การพัฒนาคุณภาพการให้ข้อมูลสำหรับญาติผู้ป่วย หอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • บุษยมาศ พรหมศิลา นักศึกษาในหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ชญาภา แสนหลวง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • เพชรสุนีย์ ทั้งเจริญกุล รองศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การปรับปรุงคุณภาพ, การให้ข้อมูลแก่ญาติผู้ป่วย, หอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม

บทคัดย่อ

     การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้ข้อมูลสำหรับญาติผู้ป่วย หอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยใช้แนวทางการสื่อสารและการให้ข้อมูลแก่ญาติผู้ป่วยตามหลัก PREPARED ร่วมกับกระบวนการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง FOCUS-PDCA ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ประกอบด้วย ทีมพัฒนาและทีมปฏิบัติการจำนวน 14 คน กลุ่มตัวอย่างคือญาติผู้ป่วยจำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แนวคำถามของการค้นหาปัญหาการให้ข้อมูลสำหรับญาติของผู้ป่วย 2) แนวทางการปฏิบัติการให้ข้อมูลแก่ญาติผู้ป่วย 3) แบบสังเกตการปฏิบัติการให้ข้อมูลของพยาบาล 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของญาติผู้ป่วยต่อการให้ข้อมูลของพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา

     ผลการศึกษาพบว่า การใช้หลัก PREPARED ร่วมกับการใช้กระบวนการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง FOCUS-PDCA สามารถพัฒนาคุณภาพการให้ข้อมูลแก่ญาติผู้ป่วยทั้งเชิงกระบวนการและผลลัพธ์ ซึ่งพยาบาลปฏิบัติกิจกรรมตามแนวปฏิบัติการให้ข้อมูลสำหรับญาติผู้ป่วยทารกและเด็กหอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้เกินร้อยละ 85 และคุณภาพเชิงผลลัพธ์คือ ค่าเฉลี่ยคะแนนความพึงพอใจของญาติผู้ป่วยต่อการพัฒนาคุณภาพการให้ข้อมูลของพยาบาลโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.17, S.D. = 0.57)

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. อัตราการเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 22 เม.ย. 2566]. เข้าถึงได้จาก: http://healthkpi.moph.go.th/kpi2/kpi-list/view/?id=1448

Dellinger RP, Levy MM, Rhodes A, Annane D, Gerlach H, Opal SM, et al. Surviving sepsis campaign: international guidelines for management of severe sepsis and septic shock: 2012. Critical Care Medicine. 2013;41(2):580–637.

Carnevale FA. The experience of critically ill children: Narratives of unmaking. Intensive and Critical Care Nursing. 1997;13(1):49–52.

Piscitello GM, Parham WM 3rd, Huber MT, Siegler M, Parker WF. The timing of family meetings in the medical intensive care unit. American Journal of Hospice Palliattive Medicine. 2019;36(12):1049–56.

จริยา ตันติธรรม. ภาวะเครียดของผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤต: การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต. กรุงเทพฯ: นิติบรรณการ; 2561.

Darbyshire P. Parents nurse and pediatric nursing: A critical review. Journal of Advanced Nursing. 1993;18:1670–80.

Clayton JM, Hancock KM, Butow PN, Tattersall MH, Currow DC. Clinical practice guidelines for communicating prognosis and end-of-life issues with adults in the advanced stages of a life-limiting illness, and their caregivers. The Medical Journal of Australia. 2007;186(12):77–92.

Saria VF, Mselle LT, Siceloff BA. Parents and nurses telling their stories: the perceived needs of parents caring for critically ill children at the Kilimanjaro Christian Medical Centre in Tanzania. BMC Nursing. 2019;18:1–8.

McLaughlin CP, Kaluzny AD. Continuous quality improvement in health care: impact on overall organizational performance. Sudbury: Jones & Bartlett Learning; 1999.

บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. การพัฒนาและตรวจสอบเครื่องมือวิจัย: คุณสมบัติการวัดเชิงจิตวิทยา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.

ภัทรพร นาคะไพฑูรย์. การพัฒนารูปแบบการให้ข้อมูลสำหรับญาติของผู้ป่วยมะเร็งหอผู้ป่วยอายุรกรรมชายโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก. พยาบาลสาร. 2563;47(4):302–13.

วาสนา ชัยวงค์, กุลวดี อภิชาตบุตร, อรอนงค์ วิชัยคำ. การพัฒนาคุณภาพของการให้ข้อมูลสำหรับผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจและญาติ หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่. พยาบาลสาร . 2566;50(3):31–45.

ทัศนี ประสบกิตติคุณ. การดูแลโดยให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง; 2561.

อรุณี พัวโสพิศ. การพัฒนารูปแบบการให้ข้อมูลก่อนและหลังในหญิงตั้งครรภ์นอกมดลูกที่ต้องได้รับการผ่าตัดแบบนัดผ่าตัด (Elective surgery). วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2566;8(2):185–94.

Van Horn E, Tesh A. The effect of critical care hospitalization on family members: stress and responses. Dimensions of critical care nursing. 2000;19(4):40–9.

Giuliano AE, Haigh PI, Brennan MB, Hansen NM, Kelley MC, Ye W, et al. Prospective observational study of sentinel lymphadenectomy without further axillary dissection in patients with sentinel node–negative breast cancer. Journal of Clinical Oncology. 2000;18(13):2553–9.

ปฐมวดี สิงห์ดง, ชนกพร จิตปัญญา. ประสบการณ์ของสมาชิกครอบครัวในหอผู้ป่วยวิกฤต: การวิจัยเชิงคุณภาพ. รามาธิบดีพยาบาลสาร. 2555;18(3):404–17.

Regaira-Martínez E, Garcia-Vivar C. The process of giving information to families in intensive care units: A narrative review. Enferm Intensiva (Engl Ed). 2021;32(1):18–36.

Roche D, Jones A. A qualitative study of nurse‐patient communication and information provision during surgical pre‐admission clinics. Health Expect. 2021;24(4):1357–66.

ชนิตา ปิยะรัมย์. การพัฒนารูปแบบการให้ข้อมูลผู้ป่วยและญาติสำหรับพยาบาลในหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง โรงพยาบาลบุรีรัมย์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2555.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

พรหมศิลา บ. ., แสนหลวง ช., & ทั้งเจริญกุล เ. . (2025). การพัฒนาคุณภาพการให้ข้อมูลสำหรับญาติผู้ป่วย หอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(2), 536–545. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/285577