การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยจิตเวชที่มีพฤติกรรมรุนแรง ในโรงพยาบาลชุมชน เขตสุขภาพที่ 4

ผู้แต่ง

  • ระวิวรรณ เติมวาณิช พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลศรีธัญญา
  • อนงค์นุช ศาโศรก อาจารย์ประจำ สาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยชินวัตร Corresponding Author
  • ปพิชญา ทวีเศษ สาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต โรงพยาบาลพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

คำสำคัญ:

แนวปฏิบัติการพยาบาล, ผู้ป่วยจิตเวช, พฤติกรรมรุนแรง

บทคัดย่อ

     การวิจัยและพัฒนานี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ศึกษาสถานการณ์ พัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาล และประเมินผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยจิตเวชที่มีพฤติกรรมรุนแรงในโรงพยาบาลชุมชน เขตสุขภาพที่ 4 กลุ่มตัวอย่าง คือ 1) ผู้ให้ข้อมูลหลัก 5 คน 2) ผู้เข้าร่วมดำเนินการวิจัย 109 คน 3) ผู้รับบริการ เดือน มิถุนายน ถึงเดือน ตุลาคม 2567 เครื่องมือ ประกอบด้วย 1) แนวคำถามในการสนทนากลุ่ม 2) แบบประเมินสถานการณ์พฤติกรรมรุนแรง 3) แบบสอบถามความเป็นไปได้ของแนวปฏิบัติ 4) แบบสอบถามความคิดเห็นของพยาบาลวิชาชีพ 5) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ต่อประโยชน์ 6) แบบสอบถามความพึงพอใจ 7) แบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะแห่งตน 8) แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการจัดการพฤติกรรมรุนแรง วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้สถิติแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที
     ผลการวิจัย พบว่า 1) แนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยจิตเวชที่มีพฤติกรรมรุนแรง ประกอบด้วย ระยะเริ่มต้นของการเกิดพฤติกรรมรุนแรง ระยะที่มีพฤติกรรมรุนแรง ระยะหลังพฤติกรรมรุนแรง ระยะพักฟื้นจากพฤติกรรมรุนแรง 2) ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการพยาบาล ความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ต่อประโยชน์ ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (equation=4.69, S.D.=.47: equation=4.33, S.D.=.50: equation=4.19, S.D.=.65) การรับรู้สมรรถนะแห่งตนอยู่ในระดับมาก (equation=3.65,S.D.=.55) 3) ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ความรู้ของพยาบาลวิชาชีพหลังการใช้แนวปฏิบัติสูงกว่าก่อนใช้แนวปฏิบัติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.00)
     สรุปแนวปฏิบัติการพยาบาลนี้ส่งผลลัพธิ์ที่ดี ควรนำไปขยายผลให้ครอบคลุม และปฏิบัติการพยาบาลได้อย่างครบถ้วนทั้ง 4 ระยะของการพยาบาลจะทำให้เกิดความปลอดภัยทั้งบุคลากรและผู้รับบริการ

เอกสารอ้างอิง

Anderson, A., & West, S.G. (2011). “Violence Against Mental Health Professionals: When the Treater Becomes the Victim,” Innovations in Clinical Neuroscience,8(3), 34-39.

Drach-Zahavy, A., Goldblatt, H., Granot, M., Hirschmann, S. & Kostinski, H., (2012).“Patients’aggression in psychiatric settings,” Qualitative Health Research, 22(1), 43–53.

Shah et al. (2016). Key components and strategies utilized by nurses for de-escalation of aggression in psychiatric in-patients: a systematic review protocol. The Joanna Briggs Institute: 109-118.

World Health Organization. (2002). World report on violence and health. Geneva: WHO. 2002.

Hvidhjelm J, Sestoft D, Skovgaard LT, & Bue Bjorner J. (2014). “Sensitivity and specificity of the Broset Violence Checklist as predictor of violence in forensic psychiatry,” Nord J Psychiatry, 68(8), 536-42.

Stevenson KN, Jack SM, O’Mara L, LeGris J. (2015). “Registered nurses’ experiences of patient violence on acute care psychiatric inpatient units: an interpretive descriptive study,” BMC Nursing; 14:35.

Spencer, Stephen T. Stone, & M. McMillan. (2010).“Violence and Aggression in Mental Health Inpatient Unit: An Evaluation of Aggression Minimization Programs,” Hunter New England.3, 1 (January): 42-48.

