ผลการใช้โปรแกรมให้คำปรึกษาด้านยาผู้ป่วยนอกที่ได้รับยาวาร์ฟาริน โรงพยาบาลศีขรภูมิ

ผู้แต่ง

  • สุภาวิรัศมิ์ ดวงใจ โรงพยาบาลศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

คำสำคัญ:

ผู้ป่วยวาร์ฟาริน, คลินิกวาร์ฟาริน, การบริบาลทางเภสัชกรรม

บทคัดย่อ

     การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง ใช้รูปแบบการทดลองกลุ่มเดียวก่อนและหลัง (One-group pre-test and post-test design) เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมให้คำปรึกษาด้านยาในผู้ป่วยนอกที่ได้รับยาวาร์ฟาริน โรงพยาบาลศีขรภูมิ โดยเปรียบเทียบระดับความรู้ พฤติกรรมการดูแลตนเอง ค่าการแข็งตัวของเลือด (INR) ก่อนและหลังการได้รับคำปรึกษา และอาการไม่พึงประสงค์ หลังการได้รับคำปรึกษา กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ได้รับยาวาร์ฟาริน จำนวน 187 คน ซึ่งมารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยได้จากการสุ่มแบบง่าย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบฟอร์มการให้บริบาลทางเภสัชกรรม ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ถึงมีนาคม พ.ศ. 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ Paired t-test

     ผลการศึกษา: หลังการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ป่วยที่มีความรู้ในระดับดีเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0 เป็นร้อยละ 100 คะแนนเฉลี่ยด้านความรู้เพิ่มขึ้นจาก 5.67 ± 2.44 เป็น 11.59 ± 0.72 (p < 0.001) พฤติกรรมการดูแลตนเองในระดับดีเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.6 เป็นร้อยละ 86.1 คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมเพิ่มขึ้นจาก 30.39 ± 1.32 เป็น 35.59 ± 2.16 (p < 0.001) อัตราการควบคุมค่า INR ให้อยู่ในช่วงเป้าหมาย (2.0–3.0) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 42.2 เป็นร้อยละ 81.3 ค่าเฉลี่ย INR เพิ่มจาก 2.15 ± 0.63 เป็น 2.42 ± 0.39 (p < 0.001) ผลลัพธ์ทั้งหมดมีนัยสำคัญทางสถิติ หลังการใช้โปรแกรมให้คำปรึกษาด้านยาในผู้ป่วยนอกที่ได้รับยาวาร์ฟาริน มีค่า INR เป้าหมายแตกต่างกันทางสถิติ (p<0.001) หลังการใช้โปรแกรมให้คำปรึกษาด้านยาเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา (ADR) ร้อยละ 2.6  ไม่พบภาวะเลือดออกที่รุนแรง

เอกสารอ้างอิง

Ansell J, Hirsh J, Hylek E, Jacobson A, Crowther M, Palareti G.(2008). Pharmacology and management of the vitamin K antagonists: American College of Chest Physicians Evidence-Based Clinical Practice Guidelines (8th Edition). Chest. 2008;133(6 Suppl):160S–198S. https://doi.org/10.1378/chest.08-0670

Waterman AD, Milligan PE, Bayer L, Banet GA, Gatchel SK, Gage BF.(2004). Effect of warfarin nonadherence on control of the international normalized ratio. Am J Health Syst Pharm. 2004;61(12):1258–1264.

Wittkowsky AK.(2004). Effective anticoagulation therapy: Defining the gap between clinical studies and clinical practice. Am J Manag Care. 2004;10(15 Suppl):S297–S306.

สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์.(2553). แนวทางการใช้ยาวาร์ฟารินในผู้ป่วยโรคหัวใจ [อินเทอร์เน็ต]. 2553 [เข้าถึงเมื่อ 20 ก.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaiheart.org/images/column_1291454908/warfarin_Guideline.pdf

ศิริภัทร ศรีขจรลาภ, พุธิตา เดชประมวลพล.(2560). การออกแบบเกณฑ์คัดเข้ารับคำปรึกษาในคลินิกวาร์ฟารินโดยกระบวนการเรียนรู้ของปัญญาประดิษฐ์สำหรับผู้ป่วยนอก ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี [วิทยานิพนธ์]. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2560. เข้าถึงได้จาก: https://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/77003

นาตยา หวังนิรัติศัย, สกนธ์ สุภากุล, ภูขวัญ อรุณมานะกุล.(2561). ผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินของคลินิกวาร์ฟาริน โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์. วารสารเภสัชกรรมไทย. 10(1):1–12.

สุวรส ลีลาศ.(2564). ผลการบริบาลเภสัชกรรมในผู้ป่วยที่ได้รับยา Warfarin. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน6(2):81–85.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

ดวงใจ ส. (2025). ผลการใช้โปรแกรมให้คำปรึกษาด้านยาผู้ป่วยนอกที่ได้รับยาวาร์ฟาริน โรงพยาบาลศีขรภูมิ. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(2), 68–75. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/284075