ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างพลังอำนาจ, ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยการวิจัยกึ่งทดลอง(quasi-experimental research) วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ที่ขึ้นทะเบียนรับการตรวจรักษาที่งานผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนครพนม จำนวน90 คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือด้วยการหาความตรงตาม เนื้อหาและหาความเชื่อมั่นด้วยวิธีครอนบาคได้เท่ากับ 0.872 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา paired t-test และ independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลองค่าเฉลี่ยน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ในกลุ่มทดลองก่อนการทดลอง(M= 9.782 ,SD =1.811) ลดลงหลังการทดลอง(M= 8.498 ,SD= 1.853) ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < .001) ส่วนค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานก่อนการทดลอง( M=3.479, SD =.468) หลังการทดลองเพิ่ม(M= 3.735, SD= .418) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < .01) และ ค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < .001) ส่วนค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < .01)
เอกสารอ้างอิง
สมเกียรติ โพธิสัตย์, และคณะ. (2557). การทบทวนวรรณกรรม: สถานการณ์ปัจจุบันและรูปแบบการบริการด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. นนทบุรี: อาร์ต ควอลิไฟท์.
International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas. 10th ed. 10th, editor.Brussels, Belgium: International Diabetes Federation; 2021.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, (2565). รายงานประจำปี NCDs 2565 . สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2567 , จากchrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1392420230228064621.pdf
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม. (2567). ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ Health Data Center (HDC) ระดับจังหวัด. เข้าถึงจากhttps://hdc.moph.go.th/npm/public/standard-report-detail/e9e461e793e8258f47d46d6956f12832
Gibson, C.H. (1993). A study of empowerment in mother of chronically. Michigan: Boston College.
กฤตกร หมั่นสระเกษ, ทัศนีย์ รวิวรกุลและสุนีย์ ละกำปั่น. (2019). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ใช้อินซูลิน. วารสารวิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนีนครราชสีมา 25(2) กรกฎาคม-ธันวาคม: 87-103.
เนตรนภา บุญธนาพิศาน. (2564). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองโดยใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สุนันทา ภักดีอำนาจ. (2566). ผลของโปรแกรมพัฒนาความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อความรู้พฤติกรรม และระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในเขตเมือง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี 6(2) กรกฎาคม- ธันวาคม: 53-66.
มยุรี ปะวันนา. (2567). ผลของโปรแกรมการจัดการโรคเบาหวานด้วยตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองระดับน้ำตาลสะสมในเลือดและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม 8(15) ตุลาคม2566- มกราคม 2567: 70-82
พรสวรรค์ อิมามี, นิรัตน์ อิมามี, ยุวดี รอดจากภัยและนิภา มหารัชพงศ์. (2020). ผลของโปรแกรมการ จัดการตนเองในการควบควบคุมน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล มาบตาพุด จังหวัดระยอง. วารสารสุขศึกษา43(2) กรกฎาคม-ธันวาคม: 78- 91.
อณัญญา ลาลุนและบษพร วิรุณพันธ์. (2564). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อระดับน้ำตาลสะสมในเลือดและคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ.ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุรินทร์ 11(1) มกราคม -มิถุนายน: 66-80.
สังวาลย์ พิพิธพร. (2563). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง โรงพยาบาลอุดรธานี2 อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี 28(1) มกราคม- เมษายน: 30-42

