การพัฒนารูปแบบส่งเสริมโภชนาการและออกกำลังกายแบบมีส่วนร่วมเพื่อชะลอภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยสำหรับผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ
คำสำคัญ:
โภชนาการผู้สูงอายุ, การออกกำลังกายผู้สูงอายุ, การมีส่วนร่วม, ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย, ชมรมผู้สูงอายุบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยใช้แนวคิดของ Crane & O’Regan การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสังเกตและวางแผนร่วมกันกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ระยะปฏิบัติและสังเกตการณ์ผ่านแผนปฏิบัติการที่ออกแบบร่วมกัน และระยะแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนผลการดำเนินงาน เพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมโภชนาการและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับบริบทชมรมผู้สูงอายุ มีกลุ่มตัวอย่างหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ (1) ภาคีเครือข่าย 18 คน (บุคลากรสาธารณสุข กลุ่มผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน คณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุ แกนนำ) สำหรับการออกแบบและพัฒนารูปแบบ (2) ผู้สูงอายุ 41 คน สำหรับการทดลองใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นเป็นเวลา 12 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของภาวะสุขภาพใช้สถิติทดสอบ Paired Samples t-test และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
(1) ผลการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมโภชนาการและการออกกำลังกายแบบมีส่วนร่วมเพื่อชะลอภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในผู้สูงอายุ ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ ซึ่งร่วมกันกำหนดกิจกรรมหลัก 3 แผน ได้แก่ แผนอบรมให้ความรู้และฝึกทักษะ ตามแผนกิจกรรมส่งเสริมโภชนาการและออกกำลังกายแบบมีส่วนร่วมเพื่อชะลอภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยสำหรับผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ แผนกิจกรรมส่งเสริมโภชนาการและการออกกำลังกายในชมรมผู้สูงอายุ และแผนกิจกรรมกลุ่มสนับสนุนสุขภาพ โดยใช้ไลน์กลุ่ม
(2) หลังเข้าร่วมโครงการ พบว่าผู้สูงอายุมีภาวะสุขภาพดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การเคลื่อนไหวร่างกาย (TUGT) ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.001 ความเสี่ยงภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (SARC-F) ลดลงที่ระดับ 0.05 และสมรรถนะกล้ามเนื้อจากแรงบีบมือเพิ่มขึ้นที่ระดับ 0.01 นอกจากนี้ ปริมาณโปรตีนที่บริโภคต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.001 สะท้อนถึงประสิทธิผลของรูปแบบในการส่งเสริมโภชนาการและสมรรถภาพผู้สูงอายุ ส่วนค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ 0.26 (3) ความยั่งยืนของรูปแบบ พบว่า ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้นำรูปแบบไปบรรจุในแผนงานประจำปี และมีการวางแผนขยายกิจกรรมสู่หมู่บ้านในรูปแบบสัญจร
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2565. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์ คอร์ปอเรชั่นส์; 2566.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 3 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก:https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2023/20230731140458_61767.pdf)
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. กลุ่มรายงานมาตรฐาน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 3 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/main/index.php
กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค. รายงานประจำปี 2566. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2567.
A. J. Cruz-Jentoft, J. P. Baeyens, J. M. Bauer, Y. Boirie, T. Cederholm, F. Landi, et al. Age and ageing 2010;39(4):412-23
L.-K. Chen, L.-K. Liu, J. Woo, P. Assantachai, T.-W. Auyeung, K. S. Bahyah, et al. Journal of the American Medical Directors Association 2014;15(2):95-101.
L.-K. Chen, J. Woo, P. Assantachai, T.-W. Auyeung, M.-Y. Chou, K. Iijima, et al. Journal of the American Medical Directors Association 2020;21(3):300-07.
วิสารัตน์ ธีระโกเมน, ไอศวรรย์ เพชรล่อเหลียน, นริศร ลักขณานุรักษ์. ความชุกและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในผู้สูงอายุไทย. จุฬาอายุรศาสตร์. 2563;33(1):17-32.
Ardeljan AD, Hurezeanu R. Sarcopenia [Internet]. StatPearls. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2023 Jul 4 [cited 2025 Jan 27]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK560813/
Falcon LJ, Harris-Love MO. Sarcopenia and the New ICD-10-CM Code: Screening, Staging, and Diagnosis Considerations. Fed Pract. 2017;34(7):24-32.
C. Pongchaiyakul, P. Limpawattana, P. Kotruchin and R. Rajatanavin. Journal of bone and mineral metabolism 2013;31:346-50
พูนศรี ไชยทองเครือ, ไชยพร บุญศรี, อำนวย ศรีสุข และคณะ. ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยของผู้สูงอายุในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี. วารสารกรมการแพทย์. 2564;46(2):103-110.
Chen LK, Woo J, Assantachai P, Auyeung TW, Chou MY, Iijima K, et al. Asian Working Group for Sarcopenia: 2019 Consensus Update on Sarcopenia Diagnosis and Treatment. Journal of the American Medical Directors Association. 2020 Mar;21(3):300-307.e2.
P. Whaikid and N. Piaseu. Epidemiology and Health 2024;46:30
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1992.
Crane P, O’Regan M. Participatory Action Research: Theory and Methods. London: Routledge; 2010.
Deutz NEP, Bauer JM, Barazzoni R, Biolo G, Boirie Y, Bosy-Westphal A, et al. Protein intake and muscle health in older adults. Clin Nutr. 2014;33(6):929–36. Available from: https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0261561414000892
Tieland M, van de Rest O, Dirks ML, van der Zwaluw N, Mensink M, van Loon LJC, et al. Protein supplementation and resistance-type exercise training in frail elderly people. J Am Med Dir Assoc. 2012;13(8):713–9.
Bauer J, Biolo G, Cederholm T, Cesari M, Cruz-Jentoft AJ, Morley JE, et al. Evidence-based recommendations for optimal protein intake in older adults. J Am Med Dir Assoc. 2013;14(8):542–59.
Nguyen HT, Chen TF, O’Leary F. Community-based health promotion models for older adults: A review. J Community Health. 2020;45(3):450–8.
Lopez D, Mathers J, Parra DC. Sustainability in community health interventions: Lessons from multi-level programs. Health Promot Int. 2021;36(2):520–9.
Kim K, Park S, Lee H. Multisectoral collaboration for elderly health promotion: A community approach. Int J Environ Res Public Health. 2022;19(4):2105. Available from: https://www.mdpi.com/1660-4601/19/4/2105

