งผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากเนื้อเพลงแร็ปที่ออกอากาศในรายการดังกล่าว จำนวนทั้งสิ้น 186 เพลง และใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงเฉพาะเพลงที่มีเนื้อหาสะท้อนถึงมุมมองของเยาวชนต่อระบบการศึกษา กฎระเบียบ และบรรทัดฐานทางสังคม จำนวน 45 เพลง ผลการศึกษาพบว่ามีการประกอบสร้างอุดมการณ์หลัก 2 ประการ ได้แก่ 1) อุดมการณ์เด็กดี 2) อุดมการณ์เด็กไม่ดี โดยวาทกรรมเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านกลวิธีทางภาษาที่สำคัญ จำนวน 7 กลวิธี ได้แก่ กลวิธีทางศัพท์เพื่อแสดงการสร้างอำนาจในเชิงอัตลักษณ์ การใช้สหบทแสดงภาวะจำยอม การใช้อุปลักษณ์เพื่อสร้างลำดับชั้น การใช้รูปประโยคปฏิเสธเพื่อรื้อถอนมายาคติ การใช้มูลบทเพื่อพยายามเปิดโปงปฏิบัติการอำนาจที่มองไม่เห็น การใช้วัจนกรรมเพื่อแสดงการผลิตซ้ำโครงสร้างอำนาจแบบบนลงล่าง และการประชดประชันเพื่อสะท้อนถึงความขัดแย้งทางอำนาจและการต่อสู้ทางความคิดของสังคมไทยในเชิงภาษาศาสตร์</p> อลิศรา แก้วชะเนตร เอื้อมพร ทิพย์เดช บัณฑิต ทิพย์เดช วัชรินทร์ แก่นจันทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 357 376 วาทกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะการใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ที่ปรากฏผ่านบทอาขยานภาษาไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/293999 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์วาทกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะการใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนที่ปรากฏผ่านบทอาขยานภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยใช้วิธีดำเนินการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) เอกสารที่ใช้ในการวิจัย คือบทอาขยานภาษาไทย ฉบับกระทรวงศึกษาธิการ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ปรากฏในแบบเรียนระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 15 บท ได้แก่ บทแมวเหมียว บทเด็กน้อย บทวิชาหนาเจ้า บทตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน บทไก่แจ้ บทความดีความชั่ว บทพระอภัยมณี ตอน สุดสาครเข้าเมืองการะเวก บทวิชาเหมือนสินค้า บทขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม บทโคลงโลกนิติ บทปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี ชั่วดีเป็นตรา บทผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ บทผู้ชนะ บทวิถีเด็กไทย และบทดวงตะวัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบรวบรวมบทอาขยานภาษาไทยที่สะท้อนคุณลักษณะการใฝ่เรียนรู้และแบบวิเคราะห์วาทกรรมในบทอาขยานภาษาไทย และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) จากนั้นนำเสนอผลในรูปแบบพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า วาทกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะการใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนที่ปรากฏผ่านบทอาขยานภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จำแนกได้ 4 วาทกรรม ได้แก่ 1) การใฝ่เรียนรู้ในฐานะผลลัพธ์ของความพากเพียร 2) การใฝ่เรียนรู้ในฐานะวิถีสู่การดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ 3) การใฝ่เรียนรู้ในฐานะค่านิยมทางสังคม และ 4) การใฝ่เรียนรู้ในฐานะหน้าที่ของนักเรียน โดยการประกอบสร้างวรรณกรรมนั้น ๆ ได้ปรากฏกลวิธีด้านภาษาด้านคำศัพท์และตัวบทที่เน้นย้ำซ้ำ ๆ หรือแฝงความหมายโดยนัยที่ต้องวิเคราะห์ เมื่อเข้าใจคุณค่าของวาทกรรมข้างต้น นักเรียนย่อมรู้หน้าที่ของตนเองและย่อมเกิดฉันทะในการใฝ่เรียนรู้เพื่อประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ</p> ทักษิณ แก้วประเสริฐ ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 377 392 กลยุทธ์การพูดภาษาอังกฤษของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/298877 <p>กลยุทธ์การพูดภาษาอังกฤษมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทักษะการสื่อสาร งานวิจัยแบบผสมผสานเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การเรียนรู้การพูดภาษาอังกฤษ ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการแก้ไขปัญหาในการเรียนรู้ทักษะการพูดของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิชาเอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณประกอบด้วยนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จำนวน 106 คน (สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ 