รูปแบบการบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษาที่มีประสิทธิผล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์1)เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันการบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษา 2)เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษาที่มีประสิทธิผล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ3)เพื่อประเมินรูปแบบดังกล่าวกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 1 ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน ผู้ดูแลโครงการหรือหัวหน้าวิชาการในโรงเรียนสองภาษา จำนวน 375 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบรูปแบบการบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษาที่มีประสิทธิผล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนำร่างรูปแบบจากข้อมูลระยะที่1 นำมาจัดสนทนากลุ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิ 12 คน และระยะที่ 3 การประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษาที่มีประสิทธิผล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญจำนวน 18 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการจัดการศึกษาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยรวมทั้ง 8 ด้านอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน สามารถเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ 1)ด้านการวางแผนงานด้านวิชาการ 2)ด้านการพัฒนาหลักสูตรในสถานศึกษา 3)ด้านการจัดการเรียนรู้และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ 4)ด้านการพัฒนาส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ 5)ด้านการนิเทศการศึกษา 6)ด้านการพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา 7)ด้านการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพในและมาตรฐานการศึกษา 8)ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา ตามลำดับ และ 2) รูปแบบการบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษาที่มีประสิทธิผล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ โครงสร้างและเนื้อหาสาระ กระบวนการพัฒนา การวัดผลประเมินผล ภาพความสำเร็จ และปัจจัยสู่ความสำเร็จ และเงื่อนไขในการนำรูปแบบไปใช้ และ 3) ผลการประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษาที่มีประสิทธิผล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับการประเมินจากผู้เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญ มีความเป็นไปได้ มีความเหมาะสม มีความถูกต้องครอบคลุม และมีประโยชน์ในแต่ละมิติอยู่ในระดับมาก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ฉลาดจันทรสมบัติ, และทองสง่าผ่องแผ้ว. (2553). การเขียนวิทยานิพนธ์.มหาสารคาม: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสาหรับการวิจัย เล่ม 1 (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุญส่ง หาญพานิช. (2546). ศึกษาการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษาไทย. ดุษฏีนิพนธ์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พูนสุข หิงคานนท์. (2540). “การพัฒนารูปแบบการจัดองค์การของวิทยาลัยพยาบาล กระทรวง สาธารณสุข”, วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (สำเนา)
วิสุทธิ์ วิจิตรพัชราภรณ์. (2547). การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาแบบกระจายอำนาจใน สถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามแนวทางพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2553). คู่มือแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปการเรียนการสอนภาษา.กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2544). หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์รับส่ง สินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สจีวรรณ ทรรพวสุ และไสว ศิริทองถาวร. (2555). การพัฒนากระบวนการบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยการจัดการคุณภาพ. ปทุมธานี : มหาวิทยาลัยวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ. (2547). การพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะภาวะผู้นำของคณบดี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
Bardo,J.W. and Hartman, J.J.(1982). Urban Sociology : A Systematic Introduction. New York : F.E. Peacock Publishers, Inc.
Eisner, E. (1976). Education Connoisseurship and Criticism : Their Form and Functions in Educational Evaluation. Journal of Aesthetic Education or Education, 10, 135-150.