การส่งเสริมการดำเนินนโยบายองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLHCO) : บทเรียนจาก โรงพยาบาลลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
คำสำคัญ:
องค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLHCO, HLO), บทเรียน, โรงพยาบาลลำพูนบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจวิเคราะห์ข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาการส่งเสริมการดำเนินนโยบายองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLHCO) ของโรงพยาบาลลำพูน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ให้บริการ (บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข) จำนวน 35 คน และผู้รับบริการ (ผู้ป่วยนอกในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน) จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบสัมภาษณ์ชนิดกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured interview) เกี่ยวกับการส่งเสริมการดำเนินนโยบายองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLHCO) แบบวัดพฤติกรรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มผู้ให้บริการ และผู้รับบริการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) และข้อมูลเชิงประมาณ ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด และค่าสูงสุดเพื่ออธิบายลักษณะพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง
ผลการวิจัยพบว่า ภาพรวมของการถอดบทเรียนฯ ของพฤติกรรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในกลุ่มตัวอย่างทั้งผู้ให้บริการ (=3.51, S.D.=0.42) และผู้รับบริการ (=4.00, S.D.=0.52) อยู่ในระดับสูง การส่งเสริมการดำเนินนโยบายองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (HLHCO) ของโรงพยาบาล ได้แก่ การมีประกาศนโยบายในการขับเคลื่อนการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ชัดเจน ทุกคนในองค์กรถือปฏิบัติทิศทางเดียวกัน มีการกระตุ้น ส่งเสริมกิจกรรมทั้งในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และผู้ป่วย ประชาชนอย่างต่อเนื่อง บุคลากรมีทักษะในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพผ่านกลไก Ask me-3 และ Teach back โดยใช้สื่อ ภาพที่ชัดเจนเพื่อสื่อสารกับผู้ป่วย มีการจัดกิจกรรม Self-Help Group และ Self-Monitoring เพื่อสร้างความรอบรู้ทางด้านสุขภาพในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือแนวทางการพัฒนาสถานที่ทำงาน สถานประกอบการและชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 2. สำนักงานโครงการขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน (สขรส.) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 2561.
โรงพยาบาลลำพูน. รายงานประจำปี 2567. (สืบค้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567), เข้าถึงได้จาก: https://www.lpnh.go.th/files/report/รายงานประจำปี2567.pdf
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวคิด หลักการขององค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ. สำนักงานโครงการขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน (สขรส.) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 2561.
Schwartzberg JG., Cowett A, Vangeest J, Wolf MS. Communication techniques for patients with low health literacy: A survey of physicians, Nurses, and pharmacists. Am J Health Behav 2007;31(suppl1):96-104.
วิมล โรมา, สายชล คล้อยเอี่ยม. พฤติกรรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข. สำนักงานโครงการขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน (สขรส.) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. 2561:1-13.
กองสุขศึกษา. แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ 3อ 2ส ของกลุ่มวัยทำงานอายุ 15-59 ปี สำหรับหมู่บ้านจัดการสุขภาพ. กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข, 2561.
กองสุขศึกษา. คู่มือประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ในการปฏิบัติตามหลัก 3อ 2ส (ABCDE – Health Literacy Scale of Thai Adults). กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข, 2561.
ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์, นรีมาลย์ นีละไพจิตร. การพัฒนาเครื่องมือวัดความรู้แจ้งแตกฉานทางสุขภาพ (Health Literacy) สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง. นนทบุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, 2558.
อังศินันท์ อินทรกำแหง. รายงานฉบับสมบูรณ์ เรื่องการสร้างและพัฒนาเครื่องมือความรอบรู้ด้านสุขภาพคนไทย (Creating and Developing of Thailand Health Literacy Scales). กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข, 2560.
สุนันทินี ศรีประจันทร์. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2562:1-18.
เอกชัย ชัยยาทา. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการรับประทานยาและการมาตรวจตามนัดของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ในจังหวัดลำพูน. วิทยานิพนธ์ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2560.
มนสิชา เปลี่ยนเพ็ง, พลอย กองกูต. รูปแบบการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรังในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 6. 2561:1-6.