อัครเดช กลิ่นพิบูลย์. (2561). รูปแบบการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในโรงพยาบาลจิตเวชสำหรับบุคลากรทางการพยาบาล. บริษัทสำนักพิมพ์พานทองจำกัด.

นันทวัช สิทธิรักษ์, ศิริรัตน์ คุปติวุฒิ, ณัฏฐา สายเสวย, วรภ้ทร รัตอาภา, พนม เกตุมาน, วีระนุช รอบสันติสุข, สกุลทิพย์ มาลาศรี. (2558). แนวทางการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการผูกยึด.วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 54(4), 385-398.

ศันยวิทย์ พึงประเสริฐ. (2561). แนวทางปฏิบัติในการป้องกันและจัดการความรุนแรงในโรงพยาบาล.(พิมพ์ครั้งที่2). นนทบุรี: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.

ศิริพรรณ ธนันชัย และจินตนา ยูนิพันธ์. (2562). ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมรุนแรงในชุมชนของผู้ป่วยจิตเภท. วารสารแพทย์นาวี, 44(3), 536-551.

นุษณี เอี่ยมสะอาด, ปพิชญา ทวีเศษ และพรเลิศ ชุ่มชัย. (2563). ผลการจัดการรายกรณีต่อความสามารถโดยรวมของผู้ป่วยจิตเภทที่มีความเสี่ยงก่อความรุนแรง. วารสารสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา, 14(1),10-22.

ภาณุรัตน์ ศรีมุงคุล. (2565).การรับรู้พฤติกรรมรุนแรงของผู้ป่วยจิตเภทชายที่เสพแอมเฟตามิน. [วิทยานิพนธ์ ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สถาบันการแพทย์. รายงานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559-2565. https://www.niems.go.th/1/Ebook?group=23

เกรียงไกร ศรีวิลัย. (2566). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแสดงพฤติกรรมรุนแรงของผู้ป่วยจิตเวช ในพื้นที่อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(4), 467-474.

National Health and Medical Research Council. (1998). A guide to the development, implementation and evaluation of practice guideline. Retrieved January 30, 2024,

from https://www.nhmrc.gov.au/_files_nhmrc/publications/attachments/cp30.pdf

อรัญญา ฤทธิเดช, อุบล วรรณกิจ, อสุนี สาแลมะ และอาอีเสาะ สาแล๊ะมะ. (2566). การพัฒนาและศึกษาประสิทธิผลแนวทางปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 8(2), 175-184.

วันเพ็ญ ไสไหม, สุดาพรรณ ธัญจิรา และณวีร์ชยา ประเสริฐสุขจินดา. (2553). ความรุนแรงในสถานที่ทำงานและการจัดการของบุคลากรทางการพยาบาล หน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 16(1), 121-134.

Harper-Jaques S, & Reimer M. (1998). Biopsycho social management of aggression and violence. In Boyd MA, Nihart MA. Psychiatric Nursing Contemporary. Practice

Sethi D, Habibula S, McGee K, Peden M, Bennett S, Hyder AA, Klevens J, Odero W, & Suriyawongpaisal,P. (2004). Guidelines for conducting community surveys on injuries and violence. Geneva: World Health Organization: 2004

Victor, F.G. (2009). Management of agitated patients in the emergency department. Emergencies, 21(2), 121-132.

Jones, D. (2013). Violence in the workplace: An endemic but not an inevitable problem of 21st century healthcare delivery. United Kingdom. Proceedings of the 8th European

Congress on Violence in Clinical Psychiatry, October 2013: 31-34

Guay, S., Goncalves, J. and Boyer, R. (2016) Evaluation of an Education and Training Program to Prevent and Manage Patients’ Violence in a Mental Health Setting: A Pretest-Posttest Intervention Study. Healthcare, 4, Article 49. Retrieved Mach 12, 2024, from https://doi.org/10.3390/healthcare4030049.

Newman, C., Roche, M., & Elliott, D. (2023). Exposure to patient aggression and health outcomes for forensic mental health nurses: A cross‐sectional survey. Journal of Advanced Nursing, 80(3), 1201-1211.

Veenema TG, Losinski SL, Newton SM, Seal S. Exploration and development of standardized nursing leadership competencies during disasters. Health Emergencies and Disaster Nursing. 2016b;4(1):1–13.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

เติมวาณิช ร., ศาโศรก อ., & ทวีเศษ ป. (2024). การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยจิตเวชที่มีพฤติกรรมรุนแรง ในโรงพยาบาลชุมชน เขตสุขภาพที่ 4. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 802–818. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/280476