ประสิทธิผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันระยะเฉียบพลัน

ผู้แต่ง

  • สายหยุด นพตลุง อาจารย์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น วิทยาเขตบุรีรัมย์
  • บุหลัน เปลี่ยนไธสง อาจารย์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น วิทยาเขตบุรีรัมย์
  • วิไลรัตน์ สอดโคกสูง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกสูง

คำสำคัญ:

โรคหลอดเลือดสมอง, แนวทางการปฏิบัติทางการพยาบาล, การดูแลผู้ป่วยเฉียบพลัน

บทคัดย่อ

     การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันระยะเฉียบพลัน โดยอิงหลักฐานเชิงประจักษ์ การวิจัยเป็นการศึกษาเชิงกึ่งทดลองแบบก่อน–หลัง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพ 5 คน และผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน 20 ราย แบ่งเป็นกลุ่มใช้และไม่ใช้แนวปฏิบัติ การเก็บข้อมูลรวมถึงแบบวัดความรู้และการปฏิบัติของพยาบาล ระดับความพึงพอใจ และผลลัพธ์ผู้ป่วย เช่น การเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน การกลับเข้ารักษาซ้ำ และวันนอนโรงพยาบาล

     ผลการศึกษาพบว่าหลังการใช้แนวปฏิบัติ คะแนนความรู้เฉลี่ยของพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 15.9 เป็น 18.1 คะแนน (p<.001) พยาบาลร้อยละ 88.9 พึงพอใจต่อการใช้แนวปฏิบัติในระดับมาก การปฏิบัติกิจกรรมสำคัญในการดูแลผู้ป่วย เช่น การประเมินระบบประสาท การประเมินและดูแลการกลืน การส่งเสริมการเคลื่อนไหว และการป้องกันแผลกดทับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผู้ป่วย กลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติพบอุบัติการณ์ภาวะแทรกซ้อนสำคัญต่ำกว่ากลุ่มไม่ใช้ ได้แก่ ปอดอักเสบ (13.3% vs 31.7%, p=0.028) การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (13.3% vs 40.0%, p=0.002) และแผลกดทับ (8.3% vs 31.7%, p=0.002)

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization.(2020). Global Health Estimates: Leading Causes of Death. Geneva: WHO; 2020.

กัลยา ปวงจันทร์ และศิริกาญจน์ จินาวิน.(2563). ผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันระยะเฉียบพลัน โรงพยาบาลแพร่ วารสารสาธารณสุขแพร่เพื่อการพัฒนา 2563;28(2):1-17.

กรมควบคุมโรค.(2567). รณรงค์วันหลอดเลือดสมองโลก 2567. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรค; 2567. [เข้าถึงเมื่อ 2568, พฤศจิกายน 3]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=47206&deptcode=brc

กรมการแพทย์.(2567). อัตราตายของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 2567. กรุงเทพฯ: กรมการแพทย์; 2567. [เข้าถึงเมื่อ 2568, พฤศจิกายน 3]. เข้าถึงได้จาก: https://medinfo.dms.go.th/public-health/kpi_reports.php?kpi_year=2567&id=1

สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย.(2562). คู่มือการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน. กรุงเทพฯ: สมาคมฯ.

Powers WJ, Rabinstein AA, Ackerson T, et al.(2018). Guidelines for the early management of patients with acute ischemic stroke. Stroke. 2018;49(3):e46–e110.

Middleton S, Grimley R, Alexandrov A.(2015). Nursing and interdisciplinary management of acute ischemic stroke. Stroke. 2015;46(6):e141–e146.

Melnyk BM, Fineout-Overholt E.(2018). Evidence-based practice in nursing and healthcare: A guide to best practice. 4th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer; 2018.

อมรรัตน์ กุลทิพรรธน์.(2561). ผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลในการลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารการพยาบาลไทย. 2561;33(2):45–56.

กนกวลี ทรัพย์สุพรรณ.(2562). การปฏิบัติการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันของพยาบาลวิชาชีพ. วารสารพยาบาลศรีนครินทร์. 2562;14(1):33–42.

Soukup SM.(2003). Evidence-based practice: an overview. J Nurs Adm. 2000;30(1):22–30.

ปัญจนา พรายอินทร์, บุญญรัตน์ เพิกเดช และพิมพร ลีละวัฒนากุล.(2565). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะฟื้นฟูสภาพ. วารสารสภาการพยาบาล 2565;37(4):73-94.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

นพตลุง ส. ., เปลี่ยนไธสง บ., & สอดโคกสูง ว. (2025). ประสิทธิผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันระยะเฉียบพลัน. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(4), 276–284. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/289782