ผลของโปรแกรมทันตสุขภาพต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
คำสำคัญ:
การรับรู้ความสามารถของตนเอง, พฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุ, โปรแกรมทันตสุขภาพ, นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) การรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม และ (2) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการป้องกันโรคของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ทั้งก่อนและหลังการทดลอง การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยกึ่งทดลอง ใช้สูตรการคำนวณตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของประชากร 2 กลุ่ม ที่เป็นอิสระต่อกัน ได้กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 70 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 35 คน และ กลุ่มควบคุม 35 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่สร้างขึ้นที่มีค่าความตรงทางเนื้อหา เท่ากับ 0.96 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามผลของโปรแกรมทันตสุขภาพต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ เท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบทีแบบจับคู่ และ การทดสอบทีแบบอิสระ
ผลการศึกษา พบว่า (1) ก่อนการทดลอง กลุ่มทดลองมีการรับรู้ความสามารถของตนเอง ในระดับปานกลาง และพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบในระดับต่ำ และ กลุ่มควบคุมมีการรับรู้ความสามารถของตนเองในระดับปานกลาง และพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบในระดับต่ำ และหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีการรับรู้ความสามารถของตนเองในระดับสูง และพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบในระดับสูง และกลุ่มควบคุมมีการรับรู้ความสามารถของตนเองในระดับสูงและพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบในระดับสูง และ (2) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการป้องกันโรคของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ทั้งก่อนและหลังการทดลอง พบว่า ก่อนการทดลอง กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการป้องกันโรคไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 แต่หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการป้องกันโรค แตกต่างจากกลุ่มควบคุม และพบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการป้องกันโรคแตกต่างจากก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
กรมประชาสัมพันธ์. สมาพันธ์ทันตแพทย์โลกวอนผู้นำโลกให้ความสำคัญกับการรับมือโรคช่องปาก [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 15 เม.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2124/iid/167641
ณัฐวัฒน์ สุวคนธ์, ปราโมทย์ วงศ์สวัสดิ์. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมทันตสุขภาพโดยแรงสนับสนุนทางสังคมและตัวแบบที่ดีต่อการป้องกันโรคฟันผุของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ ม.ราชภัฏอุบลราชธานี. 2561;11(1):53-62.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 20 เม.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://dental.anamai.moph.go.th/th/cms-of-144
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. การเกิดโรคเหงือกอักเสบ [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 20 เม.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://dental.anamai.moph.go.th/web-upload/migrated/files/dental2/n2423_3e9aed89eb9e4e3978640d0a60b44be6_survey8th_2nd.pdf
อธิวัฒน์ หัสดาลอย, สุรีย์ จันทรโมลี, ประภาเพ็ญ สุวรรณ, มยุนา ศรีสุภนันต์. ประสิทธิผลโปรแกรมการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ได้รับการจัดฟัน. วารสารทันต ม.ขอนแก่น. 2560;20(2):37-51.
Hall-Scullin E, Goldthorpe J, Milsom K, Tickle M. A qualitative study of the views of adolescents on their caries risk and prevention behaviours. BMC Oral Health. 2015;15:1–10.
สำนักโภชนาการ. พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในช่องปาก [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 20 เม.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://nutrition2.anamai.moph.go.th/web-/oralcare.pdf
Bandura A. Social foundations of thought and action. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1997. p.23–28.
เฉลิม หงษ์สุด, บัววรุณ ศรีชัยกุล, จตุพร เหลืองอุบล. ผลของโปรแกรมสุขศึกษาในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากเพื่อป้องกันโรคฟันผุของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายในเขตตำบลหนองผือ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด. วารสารทันตาภิบาล. 2563;30(1):39–56.
Dolatabadi S, Seyedi H, Tohidi S. A new method for loss of excitation protection of synchronous generators in the presence of static synchronous compensator based on the discrete wavelet transform. Electr Power Syst Res. 2022;209:107981.
Bandura A. Social foundations of thought and action. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1997. p.23–28.
จิรารัตน์ เอมแย้ม. ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุและโรคเหงือกอักเสบของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ต.มหาโพธิ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ [วิทยานิพนธ์]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2565.
หยาดพิรุณ วังอะโศก. การศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 โรงเรียนในเขตตำบลสะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ [การศึกษาค้นคว้าอิสระ]. พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา; 2560.
Bandura A. Social foundations of thought and action. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1997. p.23–28.
กิติศักดิ์ วาทโยธา, ศิวิไลซ์ วนรัตน์วิจิตร. ประสิทธิผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียนอายุ 12 ปี เขตพื้นที่อำเภอโกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร [วิทยานิพนธ์]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2561.
Bandura A. Social foundations of thought and action. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1997. p.23–28.
พิชญาพร พรหมแสง. ผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาโดยประยุกต์ทฤษฎีความสามารถตนเองที่มีต่อความรู้ การรับรู้ความสามารถความคาดหวังในการปฏิบัติและพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแสงธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ตรัง [วิทยานิพนธ์]. ตรัง: วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร; 2561.
สริญญา รอดพิพัฒน์. การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับนักเรียนประถมศึกษา: ประยุกต์ใช้กล้องสมาร์ตโฟนเอ็นโดไมโครสโคป [วิทยานิพนธ์]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2561.
วรวลัญช์ หิรัญวิชญารัตน์. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียน นิสิตทันตแพทย์และทันตแพทย์ในกรุงเทพมหานคร. วารสารทันต ม. ศรีนครินทรวิโรฒ. 2564;14(2):48–64.

