ผลของโปรแกรม i-CARE ในการวางแผนดูแลก่อนกลับบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด ในผู้ป่วยที่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือและแผลกดทับ

ผู้แต่ง

  • กาญจนา วัชรพาณิชย์ พย.บ.
  • ดวงมณี วิยะทัศน์ พย.ม., อพย. (การพยาบาลชุมชน)

คำสำคัญ:

โปรแกรม i-CARE, การวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย, การติดเชื้อในกระแสเลือด, ผู้ดูแล, อุปกรณ์ช่วยเหลือทางการ

บทคัดย่อ

      งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรม i-CARE ต่อความรู้และทักษะการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วย, อัตราการติดเชื้อในกระแสเลือด และการกลับมารับการรักษาซ้ำภายใน 28 วันหลังจำหน่าย รวมถึงศึกษาความพึงพอใจต่อโปรแกรม งานวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียวก่อน–หลัง (One-group pretest–posttest) นี้ ศึกษาในผู้ดูแลผู้ป่วย 40 คน ใช้โปรแกรม i-CARE รายบุคคลแก่ผู้ดูแลก่อนจำหน่าย โดยให้ความรู้ ฝึกทักษะ และติดตาม เกี่ยวกับการจัดการดูแลอุปกรณ์ช่วยเหลือ (สายสวนปัสสาวะ/สายให้อาหาร), หลักการทำแผลและป้องกันแผลกดทับ, อาการและอาการแสดงของการติดเชื้อรุนแรง วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Paired t-test และ McNemar's Test (p < 0.05) ผลการวิจัย พบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรม i-CARE คะแนนความรู้เพิ่มขึ้นจาก 5.70 ±1.49 เป็น 9.35 ±5.27 (p = 0.010) และทักษะการดูแลที่ถูกต้องเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 37.50 เป็นร้อยละ 85.00 (p < 0.001) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้อัตราการกลับมารับการรักษาซ้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถติจากร้อยละ 30.00 เป็นร้อยละ 5.00 (p < 0.01}) และไม่พบการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ดูแลมีความพึงพอใจสูง ค่าเฉลี่ย 4.63 ±0.48

      ข้อสรุป : โปรแกรม i-CARE มีประสิทธิผลสูงในการเพิ่มความรู้และทักษะของผู้ดูแล ลดความเสี่ยงการติดเชื้อและอัตราการกลับมารักษาซ้ำของผู้ป่วย แสดงถึงศักยภาพในการนำไปใช้เป็นมาตรฐานการวางแผนจำหน่ายสำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

เอกสารอ้างอิง

Magill SS, Edwards JR, Bamberg W, Beldavs ZG, Dumyati G, Kainer MA, et al. Multistate point- prevalence survey of health care–associated infections. N Engl J Med. 2014;370:1198–208.

World Health Organization. Global patient safety action plan 2021–2030. Geneva: WHO; 2017.

Berlowitz DR, Brandeis G. Deriving a risk-adjustment model for pressure ulcer development using the minimum data set. J Am Geriatr Soc. 2016;49(7):866–71.

Jones C, Smith R, Patel K. Transitional care interventions for reducing hospital readmissions: A systematic review. J Hosp Med. 2019; 14:92–100.

โรงพยาบาลพนมสารคาม. สถิติผู้ป่วยติดเชื้อและกลับมารับการรักษา 2566–2567. ฉะเชิงเทรา: โรงพยาบาลพนมสารคาม; 2567.

Bandura A. Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman; 1997.

Coleman EA, Roman SP. Family caregivers as partners in chronic care. In: Naylor MD, Kurtzman ET, editors. Nursing-led health care: Transforming the future. New York: Springer Publishing Company; 2017. p. 89-105.

Centers for Disease Control and Prevention. Core infection prevention and control practices for safe healthcare delivery in all settings [Internet]. Atlanta: CDC; 2022 [cited 2025 Nov 8]. Available from: https://www.cdc.gov/infectioncontrol/basics/index.html.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

วัชรพาณิชย์ ก. ., & วิยะทัศน์ ด. . (2025). ผลของโปรแกรม i-CARE ในการวางแผนดูแลก่อนกลับบ้านเพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด ในผู้ป่วยที่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือและแผลกดทับ. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(4), 148–155. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/290228