การเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่องกับโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยท่าพื้นฐาน 10 ท่า ต่อการทรงตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม

ผู้แต่ง

  • ศิริพร วันทองทิพย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลสุวรรณคูหา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู

คำสำคัญ:

การออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่อง, การออกกำลังกายด้วยท่าพื้นฐาน 10 ท่า, การทรงตัว, ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา, ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม

บทคัดย่อ

     การศึกษานี้เป็นการวิจัยแบบการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่อง กับผลของโปรแกรมการออกกำลังกายพื้นฐาน 10 ท่า ที่มีผลต่อการทรงตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม ในพื้นที่ตำบลสุวรรณคูหา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู โดยทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่จะศึกษาแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) ใช้กลุ่มทดลองคือผู้สูงอายุกลุ่มที่เข้าเกณฑ์ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการหกล้มและมีช่วงอายุและระดับการศึกษาใกล้เคียงกันทั้ง 2 กลุ่ม กลุ่มละ 18 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสอบถามและแบบประเมินเพื่อวัดสมรรถภาพทางกาย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีแจกแบบสอบถามและทำการทดสอบสมรรถภาพทางกาย แก่กลุ่มตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 - 31 ธันวาคม 2567 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพโดยใช้สถิติพรรณนาได้แก่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติอนุมาน เปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยของค่าการทดสอบโดยใช้สถิติ paired t-test เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าคะแนนเฉลี่ยของของค่าการทดสอบโดยใช้สถิติ Independent t-test
     ผลการศึกษาเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่อง กับผลของโปรแกรมการออกกำลังกายพื้นฐาน 10 ท่า ทั้ง 2 โปรแกรมการออกกำลังกายมีผลค่าคะแนนเฉลี่ยการทรงตัวขณะยืนนิ่งและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขานั้น พบว่าหลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยมากกว่าก่อนทดลอง แต่ค่าเฉลี่ยการทรงตัวขณะเคลื่อนไหวพบว่าหลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยน้อยกว่าก่อนทดลองซึ่งมีความหมายว่าเคลื่นที่ได้เร็วขึ้น การศึกษาครั้งนี้พบว่าโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่อง กับผลของโปรแกรมการออกกำลังกายพื้นฐาน 10 ท่า สามารถเพิ่มความสามารถในการทรงตัวขณะยืนนิ่งและการทรงตัวขณะเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโปรแกรมได้ทั้ง 2 กลุ่ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) และพบว่าพฤติกรรมความถี่ของการออกกำลังกายพบว่าสูงสุดมีความถี่ในการออกกำลังกายน้อยกว่า 2 ครั้งต่อเดือนหรือไม่ออกกำลังกายเลย คิดเป็นร้อยละ 33.33 กล่าวคือก่อนเข้าร่วมโครงการศึกษาวิจัยนี้ กลุ่มผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการออกกำลังกายที่ไม่ต่อเนื่องตามแบบแผนการออกกำลังที่ถูกต้องเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ Health Data Center (HDC). รายงานผลการคัดกรองผู้สูงอายุ 9 ด้าน (Basic/Community Screen STEP1). สืบค้น 30 กันยายน 2566 จาก https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php?&cat_id=6966b0664b89805a484d7.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ. (2558). คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2560). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2559. กรุงเทพฯ: บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).

ระบบ 3 หมอรู้จักคุณ:กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. รายงานข้อมูลการคัดกรองผู้สูงอายุ จังหวัดหนองบัวลำภู. สืบค้น 30 กันยายน 2566 จาก https://3doctor.hss.moph.go.th/main/rp_screen_ap?region=OA==&province=Mzk=.

เยาวดี มณีทรัพย์. (2563). ผลของการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่องต่อการทรงตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในผู้สูงอายุ. วารสารโรงพยาบาลชลบุรี ปีที่ 45 ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม 2563.

กมลทิพย์ ศุภพิชญ์นาม. (2560). ผลของการออกกำลังกายในตารางเก้าช่องต่อการทรงตัวในผู้สูงอายุของชมรมผู้สูงอายุ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช. มหาราชนครศรีธรรมราช ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560.

ศศิวิมล วรรณพงษ์ และคณะ. (2564). ผลของการออกกำลังกายด้วยตารางเก้าช่องต่อการทรงตัวของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม. ศรีนครินทร์เวชสาร 36(3) : 310-316 (2564).

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

วันทองทิพย์ ศ. (2024). การเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่องกับโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยท่าพื้นฐาน 10 ท่า ต่อการทรงตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 621–630. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/280158