46 คน และสาขาวิชาภาษาอังกฤษศิลปศาสตรบัณฑิต 60 คน) ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการฟังและการพูดในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพได้ทำการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 10 คน ซึ่งใช้วิธีเลือกแบบเจาะจงจากผู้ที่มีคะแนนแบบสอบถามต่ำที่สุด ข้อมูลถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic analysis) ผลการวิจัยพบว่า:</p> <ol> <li>ในภาพรวม นักศึกษามีการใช้กลยุทธ์การเรียนรู้การพูดภาษาอังกฤษอยู่ในระดับมาก ( = 3.60, S.D. = 0.93) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า กลยุทธ์ทางสังคมมีการใช้สูงสุด ( = 3.74, S.D. = 0.96) รองลงมาคือ กลยุทธ์การชดเชย กลยุทธ์ทางอารมณ์ความรู้สึก กลยุทธ์อภิปัญญา และกลยุทธ์ด้านความจำ ซึ่งล้วนอยู่ในระดับมาก ขณะที่กลยุทธ์ทางปัญญาอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.26, S.D. = 0.84);</li> <li>อุปสรรคสำคัญในการพูดประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ ข้อจำกัดด้านภาษาและคำศัพท์ ปัจจัยด้านจิตวิทยาและอารมณ์ความรู้สึก และปัญหาด้านการฟังและการออกเสียง</li> <li>แนวทางหลักในการแก้ไขปัญหาของนักศึกษา คือ การใช้กลยุทธ์ทางอารมณ์และการชดเชย การฝึกฝนด้วยตนเองและการเรียนรู้ผ่านสื่อ และการใช้กลยุทธ์ทางสังคม</li> </ol> นวมินทร์ ประชานันท์ ฤทธี นี รูซเบะฮ์ คาเจะฮ์ เคียะซี อัลมา อาบัดดิงโก กิลเลียนโน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 393 414 ทัศนคติความรักของตัวละครเอกสตรีในนวนิยายจีนแปลไทยเรื่อง “นารีนครา” https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/293104 <p>บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาทัศนคติต่อความรักของตัวละครเอกสตรี 3 คน 3 วัย ในบทพระนิพนธ์แปลเรื่อง “นารีนครา” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนาราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยวิเคราะห์ลักษณะทัศนคติความรักและปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทัศนคติความรักของนางเอก 3 ตัว พบว่า ลักษณะโดดเด่นทัศนคติความรักของตัวละครสตรี มี 4 ประการ ได้แก่ ความรักต่อลูก ความรักในความกตัญญู ความรักต่อกุยมี่ (เพื่อนสนิท) และความรักต่อสามี และปัจจัยที่ทำให้เกิดทัศนคติความรัก คือ ค่านิยม ประสบการณ์ชีวิตและลักษณะนิสัยส่วนตัว สายสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างตัวละคร 3 ตัว เพื่อแสดงให้เห็นถึงการแสวงหาคุณค่าในตนเองและที่พักพิงทางอารมณ์ของผู้หญิงสมัยใหม่ นำเสนอความหลากหลายและความสมจริงของมุมมองต่อความรักของผู้หญิงภายใต้บริบทของงานเขียนแนวสัจนิยมใหม่</p> <p><strong> </strong></p> หวัง เฝิ่งเหมย วรวรรธน์ ศรียาภัย วรัญญา ยิ่งยงศักดิ์ ปาริชาต โปธิ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 415 430 ผลการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือเทคนิค LT ร่วมกับเกมทางภาษา https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/295972 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านและบอกความหมายของคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ร่วมกับเกมทางภาษาระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ร่วมกับเกมทางภาษา ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนอนุบาลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา บุรีรัมย์ เขต 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 24 คน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ร่วมกับเกมทางภาษาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 6 แผน 12 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบการอ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำศัพท์ภาษาอังกฤษ จำนวน 20 ข้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ร่วมกับเกมทางภาษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบสมมุติฐานด้วย Dependent sample t – test ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ร่วมกับเกมทางภาษา สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT ร่วมกับเกมทางภาษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด</p> ปภาณิน สุขสำราญ สุรชัย ปิยานุกูล วันทนี นามสวัสดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 431 442 หลักการพื้นฐานของสัญวิทยา โดย โรล็องด์ บาร์ตส์ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/294824 <p>บทความนี้มุ่งนำเสนอ แนวคิดสัญวิทยาของโรล็องด์ บาร์ตส์ ที่ได้ต่อยอดกรอบแนวคิดทางภาษาศาสตร์ของ แฟร์ดินานด์ เดอ โซซูร์ เข้าสู่การพิจารณาปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมและสังคมในระดับที่กว้างขึ้น หลักการพื้นฐานของสัญวิทยา ของบาร์ตส์ได้วางรากฐานให้สัญวิทยากลายเป็นกระบวนวิธีสำหรับศึกษาทั้งระบบภาษาและระบบสัญญะที่มิใช่ภาษา อาทิ เครื่องแต่งกาย อาหาร หรือ สื่อสารมวลชน ทั้งนี้มีแกนหลักสำคัญ 4 ประการ กล่าวคือ ประการแรก แนวคิด ภาษา และ คำพูด ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างภาษาในฐานะระบบกฎเกณฑ์ส่วนรวมกับการใช้ภาษาของบุคคลแต่ละคน ซึ่งดำรงอยู่ในความสัมพันธ์แบบวิภาษวิธีที่ไม่อาจแยกขาดจากกัน ประการที่สอง การแยกแยะระหว่าง ตัวบ่งชี้ และ สิ่งที่ถูกบ่งชี้ เปิดเผยให้เห็นว่าความหมายของสัญญะเกิดขึ้นจากการจับคู่ระหว่างรูปทางวัตถุกับมโนทัศน์ แม้ว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวจะเป็นไปตามอำเภอใจ แต่ก็เปิดทางให้ขยายไปสู่ระบบสัญญะทางวัฒนธรรมได้ ประการที่สาม การพิจารณา ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง และ ความสัมพันธ์เชิงระบบช่วยให้เข้าใจทั้งการจัดลำดับสัญญะในแนวเส้นตรงและความสัมพันธ์เชิงการเลือกภายในระบบ ซึ่งทั้งสองแกนร่วมกันผลิตความหมาย ประการสุดท้าย การแบ่งแยกระหว่าง ความหมายตรง และ ความหมายแฝง เผยให้เห็นว่าความหมายมิได้ตั้งอยู่เพียงระดับพื้นฐาน แต่ยังถูกหล่อหลอมโดยรหัสวัฒนธรรมและอุดมการณ์อีกด้วย โดยสรุปแล้ว กรอบคิดของบาร์ตส์ ยกระดับสัญวิทยาให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจทั้งภาษาและปรากฏการณ์วัฒนธรรม ด้วยการเน้นความสัมพันธ์ระหว่างระบบกับการปฏิบัติจริง ความตามอำเภอใจของสัญญะ รวมทั้งการซ้อนทับของความหมายในหลายระดับ ทฤษฎีนี้ยังส่งอิทธิพลต่อการศึกษาด้านภาษาศาสตร์ ทฤษฎีวัฒนธรรม และการวิเคราะห์สื่อในยุคปัจจุบันสืบมา</p> สมศักดิ์ พันธ์ศิริ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 443 460 การออกแบบทำนองในการขับร้องเพลงไทยด้วยหลักสัทศาสตร์: กรณีศึกษาเพลง รู้มั้ยจ๊ะ ของวง Tattoo Colour อัลบั้ม Hong Ser https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/292361 <p>บทความนี้มุ่งศึกษากลไกการออกแบบทำนองในการขับร้องเพลงไทยโดยอาศัยหลักสัทศาสตร์ เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเสียงวรรณยุกต์และทำนองเพลงในบริบทของภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาวรรณยุกต์ ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการรักษาความสอดคล้องระหว่างทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียงวรรณยุกต์กับทำนองเพลงมีความสำคัญต่อความชัดเจนในการสื่อสารและสุนทรียภาพทางการฟัง <br />โดยผู้ประพันธ์เพลงมักหลีกเลี่ยงการเคลื่อนที่สวนทางระหว่างวรรณยุกต์และทำนอง แม้ไม่จำเป็นต้องจับคู่ตรงกันทุกพยางค์ นอกจากนี้ยังพบการเปลี่ยนแปลงเชิงสัทศาสตร์ของเสียงตรีที่มีแนวโน้มเปลี่ยนจากเสียงเคลื่อนที่เป็นเสียงระดับคงที่ ผลการศึกษานี้จึงสะท้อนว่าการออกแบบทำนองเพลงไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงโครงสร้างเสียงวรรณยุกต์และพยางค์ตามหลักสัทศาสตร์ เพื่อคงอัตลักษณ์ทางภาษาและสร้างความกลมกลืนระหว่างการสื่อสารเชิงภาษาและการขับร้อง</p> พชร พิฆาตไพรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 461 480 การพัฒนาคู่มือการเป็นพิธีกรมืออาชีพ โดยใช้รูปแบบการฝึกปฏิบัติ : กรณีศึกษาผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/295105 <p>บทความวิจัยเรื่อง การพัฒนาคู่มือการเป็นพิธีกรมืออาชีพ โดยใช้รูปแบบการฝึกปฏิบัติ: กรณีศึกษาผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จำนวน 50 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 และ 3 คณะผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาคู่มือการเป็นพิธีกรมืออาชีพ เพื่อพัฒนาการเป็นพิธีกรมืออาชีพแก่ผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และเพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อคู่มือการเป็นพิธีกรมืออาชีพ </p> <p>ผลการศึกษาสรุปได้ว่า 1. คู่มือการเป็นพิธีกรมืออาชีพ มีประสิทธิภาพโดยรวม เท่ากับ 84.90/91.80 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กำหนดไว้ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเป็นพิธีกรโดยใช้รูปแบบการฝึกปฏิบัติของผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 61.88 