ผลการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการขออนุญาตโฆษณาของสถานพยาบาลเอกชนในจังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
การโฆษณา, สถานพยาบาลเอกชน, การคุ้มครองผู้บริโภคบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (action research)นี้ ศึกษาสถานการณ์ พัฒนา และศึกษาผลการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมการขออนุญาตโฆษณา ประกอบด้วย 4 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาสถานการณ์ ระยะที่ 2 ออกแบบและพัฒนา ระยะที่ 3 นำไปใช้ และระยะที่ 4 ประเมินผลการพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ประกอบการสถานพยาบาลที่ขออนุญาตโฆษณา จำนวน 38 คน และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคฯ จำนวน 3 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติเชิงพรรณนา One sample T-test และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า โปรแกรมส่งเสริมการขออนุญาตโฆษณาที่พัฒนาขึ้น ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 จัดทำคู่มือให้คำแนะนำการขออนุญาตโฆษณา กิจกรรมที่ 2 พัฒนาระบบให้คำปรึกษาผ่าน LINE Official Account กิจกรรมที่ 3 พัฒนา เว็บแอปพลิเคชันระบบตรวจสอบข้อความที่ควรหลีกเลี่ยงในการโฆษณา กิจกรรมที่ 4 พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Microsoft Access เพื่อจัดทำหนังสืออนุมัติโฆษณา และกิจกรรมที่ 5 พัฒนาแนวทางการขออนุญาตโฆษณา ซึ่งทำให้ผลการพิจารณาอนุมัติโฆษณาสถานพยาบาลแบบไม่มีแก้ไขร้อยละ 76.06 ระยะเวลารวมในการดำเนินการอนุมัติโฆษณาน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=.000) และผลการประเมินประสิทธิภาพเว็บแอปพลิเคชันฯ ภาพรวม กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าเว็บแอปพลิเคชันมีประสิทธิภาพมากที่สุด (4.70±0.22)
เอกสารอ้างอิง
สำนักข่าวออนไลน์ Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ. กรม สบส.ร่วม คปภ.พัฒนาประกันภัยเสริมความงาม คุ้มครองผู้รับบริการ-แพทย์. [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: 2566 [วันที่อ้างถึง 10 มกราคม 2567]. ที่มา:https://www.hfocus.org/content/2023/07/28011
วาสิฏฐี ตั้งสัตยาธิษฐาน. ผลของการพัฒนาการให้คำแนะนำการขออนุญาตโฆษณาสถานพยาบาลเอกชนในจังหวัดอุดรธานี. วารการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (Online) 2566; 3(1): 248-59.
กลุ่มพัฒนากฎหมาย กองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. กระทรวงสาธารณสุข. พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2563. หน้า 12.
กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล. ราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศทั่วไป เล่มที่ 136, ตอนพิเศษ 289 ง (ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562).
ชฎากร บุญสิน. ความชุกของโฆษณาทางสื่อออนไลน์ที่ฝ่าฝืนกฎหมายของคลินิกเวชกรรมที่ให้บริการเสริมความงามในจังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารเภสัชกรรมไทย 2565; 14(2): 415-23.
วิภา ศิริสวัสดิ์. การศึกษาโฆษณาของสถานพยาบาลเอกชนในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9:วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2562; 13(31): 92-104.
อรรถพล คนต่ำ และวุฒิไกร ยศกำธร. สถานการณ์โฆษณาทางสื่อออนไลน์ของสถานพยาบาลเอกชนในจังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (ONLINE) 2566; 3(2): 63-74.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. คู่มือการปฏิบัติงานการพิจารณาอนุมัติการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล. [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: 2559 [วันที่อ้างถึง 10 มกราคม 2567]. ที่มา:
https://hss.moph.go.th/show_topic.php?id=2631
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. ตัวอย่างข้อความแนวทางการพิจารณาอนุมัติ/ไม่อนุมัติข้อความการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: 2559 [วันที่อ้างถึง 10 มกราคม 2567]. ที่มา:https://hss.moph.go.th/filedownload_sprs.php
เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย. การวิจัยทางการพยาบาล. สงขลา: สำนักพิมพ์อัลลายด์ เพรส; 2535. หน้า 155.
DeLone, William H, and McLean, Epharim R. The DeLone and McLean. Model of information Systems Success: A Ten-Year Update. JMIS 2003; 4: 9-30.
Vagias WM. Likert-type scale response anchors. Clemson International Institute for Tourism & Research Development. Department of Parks. Recreation and Tourism Management: Clemson University; 2006.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. คู่มือประชาชน: การขออนุมัติการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล. [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: 2559 [วันที่อ้างถึง 10 มกราคม 2567]. ที่มา: https://hss.moph.go.th/fileupload_doc/advertise_manual.pdf
พรรัตน์ ชาญชวณิชย์, พอดี สุขพันธ์, ปรามศึก หวลประไพ. กลยุทธ์การตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจกลับมาใช้บริการคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 2564; 4(1): 61-81.
ธนโชติ แสนคำ. ความจำเป็นในการกำหนดมาตรการควบคุมการโฆษณากิจการสถานพยาบาล. วารสารนิติพัฒน์ นิด้า 2562; 8(1): 41-55.

