การใช้ดุลยพินิจและเหตุผลของผู้พิพากษาในทรรศนะทางนิติปรัชญาของ H.L.A. Hart

ผู้แต่ง

  • อรุณรุ่ง ขำนาท นิสิตในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วศิน ศิวาลัย นิสิตในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • กันต์ธวิชญ์ ทันประโยชน์ นิสิตในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • เกษร วิจิตรวัฒนานนท์ นิสิตในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • เนตรนภา เชียงเนาว์ นิสิตในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วรกิจ ทีสุกะ นิสิตในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ธนัชญา สายันห์กุลดิลก นิสิตในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ภูริชญา นาคศรีเจริญ นิสิตในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรี) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

การใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษา, ช่องว่างของกฎหมาย, หลักนิติรัฐ

บทคัดย่อ

“ศาลเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน” เป็นการกล่าวถึงอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งผู้พิพากษาต้องใช้ดุลพินิจในการพิจารณาและพิพากษา ในเวลาที่มีความขัดแย้งต้องการความยุติธรรม และต้องการคำตัดสิน ตามหลักของนิติรัฐ ผู้พิพากษาใช้อำนาจทางตุลาการตามหลักการแบ่งแยกอำนาจคู่ไปกับฝ่ายนิติบัญญัติที่มีหน้าที่ในการตรากฎหมาย และฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบและควบคุมการใช้อำนาจรัฐเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน การใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษาตามแนวคิดของ เอช แอล เอ ฮาร์ท แห่งสำนักกฎหมายบ้านเมือง ในศตวรรษที่ 20 ได้มีการกล่าวถึงการใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษาในคดีที่มีความซับซ้อน เมื่อนำหลักเกณฑ์ทางกฎหมายปฐมภูมิและทุติยภูมิมาปรับใช้ไม่ได้ ผู้พิพากษาย่อมมีอำนาจในการพิพากษานอกเหนือกฎหมายได้ เพื่อลดช่องว่างในการใช้กฎหมาย แต่การที่ให้ผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจนอกเหนือกฎหมาย อาจเป็นการให้อำนาจผู้พิพากษาในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เป็นการใช้อำนาจลบล้างอำนาจนิติบัญญัติ ซึ่งขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจอันเป็นหลักการที่สำคัญของหลักในระบบนิติรัฐ ดังนั้น เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในลักษณะดังกล่าว ผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคดีโดยต้องกระทำตามกรอบของกฎหมาย และในกรณีที่คดีมีความยุ่งยากซับซ้อนไม่มีกฎหมายตามตัวอักษรที่จะยกมาปรับใช้กับคดีได้ เพื่อลดช่องว่างของกฎหมายผู้พิพากษาสามารถที่จะมีอำนาจในการพิจารณาคดีนอกเหนือจากกฎหมายตามตัวอักษร แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักแห่งกฎหมายทั่วไปซึ่งผู้พิพากษามีหน้าที่จะต้องค้นหา ถ้าต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขก็ควรเป็นหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข และถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงการลงโทษก็ควรเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารซึ่งเป็นไปตามหลักการ Executive Clemency ดังที่ผู้พิพากษาทรูเพนนี ได้ให้ความเห็นในบทความ กรณีนักสำรวจสเปลันเชียน (The Case of Speluncean Explorers)

เอกสารอ้างอิง

D.N. MacCormick, ‘Law, Morality and Positivism’ (1981) 1 Legal Studies 131.

H.L.A. Hart, ‘Positivism and the Separation of Law and Morals’ (1958) 71 Harvard Law Review 593.

H.L.A. Hart, Law, Liberty and Morality (London: Oxford University Press 1963).

H.L.A. Hart, The Concept of Law (Oxford University Press 1961).

Ian McLeod, Legal Theory (Macmillan Press Ltd. 1999).

Lon L. Fuller, ‘Positivism and Fidelity to Law: A Reply to Professor Hart’ (1958) 71 Harvard Law Review 630.

Lon L. Fuller, ‘The Case of The Speluncean Explorers’ (1949) 62 Harvard Law Review 616.

Lon L. Fuller, The Morality of Law (Revised edn, Yale University Press 1969).

Michael Giudice, Social Construction of Law: Potential and Limits (Edward Elgar 2020).

R.M. Dworkin, Is Law a System of Rules (In The Philosophy of Law 1977).

R.M. Dworkin, Taking Rights Seriously (Duckworth 1977).

Ronald Dworkin, Law’s Empire (Belknap Press of Harvard University Press 1986).

Brandon Sample, ‘Executive Clemency: Power of The President’ (Clemency.com, 30 December 2018) <https://clemency.com/executive-clemency> accessed 28 March 2024.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-05-01

รูปแบบการอ้างอิง

ขำนาท อ., ศิวาลัย ว., ทันประโยชน์ ก., วิจิตรวัฒนานนท์ เ., เชียงเนาว์ เ., ทีสุกะ ว., สายันห์กุลดิลก ธ., & นาคศรีเจริญ ภ. (2025). การใช้ดุลยพินิจและเหตุผลของผู้พิพากษาในทรรศนะทางนิติปรัชญาของ H.L.A. Hart. วารสารนิติปริทัศน์, 5(2), 1–12. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/NitiPariJ/article/view/280911

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