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 73.46 มีคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยเท่ากับ 11.58 แสดงว่าผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเป็นพิธีกรหลังพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนา และวิเคราะห์ด้วยสถิติที (t–test) และได้ค่าที (t–test) เท่ากับ 39.73 แสดงว่าผลสัมฤทธิ์หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายที่มีต่อการพัฒนาคู่มือการเป็นพิธีกรมืออาชีพ โดยใช้รูปแบบการฝึกปฏิบัติ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.75 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.43 โดยผู้นำนักศึกษามีความพึงพอใจมากที่สุด คือมีตัวอย่างบทพูดที่ชัดเจน สามารถนำเทคนิคในคู่มือไปปรับใช้หน้างานจริงได้ทันทีมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.84 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.37</p> รุ่งโรจน์ ต้นประดิษฐ วิไลลักษณ์ วงค์ชัย เกรียงไกร กันทะนะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 481 492 การใช้กลวิธีการอ่านเชิงกลยุทธ์แบบร่วมมือควบคู่กับนิทานพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนระดับประถมศึกษาในประเทศไทย https://so06.tci-thaijo.org/index.php/wiwitwannasan/article/view/298072 <p>การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีการอ่านเชิงกลยุทธ์แบบร่วมมือ (Collaborative Strategic Reading: CSR) ร่วมกับนิทานพื้นบ้าน (2) ศึกษาพฤติกรรมการทำงานกลุ่มร่วมกันระหว่างการจัดการเรียนรู้ และ (3) ศึกษาเจตคติของนักเรียนต่อวิชาภาษาอังกฤษ การศึกษาครั้งนี้มุ่งตอบสนองความจำเป็นในการพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการกลวิธีการอ่านอย่างเป็นขั้นตอน การเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน และบทอ่านประเภทนิทานที่เหมาะสมกับวัย เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษของผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศระดับประถมศึกษาในบริบทไทย กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 4 โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ CSR ร่วมกับนิทานพื้นบ้าน จำนวน 2 แผน ได้แก่ <em>Jack and the Beanstalk</em> และ <em>Little Red Riding Hood</em> (2) แบบทดสอบวัดความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ (3) แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และ (4) แบบวัดเจตคติต่อวิชาภาษาอังกฤษ การวิจัยใช้แบบแผนกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังเรียนภายใต้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน (dependent-samples <em>t</em>-test) ส่วนข้อมูลจากการสังเกตนำมาใช้ประกอบการสะท้อนผลพฤติกรรมการทำงานร่วมกันของผู้เรียนระหว่างการจัดกิจกรรม</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า (1) คะแนนความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (2) พฤติกรรมการทำงานกลุ่มโดยรวมอยู่ในระดับดี (<em>M</em> = 3.19) และ (3) เจตคติต่อวิชาภาษาอังกฤษโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (<em>M</em> = 4.60) ผลการสะท้อนการจัดการเรียนรู้พบว่า การบูรณาการ CSR ร่วมกับนิทานพื้นบ้านเปิดโอกาสให้นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ช่วยเหลือเพื่อน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการอ่านร่วมกัน โดยนักเรียนแสดงการมีส่วนร่วมในการนำเสนอและอภิปรายได้เด่นชัด ขณะที่การวางแผน การแบ่งบทบาทหน้าที่ และการมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการทำงานกลุ่มยังเป็นประเด็นที่ควรได้รับการส่งเสริมเพิ่มเติม ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่า การบูรณาการกลวิธีการอ่านอย่างเป็นขั้นตอน การมีปฏิสัมพันธ์แบบร่วมมือ และบทอ่านประเภทนิทานที่เหมาะสมกับวัยสามารถสนับสนุนทั้งความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษและการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้แบบร่วมมือของผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศระดับประถมศึกษา</p> ปรายตะวัน ปรีดาโชติชวาล ชลิดา คงแถลง อรทัย ต๊ะรังสี ฐิตินันท์ เพชรคง กัญจน์ ดิษฐผดุง ธนาเทพ วิชาเรือง กรรณิการ์ รักษา บัณฑวรรณ สุกรรณ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Variety in Language and Literature https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-08-31 2026-08-31 10 2 493 510