การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวานด้วยการสอนสุขภาพและเสริมแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์

ผู้แต่ง

  • รุ่งฤดี ปลัดกอง โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี

คำสำคัญ:

โรคเบาหวาน, การเสื่อมของไต, ปแบบการดูแลการสอนสุขภาพ, การเสริมแรงจูงใจ

บทคัดย่อ

     การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของรูปแบบการส่งเสริมการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวานด้วยการสอนสุขภาพและเสริมแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรมสุภาพ คลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ดูแลผู้ป่วย กลุ่มละ ดำเนินการวิจัยระหว่าง ตุลาคม พ.ศ. 2567 ถึง เดือน มกราคม พ.ศ. 2568   เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แนวทางการสนทนากลุ่ม แนวทางการสัมภาษณ์เชิงลึก แนวทางการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม แบบประเมินความรู้และพฤติกรรมของผู้ป่วย แบบประเมินความรู้ พฤติกรรม และความพึงพอใจของผู้ดูแลวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยข้อมูลของผู้ป่วยและญาติก่อนและหลังทำกิจกรรมด้วยสถิติ paried t-test
     ผลการวิจัยพบว่า ด้านความรู้เรื่องการป้องกันไตเสื่อมก่อนและหลังเข้าร่วมเข้าร่วมกิจกรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .005) ด้านพฤติกรรมการป้องกันไตเสื่อมก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .005) ระดับน้ำตาลในเลือดภายหลังการได้เข้าร่วมกิจกรรมค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมต่ำลงจาก 10.78 เป็น 8.80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -4.04, p < .005) ค่าเฉลี่ยระดับความดันโลหิตซิตโตลิก/ไดแอสโตลิก ก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .005) และอัตราการกรองของไต (eGFR) ก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .005)

เอกสารอ้างอิง

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2560. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน; 2560.

World Health Organization [Internet]. 2022 [cited 2023 Jul 5]. Diabetes. Available from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์โรคเบาหวานและเบาหวานชนิดที่ 2 ประเทศไทย ปี 2563. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2563

Kanyakan K, Chareonyut N, Kosalvitr T, Bunyaniwarawat N. พฤติกรรมการดูแลตนเองของ ผู้ป่วยเบาหวานที่ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงบัง อำเภอ เมือง จังหวัดอุบลราชธานี. UBRU Journal for Public Health Research. 2019 Dec 27;8(2):32-42.

Kemmis S, McTaggart R. (Eds.). The action research reader. Victoria: Deakin University Press; 1988.

Nastasi BK, Schensul SL. Contributions of qualitative research to the validity of intervention research. Journal of school psychology. 2005 May 1;43(3):177-95.

Chantawanit S. Qualitative research methods. 18th ed. Bangkok: Chulalongkorn University Press; 2010.

อุไรวรรณ พานทอง. การจัดการโรคไตเรื้อรังโดยใช้รูป แบบการดูแลโรคเรื้อรังในสถานบริการปฐมภูมิ จังหวัดนครศรีธรรมราช. มหาราชนครศรีธรรมราช เวชสาร 2561; 1(2): 48-58.

เบญจมาส เรืองดิษฐ์, เสาวลักษณ์ อุไรรัตน์, ชูลินดา สะมะแอ. การพัฒนาพฤติกรรมการดูแลตนเอง สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในเครือข่ายบริการสุขภาพ ระดับปฐมภูมิ โรงพยาบาลสงขลา. วารสารเครือข่าย วิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 2559; 3(3) : 194-207.

จันทร์เพ็ญ ประโยงค์, กชกร พุทธา, วินัย กล่อมแก้ว. การพัฒนารูปแบบการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไตเรื้อรังในอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน วารสารวิชาการสาธารณสุข 2563 ; 29(6) : 1035-1043.

มนัชญา เสรีวิวัฒนาและคณะ. การพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพื่อชะลอการเสื่อมของไตโดยใช้แนวคิดการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย 2561; 5(1): 45-56.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

ปลัดกอง ร. . . (2025). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวานด้วยการสอนสุขภาพและเสริมแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(1), 88–98. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/282637