ผลของการออกกำลังกายด้วยโปรแกรม SEF ต่อการทรงตัวและสมรรถภาพทางกายในผู้ป่วยสูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม ที่มารับบริการกายภาพบำบัด โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

ผู้แต่ง

  • ชณาฎา จันทคัต นักกายภาพบำบัดชำนาญการ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

คำสำคัญ:

การหกล้ม, การออกกำลังกาย, ผู้สูงอายุ

บทคัดย่อ

     การศึกษานี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการออกกำลังกายด้วยโปรแกรม SEF ต่อการทรงตัวและสมรรถภาพทางกายผู้ป่วยสูงอายุที่เสี่ยงต่อการหกล้ม ที่มารับบริการกายภาพบำบัด โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กลุ่มตัวอย่าง คือกลุ่มในผู้ป่วยสูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม ที่มารับบริการกายภาพบำบัด กลุ่มละ 23 คน จำนวน 2 กลุ่ม รวม 46 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนาสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล และใช้สถิติเชิงอนุมานเพื่อทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ ใช้สถิติ  Independent t- test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ p-value < 0.05

     ผลการศึกษา: 1) สรุปผลเปรียบเทียบผลของการออกกำลังกายด้วยโปรแกรม SEF ต่อการทรงตัวและสมรรถภาพทางกายในผู้ป่วยสูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม ที่มารับบริการกายภาพบำบัด โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังการทดลองของกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ พบว่า การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการเดินและกลับตัว 3 เมตร การยืนบนขาข้างเดียว การนั่ง-ยืน 5 ครั้ง การย่ำเท้าสลับซ้ายขวา 2 นาที การงอตัวไปข้างหน้า กลุ่มทดลองมีผลลัพธ์ดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนการเอื้อมมือไปข้างหน้า การทดสอบแตะมือด้านหลังแขนขวาบน การทดสอบแตะมือด้านหลังแขนซ้ายบน ไม่มีความแตกต่าง 2) สรุปการเปรียบเทียบผลของการออกกำลังกายด้วยโปรแกรม SEF ต่อการทรงตัวและสมรรถภาพทางกายในผู้ป่วยสูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม ที่มารับบริการกายภาพบำบัด โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังการทดลอง พบว่า การเดินและกลับตัว 3 เมตร การยืนบนขาข้างเดียว การนั่ง-ยืน 5 ครั้ง การย่ำเท้าสลับซ้ายขวา 2 นาที และการงอตัวไปข้างหน้า พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนการเอื้อมมือไปข้างหน้า การแตะมือด้านหลังแขนขวาบน และการแตะมือด้านหลังแขนซ้ายบน ไม่มีความแตกต่าง

เอกสารอ้างอิง

Gang L, Sufang J, Ying S.(2006). The incidence status on injury of the community-dwelling elderly in Beijing. Chin J Prev Med. 2006;40(1):37.(ejcm.journals.ekb.eg)

Wannian L, Ying L, Xueqing W.(2004). An epidemiological study on injury of the community-dwelling elderly in Beijing. Chin J Dis Control Prev. 2004;8(6):489–492.(Glasgow Caledonian University)

Cavalcante ALP, Aguiar JBD, Gurgel LA.(2012). Fatores associados a quedas em idosos residentes em um bairro de Fortaleza, Ceará. Rev Bras Geriatr Gerontol. 2012;15(1):137–146.(Dialnet)

Centers for Disease Control and Prevention.(2019). Facts About Falls. 2019. Available from: https://www.cdc.gov/falls/data-research/facts-stats/index.html(CDC)

Wu TY, Chie WC, Yang RS, et al.(2013). Risk factors for single and recurrent falls: A prospective study of falls in community-dwelling seniors without cognitive impairment. Prev Med. 2013;57:511–517.(ThaiJo)

Berry SD, Miller RR.(2008). Falls: Epidemiology, pathophysiology, and relationship to fracture. Curr Osteoporos Rep. 2008;6(4):149–154.(SpringerLink)

วิชัย เอกพลากร.(2557). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (ThaiJo)

Poomsawat S.(2006). The incidence of falls in the elderly in urban communities of Thailand. Mahidol University.

Kittipimpanon S.(2006). A study on prevalence and consequences of falls among the elderly in urban communities. Bangkok: National Health Security Office.

ศูนย์ข้อมูล โรงพยาบาลกาฬสินธุ์.(2567). รายงานข้อมูลผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากการหกล้ม ปี 2565-2567. โรงพยาบาลกาฬสินธุ์.

จุฑาทิพย์ รอดสูงเนิน.(2564). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายที่มีต่อการทรงตัวและความกลัวการล้มของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2564;15(38):541–560. [เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/251296]Thai Journal Online+2Thai Journal Online+2doi.nrct+2

กรรณดนุ สาเขตร์.(2019). ผลของการออกกำลังกายด้วยท่ารำดาบสองมือประยุกต์ที่มีต่อการทรงตัวและสมรรถภาพทางกายของผู้สูงอายุ [วิทยานิพนธ์อินเทอร์เน็ต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2019 [เข้าถึงเมื่อ 2025 มิ.ย. 1]. เข้าถึงได้จาก: https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/9459

กัญญาภัค ศิลารักษ์, ปภาวิน ลีทอง, ปิยะนุช เรืองสวัสดิ์, ปนัดดา ปาละรีย์.(2022). การพัฒนารูปแบบการฟื้นฟูความสามารถในการทรงตัวเพื่อป้องกันการหกล้ม. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2022;25(3):143–153.

รัญชนา หน่อคำ, ศิริรัตน์ ปานอุทัย, ทศพร คำผลศิริ.(2016). ผลของการออกกำลังกายแบบก้าวตามตารางต่อการทรงตัวในผู้สูงอายุ. พยาบาลสาร. 2016;43(3):50–59.

ปารีส ผุยพาณิชย์สิริ, นัยนา โรจน์รุ่งวศินกุล, รัตนา ประดิษฐ์สุวรรณ.(2564). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบกลุ่มเพื่อป้องกันการหกล้มต่อการเดินและความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน. วารสารกรมการแพทย์. 2564;46(4):428–439.

อมาวสี ทองโมทย์.(2567). ผลของโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ โรงพยาบาลทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;9(3):439–49.

ชิดชนก ศิริวิบุลยกิติ.(2563). ผลของโปรแกรมท่าศาลาในการเสริมสร้างสมรรถนะทางกายเพื่อลดความเสี่ยงจากการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. วารสารแพทย์เขต 4-5. 2563;39(1):127–137. เข้าถึงจาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/reg45/article/view/240116

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

จันทคัต ช. . (2025). ผลของการออกกำลังกายด้วยโปรแกรม SEF ต่อการทรงตัวและสมรรถภาพทางกายในผู้ป่วยสูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม ที่มารับบริการกายภาพบำบัด โรงพยาบาลกาฬสินธุ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(2), 691–701. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/286000