Needs of the Elderly in Samphanthawong District, Bangkok, for Social Welfare

Main Article Content

Weerayut Khamkeaw
Rachen Nopanatwongsakorn

Abstract

This study aimed to 1) study the needs of the elderly for social welfare, and 2) compare the social welfare needs of the elderly in Samphanthawong District, Bangkok, The research was qualitative. The sample group of this research consisted of 380 elderly people aged 60 and over who reside in Samphanthawong District, Bangkok. The research instruments was questionnaires consists of 2 parts were 1) checklist on the general information of the respondents 2) about the needs of elderly for welfare. The sample group expressed their opinions on the 5 levels of demand according to the Likert scale. The statistical methods used for data analysis were frequency, percentage, mean () and standard deviation (S.D.) while t-test and one-way ANOVA for testing of statistical values.
The research findings revealed that:
1. Overall, elderly people had a high level of need for social welfare (gif.latex?\bar{x} = 3.53). The results of the analysis for each factor also found that the elderly people showed the highest level of need for income (gif.latex?\bar{x} = 4.10), health (gif.latex?\bar{x} = 3.93), education (gif.latex?\bar{x} = 3.77), and shelter (gif.latex?\bar{x} = 3.74) by ranking them into 1sthighest priority, 2nd highest priority, 3rd highest priority, and 4th highest priority, respectively. On the other hand, the factors regarding the security for life and assets and recreations were at moderate level and rated as the 5th (gif.latex?\bar{x} = 2.89) and 6thhighest priorities (gif.latex?\bar{x} = 2.74), respectively.
2. The comparison of the needs of the elderly for welfare showed that differences in their gender, age, status, education level, income and the type of residence also caused differences in needs for benefits, where as difference in their occupation caused no difference in needs for benefits, which was not statistically significant as .05.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
บทความวิจัย (Research Article)

References

กัมพล กล่ำสีทอง. (2553). การศึกษาความต้องการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตําบลสิเกาอําเภอสิเกา จังหวัดตรัง. การค้นคว้าอิสระรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.

จาตุรงค์ จันทะชารี, เสาวนารถ เล็กเลอสินธุ์ และดวงตา สราญรมย์. (2562). ความต้องการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในองค์การบริหารส่วนตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี. วารสารการจัดการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 6(2), 121-139.

จันทร์เพ็ญ ลอยแก้ว, จำนง อดิวัฒนสิทธิ์ และเอก ศรีเชลียง. (2555). ศึกษาความต้องการในการได้รับสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. การค้นคว้าอิสระรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.

ปรียา สุขทอง. (2560). ความต้องการสวัสดิการด้านสังคมผู้สูงอายุในตำบลบางตะไนย์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยปทุมธานี.

พระครูภัทรปัญญาคุณ, พระครูอรุณสุตาลังการ และกันตภณ หนูทองแก้ว. (2560). การศึกษาความต้องการได้รับสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตําบลหัวไทร อําเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 2(2), 22-27.

ลัดดา บุญเกิด. (2557). ความต้องการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลเกาะจันทร์ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี. ปัญหาพิเศษรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. ชลบุรี: วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.

นันทนา อยู่สบาย. (2557). ความต้องการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุ ในองค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ. ปัญหาพิเศษรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. ชลบุรี: วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.

รติมา คชนันท์. (2561). สังคมผู้สูงอายุกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย. เอกสารวิชาการอิเล็กทรอนิกส์. สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร: ISBN 2287-0520.

สุดารัตน์ สุดสมบูรณ์. (2557). สวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในประเทศไทย. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 7(1), 73-82.

อุทุมพร ศตะกูรมะ, ผ่องลักษม์ จิตต์การุญ และชุมพล เสมาขันธ์. (2556). ความต้องการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุ ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 7(1), 129-138.