การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล โดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพในโรงพยาบาลยางสีสุราช จ.มหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • จารุวรรณ เหลาสนิท ภ.บ. (เภสัชศาสตรบัณฑิต) โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
  • อัจฉรา มีดวง ภ.บ. (เภสัชศาสตรบัณฑิต) โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
  • จิราวรรณ โยธะมาตย์ ภ.บ. (เภสัชศาสตรบัณฑิต) โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม

คำสำคัญ:

ยาปฏิชีวนะ, การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล, RDU hospital

บทคัดย่อ

     การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผลและลดการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน อุจจาระร่วงเฉียบพลัน และแผลเลือดออกจากอุบัติเหตุในผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาลยางสีสุราช วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะใน 3 กลุ่มโรค โดยดึงข้อมูลจากการใช้ยาของผู้ป่วยจากโปรแกรม RDU 2016 สัมภาษณ์เกี่ยวกับความตระหนักในการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะของทีมสหวิชาชีพโดยใช้แบบสอบถาม ร่วมกับคณะกรรมการ PTC วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อค้นหาปัญหาและพัฒนางาน ออกแบบกิจกรรมการพัฒนาตามหลัก PLEASE ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณา และสถิติเชิงอนุมาณ
     ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผลที่มีประสิทธิภาพ สามารถลดการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะได้ทั้ง 3 กลุ่มโรค ประกอบด้วย 1) มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยคณะกรรมการ PTC 2) พัฒนาฉลากยามาตรฐาน 3) จัดทำคู่มือการใช้ยาปฏิชีวนะให้บุคลากรทางการแพทย์และสื่อให้แก่ประชาชนผู้มารับบริการ 4) จัดอบรมเรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุผลแก่บุคลากรทางการแพทย์ กำหนดเป็นตัวชี้วัดรายบุคคลของแพทย์และจัดทำ pop up alert ในโปรแกรม HosXP 5) ทำคู่มือการใช้ยาในผู้ป่วยกลุ่มพิเศษ 6) ประกาศเป็นนโยบายสำคัญของโรงพยาบาล สำหรับผลการดำเนินงานเมื่อสิ้นสุดการศึกษาเปรียบเทียบกับก่อนพัฒนางาน พบว่าอัตราการสั่งใช้ยาปฏิชีวนะใน 3 กลุ่มโรคมีแนวโน้มลดลง ดังนี้ อัตราการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน (เป้าหมาย ≤ ร้อยละ 20) จากร้อยละ 27.23 เหลือร้อยละ 18.92 อัตราการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคท้องร่วงเฉียบพลัน (เป้าหมาย ≤ ร้อยละ 20) จากร้อยละ 21.82 เหลือร้อยละ 14.02 อัตราการใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ (เป้าหมาย ≤ ร้อยละ 40) จากร้อยละ 58.87 เหลือร้อยละ 39.19

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Promoting rational use of medicines: core components [online]. 2002 [cited July 13, 2019]. Available from: apps.who.int/ medicinedocs/pdf/h3011e/h3011e.pdf.

Menanan S. The Health Intervention and Technology Assessment Program (HITAP) [online] . 2013 [cited July 13, 2019]. Available from: www .ph.mahidol.ac.th /research/thai/ Training/Research Care&Talk/3- 2556/Introduction%20to%20HITAP_ Apr%2 02513.pdf.

คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล.(2558). คู่มือการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use Hospital Manual). (พิมพ์ครั้งที่1).กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2559).การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาพัฒนาระบบบริการให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Service Plan: Rational Drug Use). (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย

สุมาลี ท่อชู, รุ่งทิวา หมื่นปา.(2560). ผลลัพธ์ของการดำเนินโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในอำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์.วารสารเภสัชกรรมไทย,9(2), 463-474.

พิสิทธิ์ คงศักดิ์ตระกูล, หทัยกาญจน์ เชาวนพูนผล, และสุภนัย ประเสริฐสุข.(2562).ประสิทธิผลของนโยบายการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล กรณีศึกษาจังหวัดนครราชสีมา.วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน,15(2), 106-112.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

เหลาสนิท จ. ., มีดวง อ. ., & โยธะมาตย์ จ. . . (2024). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล โดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพในโรงพยาบาลยางสีสุราช จ.มหาสารคาม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 181–190. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/279465