การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพพระสงฆ์ ในสถานการณ์หลังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพพระสงฆ์, สร้างเสริมสุขภาพในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ การพัฒนารูปแบบ ผลการทดลองใช้รูปแบบ วิธีการศึกษา ได้สุ่มกลุ่มตัวอย่าง 356 คน และนารูปแบบการพัฒนาใช้จริงในพื้นที่รวม 18 เดือน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนมากเป็นเพศหญิง ร้อยละ 79.21 และเพศชาย ร้อยละ 20.79 อาชีพพระสงฆ์ ร้อยละ 24.16 รองลงมาเป็นผู้มาทำบุญที่วัด ร้อยละ 20.79 และ อสม. ร้อยละ 16.29 อายุส่วนมากอยู่ในช่วง 36-40 ปี ร้อยละ 15.73 รองลงมา 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 15.45 และ 31-35 ปี ร้อยละ 13.48 ตามลำดับ (Mean ± SD=54.72 ± 22.46) สถานภาพสมรส ส่วนมากโสด ร้อยละ 58.99 รองลงมาหม้าย ร้อยละ 27.53 และ แต่งงาน ร้อยละ 13.48 การศึกษาส่วนมาก เป็นวุฒิทางธรรม ร้อยละ 24.16 รองลงมาอยู่ในระดับปริญญาตรี ร้อยละ 20.50 และ มัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 16.29 ตามลำดับ ปัญหาที่พบคือ พระภิกษุสงฆ์เคยอาพาธด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ร้อยละ 34.26 ภิกษุสูงอายุ ร้อยละ 24.72 โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 16.54 โรคเบาหวาน ร้อยละ 13.25 พลัดตกหกล้ม ร้อยละ 22.42 ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เกินร้อยละ 22.65 รอบเอวเกิน 36 นิ้ว ร้อยละ 25.62 สายตาสั้น ร้อยละ 14.03 และสายตายาว ร้อยละ 5.42 รูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพในพระสงฆ์ในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมาตรการ ดังนี้ 1) อบรมให้ความรู้เรื่องโคโรนาไวรัส 2019 และมาตรการในการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อแด่พระภิกษุสงฆ์และประชาชนทั่วไปที่มาทำบุญที่วัด 2) จัดทำแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวังและป้องกันโคโรนาไวรัส 2019 ตามมาตรการ DMHTTA และการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในวัด การทำความสะอาดอุปกรณ์ และบริเวณที่ประกอบศาสนกิจด้วยน้ำยาทำความสะอาดทุกวัน 3). การกำหนดพื้นที่ในการกักตัวภายในวัดให้เหมาะสมตามบริบท 4.)ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มาทำบุญที่วัด 5) จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของพระภิกษุสงฆ์เรื่อง 3อ.และ การพักผ่อนที่เพียงพอ 6) ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย หอกระจายข่าว แจกแผ่นพับ เผยแพร่คลิปวิดีโอ และเพจประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล เรื่องอาหารสุขภาพแด่พระภิกษุสงฆ์หลีกเลี่ยงการถวายอาหารรสหวาน มัน เค็ม 7) จัดทำบอร์ดโปสเตอร์เรื่องอาหารสุขภาพและโรคเรื้อรังภายในวัด 8) จัดอบรมเมนูสุขภาพสำหรับเมนูชูสุขภาพสาหรับพระภิกษุสงฆ์ห่างไกลโรคเรื้อรัง 9) จัดทีมออกเชิงรุกตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ โดยทีมสหวิชาชีพแบบบูรณาการ 10.)การให้บริการ Telemedicine โดย Video call ซักถามอาการกับพระภิกษุสงฆ์ และบริการจัดส่งยาโดยทีมเจ้าหน้าที่ และอสม. ผลการพัฒนาไปทดลองใช้จริงในพื้นที่ พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในด้านความรอบรู้ทางสุขภาพ สุขภาพจิต คุณภาพชีวิต และความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05) สรุปและอภิปรายผล รูปแบบการดูแลที่พัฒนาขึ้นมานี้สามารถนาไปใช้ได้ในอำเภอที่มีบริบทใกล้เคียงกัน สามารถเพิ่มความรอบรู้ทางสุขภาพ การดูแลสุขภาพจิต คุณภาพชีวิตของพระสงฆ์ และ ให้ความพึงพอใจที่ดีในการส่งเสริมสุขภาพ ภายใต้การทางานของโรงพยาบาลจังหวัด อาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายหน่วยงานรัฐ วัดและชุมชน จึงประสบความสำเร็จได้ดี
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานพระพุทธศาสนา.(2564). รายงานจำนวนวัดในประเทศไทย. สืบค้นจาก https://www.onab.go.th /th/content/category/index/id/805/, เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).(2564). รายงานสรุปข้อมูลผู้ต้องขัง. สืบค้นจาก http://www.correct.go.th/stathomepage/, เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564.
สำนักงานพระพุทธศาสนา.(2564). รายงานข้อมูลทางพระพุทธศาสนา ปี 2561-2563. สืบค้นจาก https://www.onab.go.th /cms/s1/ข้อมูลทางพระพุทธศาสนา.pdf, เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564.
โรงพยาบาลกาฬสินธุ์.(2564). รายงานประจำปี. กาฬสินธุ์:สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์.
ศรีเมือง พลังฤทธิ์.(2562). สถานะสุขภาพและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพของพระภิกษุสงฆ์ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ.37(2): 133-142.
พระสมุห์ธงชัย สุนฺทราจาโร และ คณะ.(2565). รูปแบบการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ในสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. 9(2): 241-253.
มัฏฐวรรณ ลี้ยุทธานนท์ และคณะ.(2561). การพัฒนารูปแบบถวายความรู้การดูแลด้านสุขภาพสำหรับพระภิกษุสงฆ์.วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา 2561 ; 25(2): 104-117.

