รูปแบบความสัมพันธ์ของปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผล โรงเรียนนิคมสร้างตนเองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับปัจจัยทางการบริหารและระดับประสิทธิผล
ความสอดคล้องโครงสร้างเชิงเส้นของรูปแบบและพัฒนาตัวบ่งชี้ปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนนิคมสร้างตนเองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากร คือ สถานศึกษา จำนวน 83 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 70 โรงเรียน ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และประธานคณะกรรมการสถานศึกษาฯ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสหสัมพันธ์ และวิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้เทคนิคกรณีศึกษา 3 โรงเรียน การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต และการจัดสนทนากลุ่ม โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 14 คน
ผลการวิจัย พบว่า
- ระดับปัจจัยการบริหาร ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.50) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 6 ด้าน เรียงลำดับดังนี้ ลำดับที่ 1 ด้านวัฒนธรรมองค์การ ( = 4.65) ลำดับที่ 2 รองลงมาเป็นด้านการควบคุมภายใน ( = 4.56) ลำดับที่ 3 ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ( = 4.54) ลำดับที่ 4 ด้านสารสนเทศ ( = 4.54) ลำดับที่ 5 ด้านขวัญและกำลังใจ ( = 4.54) ลำดับที่ 6 ด้านบทบาทคณะกรรมการสถานศึกษา ( = 4.51) และระดับมาก 3 ด้าน เรียงลำดับดังนี้ ลำดับที่ 7 ด้านองค์การแห่งการเรียนรู้ ( = 4.49) ลำดับที่ 8 ด้านการบริหารงานบุคคล ( = 4.48) และ ด้านการนิเทศ ( = 4.02) ตามลำดับ
ระดับประสิทธิผล ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.44) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลำดับดังนี้ ลำดับที่ 1 ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ( = 4.48) ลำดับที่ 2 รองลงมาเป็นด้านสำนึกรักบ้านเกิด ( = 4.48) ลำดับที่ 3 ด้านกายภาพ ( = 4.45) ลำดับที่ 4 ด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ( = 4.45) ลำดับที่ 5 ด้านความสามารถในการปรับตัว ( = 4.45) ลำดับที่ 6 ด้านแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน ( = 4.38) และ ลำดับที่ 7 ด้านความพึงพอใจของบุคลากร ( = 4.37) ตามลำดับ
- รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยทางการบริหารส่งผลต่อประสิทธิผลของโรง เรียนนิคมสร้างตนเอง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ยอมรับได้ว่าเป็นไปตามสมมติฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยค่าที่วัดได้ ค่าสถิติไค - สแควร์ (Chi-Square) ได้เท่ากับ 119.46 ค่าองศาอิสระ (Degree of Freedom : df) ได้เท่ากับ 99 ค่าความน่าจะเป็นหรือระดับนัยสำคัญทางสถิติ ( p – value) เท่ากับ 0.07915 และ ค่าประมาณความคาดเคลื่อนรากที่สองเฉลี่ย (Root Mean Square Error of Approximation : RMSEA) เท่ากับ 0.018
ปัจจัยทางการบริหารส่งผลต่อประสิทธิผล ร้อยละ 88.36 โดยปัจจัยทางการบริหารได้รับอิทธิพลจากตัวแปรแฝงภายนอก 9 ด้าน เรียงลำดับค่าร้อยละจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านสารสนเทศ ร้อยละ 73.96 ด้านบทบาทคณะกรรมการสถานศึกษา ร้อยละ 53.29 ด้านองค์การแห่งการเรียนรู้ ร้อยละ 49.00 ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ร้อยละ 38.44 ด้านการบริหารงานบุคคล ร้อยละ 32.49 ด้านขวัญและกำลังใจ ร้อยละ 23.04 ด้านการควบคุมภายใน ร้อยละ 21.16 ด้านวัฒนธรรมองค์การ ร้อยละ 11.56 และ ด้านการนิเทศ ร้อยละ 4.41 ตามลำดับ
ประสิทธิผลการบริหาร ได้รับอิทธิพลจากตัวแปรแฝงภายนอก 7 ด้าน เรียงลำดับค่าร้อยละจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ร้อยละ 64.00 ด้านสำนึกรักบ้านเกิด ร้อยละ 57.76 ด้านกายภาพ ร้อยละ 54.76 ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ 53.29 ด้านความพึงพอใจของบุคลากร ร้อยละ 49.00 ด้านความสามารถในการปรับตัว ร้อยละ 40.96 และด้านแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน ร้อยละ 34.81 ตามลำดับ
- การพัฒนาตัวบ่งชี้ปัจจัยการบริหาร 9 ด้าน ตามลำดับ ดังนี้ ด้านสารสนเทศ ด้านบทบาทคณะกรรมการสถานศึกษา ด้านองค์การแห่งการเรียนรู้ ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านขวัญและกำลังใจ ด้านการควบคุมภายใน ด้านวัฒนธรรมองค์การ และ ด้านการนิเทศ ตามลำดับ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นิรมล สุวรรณโคตร. (2553). การปรับตัวของนิสิตระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร.
วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร.
บารมี จรัสสิงห์. (2016). การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation. (ออนไลน์). (อ้างอิงเมื่อ 1 มิถุนายน 2563). จาก https://plan.dmh.go.th/forums/index.php?topic=1031.0.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
ภารดี อนันต์นาวี. (2553). หลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางการบริหารการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 3).
กรุงเทพฯ : มนตรี.
โรงเรียนแม่จันวิทยาคม. (2563). แหล่งเรียนรู้. (ออนไลน์). (อ้างเมื่อ 1 กรกฎาคม 2563) https://sites.google.com/a/mwk.ac.th/integration-of-learning-/haelng-reiyn-ru.
ลดารัตน์ ศศิธร. (2558). การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยการบริหารจัดการเรียนร่วม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่. ศึกษาศาสตรามหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2544). โรงเรียน : องค์การแห่งการเรียนรู้ กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี ทางการ
บริหารการศึกษา. กรุงเทพ : ทิพย์วิสุทธ์.
สุภาพร ศรีสะเนตร. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ตามยุทธศาสตร์ของสถานศึกษาระดับประถมศึกษา. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา.คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. (2561). คู่มือการประเมินภายนอก. (ออนไลน์). (อ้างเมื่อ 23 มกราคม 2561) จาก www.onesqa.or.th/.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2548). มาตรฐานการศึกษาของชาติ. กรุงเทพ : ห้างหุ้นส่วน
จํากัด สหายบล็อกและการพิมพ์.
Herzberg, F. et al. (1959). The Motivation to work. New York : John Wiley and Sons.
Hoy, W. K. & Miskel. C. G. (1991). Educational administration : Theory research and
Practice. 4th ed. New York : McGraw-Hill.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities.
Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610
Senge, Peter. (1994). The Fifth Discipline Fieldbook. New York : Currency Doubleday.