ผลการเรียนรู้เกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยวิธีเสริมแรงทางบวกเพื่อปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านขามเรียน ตำบลหนองบัว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • วิสสุตา สำราญดี สาขาวิชาการประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
  • กชพร นำนาผล คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
  • ภัทรธิดา เดโชเม็ง โรงเรียนบ้านนาขามเรียน มหาสารคาม

DOI:

https://doi.org/10.14456/tiat.2023.11

คำสำคัญ:

ผลการเรียนรู้, พระพุทธศาสนา, วิธีเสริมแรงทางบวก, คุณลักษณะที่พึงประสงค์ความเป็นพลเมืองไทย

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้เกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยวิธีเสริมแรงทางบวกเพื่อปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านขามเรียน และเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ก่อนและหลังการเรียนเรื่องวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ประชากรได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านขามเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 22 คน เก็บรวบรวมจากประชากรทั้งหมด โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนและหลังเรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1และแบบประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ผลการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนมีความรู้เข้าใจคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก สามารถปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาผ่านเกณฑ์การพัฒนาที่ตั้งไว้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ด้านที่มีความก้าวหน้าเรียงตามลำดับคือมุ่งมั่นในการทำงาน ใฝ่เรียนรู้ และมีวินัย ส่วนผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้ทำแบบทดสอบเรื่องวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เมื่อได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้กิจกรรมการเสริมแรงทางบวกพบว่าหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 46.00 คิดเป็นร้อยละ 46.07 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 86.70 คิดเป็นร้อยละ 86.78

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพฯ : คุรุสภา ลาดพร้าว.

จันทร์เพ็ญ นันทะบุตร และคณะ. (2565). ผลจัดการเรียนรู้วิชาพระพุทธศาสนา เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์. 7(1) : 89-100.

ทิศนา แขมมณี. (2542). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดการกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พระประสิทธิ์ จารุปญฺโญ. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาพระพุทธศาสนาโดยใช้กิจกรรม การเสริมแรงทางบวก ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบางระจันวิทยา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี. พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2553). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 3).กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาสน์.

สภาการศึกษาแห่งชาติ. (2563). สมรรถนะที่พึงประสงค์ของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิก.

สมพงษ์ อ่อนน้อม และ ประจวบ ศรีภักดิ์. (2565). คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช.

อุทุมพร ศรีแจ่ม และคณะ. (2557). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการเรียนแบบผสมผสาน ระหว่างวิธีการเรียนรู้แบบเผชิญหน้ากับวิธีการเรียนรู้ผ่านเฟสบุ๊ค.ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-12-25

รูปแบบการอ้างอิง

สำราญดี . ว., นำนาผล ก. ., & เดโชเม็ง ภ. . . (2023). ผลการเรียนรู้เกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยวิธีเสริมแรงทางบวกเพื่อปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านขามเรียน ตำบลหนองบัว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม: . Asian Journal of Traditional and Innovative Arts and Textiles, 2(3), 64–74. https://doi.org/10.14456/tiat.2023.11

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย