ประสิทธิผลของโปรแกรมป้องกันการหกล้มโดยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม จากการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรค ในผู้สูงอายุอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ผู้แต่ง

  • นัชชา ยันติ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ Corresponding Author
  • วรรณา สุทธิวรรณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ Corresponding Author
  • ศศิวิมล จันทร์มาลี คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ Corresponding Author
  • วรวรรณ เหลืองชั่งทอง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  • ภุชงค์ อินทร์ชัย ภาควิชาระบาดวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

คำสำคัญ:

การป้องกันการหกล้ม, ผู้สูงอายุ, ลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม, แรงจูงใจเพื่อป้องกันโรค

บทคัดย่อ

     งานวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาผลของโปรแกรมป้องกันการหกล้มโดยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจากการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในผู้สูงอายุอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 76 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 38 คน และกลุ่มควบคุม 38 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย คือ โปรแกรมป้องกันการหกล้มโดยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจากการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรค เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม คำนวณและวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลสถิติเชิงอนุมานโดยใช้ paired sample t-test และ independent samples t-test

     ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยรวมการรับรู้ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในการหกล้ม การรับรู้ความรุนแรงของการหกล้ม ความคาดหวังในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการจัดการสิ่งแวดล้อมในที่พักอาศัยเพื่อลดความเสี่ยงในการหกล้ม และสิ่งแวดล้อมของที่พักอาศัยที่เสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุมากกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05) หน่วยงานทางด้านสุขภาพสามารถนำผลการวิจัยไปใช้เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี. หกล้มในผู้สูงอายุ อันตรายกว่าวัยอื่นหลายเท่าตัว ปัญหาที่ต้องระวัง [อินเตอร์เนต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 25 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/

WHO. Fall [internet]. 2021 [cited 2022 Oct 15]. Available from: https://www.who.int/news

กองการป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค. การป้องกันพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ [อินเตอร์เนต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 25 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/dip/news.php?news=23843

กรมกิจการผู้สูงอายุ. สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2565. กรุุงเทพฯ: บริิษััท อมรินทร์์ คอร์์เปอเรชั่นส์์ จำกัด มหาชน; 2566.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. ระบบ 3 หมอรู้จักคุณ: รายงานข้อมูลจังหวัดปทุมธานี [อินเตอร์เนต]. 2567. [เข้าถึงเมื่อ 25 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก https://3doctor.hss.moph.go.th/main/rp_ampur?region=4&prov=MTM=&provn =4Lib4LiX4 Li44Lih4LiY4Liy4LiZ4Li1

พรรณี ปานเทวัญ, อภิญญา อินทรรัตน์, และองค์อร ประจันเขตต์. พยาบาลกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ แนวคิด ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: บริษัทรักงานพิมพ์ 2017 จำกัด; 2566.

นัทฐิณี บุญช่วย และสมคิด ปราบภัย. ประสิทธิผลการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคต่อการรับรู้และความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองในการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ 2564; 47(2): 101-112.

กองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ. คู่มือบ้านปลอดภัยไม่เสี่ยงล้ม [อินเตอร์เนต]. 2564. [เข้าถึงเมื่อ 5 ตุลาคม 2567]. สืบค้นวันที่ 5 ตุลาคม 2567. เข้าถึงได้จาก https://www.dop.go.th/th/know/13/337

Best JW. Research in Education. 3rd ed. New Jersey: Prentice Hall Inc, 1977.

Bloom, BS et al. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill, 1971

ตวงรัตน์ อัคนาน, กันธิมา ศรีหมากสุก, ธงเทพ วงษ์ศรีสังข์, ชวนพิศ ศิริไพบูลย์, อิทธิพล ดวงจินดา และศศิกานต์ พิลาภรณ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุไทยในชุมชน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2564; 14: 72-89.

นงนุช วงศ์สว่าง, ดนุลดา จีนขาวขำ ชลธิชา บุญศิริ สุรินทร์ มีลาภล้น จารุนันท์ สมบูรณ์สิทธิ์ เพ็ญจมาศ คำธนะ และคณะ.ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในบ้านต่อการพลัดตกหกล้มและอุบัติการณ์การพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ. Veridian E-Journal, Silpakorn University (มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปะ) 2560; 10(3): 2492-2506.

ปรีดา สาราลักษณ์. ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้ดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา 2564; 15(2): 1-13.

วิลาวัลย์ เอี่ยมสอาด, และกรรณิการ์ พินิจ. ประสิทธิผลของรูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุโดยประยุกต์ใช้ ทฤษฎีแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพชมรมผู้สูงอายุ จังหวัดระยอง. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ 2566; 9: 103-114.

ปริศนา รถสีดา. การป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน: บทบาทพยาบาลกับการดูแลสุขภาพที่บ้าน. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย 2561; 11(2): 15-25.

Taheri-Kharameh Z, Bashirian S, Heidarimoghadam R, Poorolajal J, Barati M, & Rásky É. Predictors of Fall Protective Behaviors Among Iranian Community-Dwelling Older Adults: An Application of the Protection Motivation Theory. Clinical Interventions in Aging 2020; 15: 123–129.

Rogers RW. Cognitive and physiological processes in fear appeals and attitude change: A revised theory of protection motivation. In: Cacioppo, J. and Petty, R., Eds., Social Psychophysiology, New York: Guilford Press, 1983.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

ยันติ น., สุทธิวรรณ ว., จันทร์มาลี ศ., เหลืองชั่งทอง ว. ., & อินทร์ชัย ภ. (2025). ประสิทธิผลของโปรแกรมป้องกันการหกล้มโดยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม จากการประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรค ในผู้สูงอายุอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(2), 124–134. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/284258