ผลของการสร้างเครือข่ายร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการบริโภคยาอันตรายของประชาชนตำบลละลม อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ
คำสำคัญ:
โปรแกรม, เครือข่าย, แรงสนับสนุนทางสังคม , พฤติกรรมการบริโภค , ยาอันตรายบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสร้างเครือข่ายร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการบริโภคยาอันตรายของประชาชนตำบลละลม อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ 35 คน รวม 70 คน กลุ่มทดลอง คือ ประชาชนตำบลละลม อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มเปรียบเทียบ คือ ประชาชนตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ กลุ่มเปรียบเทียบได้รับโปรแกรมปกติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม 2 ครั้ง ก่อนและหลังการทดลอง ระหว่างวันที่ 13 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 6 ธันวาคม 2568 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนานำเสนอด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐาน เปอร์เซนต์ไทล์ที่ 25 และ 75 เปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนตัวแปรภายในกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบโดยใช้สถิติ paired t-test และระหว่างกลุ่มโดยใช้สถิติ ANCOVA กำหนดนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลองกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบมีผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้เรื่องยาอันตราย ทัศนคติต่อยาอันตราย การรับรู้โอกาสเสี่ยงของยาอันตราย การรับรู้ความรุนแรงของยาอันตราย การรับรู้ประโยชน์ของการลดการใช้ยาอันตราย การรับรู้อุปสรรคของการลดการใช้ยาอันตราย แรงสนับสนุนทางสังคมในการลดการบริโภคยาอันตราย การสร้างเครือข่ายในการลดการบริโภคยาอันตราย การรับรู้ความสามารถของตนในการลดการบริโภคยาอันตราย และพฤติกรรมการบริโภคยาอันตรายสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเมื่อควบคุมอิทธิพลของค่าเฉลี่ยของคะแนนตัวแปรก่อนการทดลองแล้วกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม มีผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้เรื่องยาอันตราย ทัศนคติต่อยาอันตราย การรับรู้โอกาสเสี่ยงของยาอันตราย การรับรู้ความรุนแรงของยาอันตราย การรับรู้ประโยชน์ของการลดการใช้ยาอันตราย การรับรู้อุปสรรคของการลดการใช้ยาอันตราย แรงสนับสนุนทางสังคมในการลดการบริโภคยาอันตราย การสร้างเครือข่ายในการลดการบริโภคยาอันตราย การรับรู้ความสามารถของตนในการลดการบริโภคยาอันตราย และพฤติกรรมการบริโภคยาอันตราย หลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
วรรณี ศรีสง่า. (2562). การศึกษาพฤติกรรมการใช้ยาของประชาชนในเขตภาคอีสาน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
นิติพัฒน์ กิตติรักษกุล, & รุจิกาญจน์ สานนท์. (2565). การสร้างเครือข่ายการดูแลสุขภาพในชุมชน. วารสารสุขภาพชุมชน, 34(3), 12-25.
Helliwell, J. A., Huang, H., & Wang, S. (2023). Social networks and health behavior: A quantitative study. Journal of Urban Health, 45(2), 123-135. https://doi.org/10.1007/s11292-023-09876-9
Kaplan, S. L., & O’Neill, J. T. (2021). The role of social support networks in community health promotion. Health Promotion International, 36(4), 567-580. https://doi.org/10.1093/heapro/daz056
เลาหะวิชัย, อ. (2564). การพัฒนาเครือข่ายทางสังคมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพในชุมชน. วารสารวิจัยสุขภาพ, 29(1), 45-59.
Green, M. T., & Miller, K. D. (2022). Strengthening social networks to improve hospital care delivery: A case study. Healthcare Management Review, 47(1), 78-88. https://doi.org/10.1097/HMR.0000000000000327
อารีวัณย์ เชื้อชาร. (2566). สรุปผลงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ
Lemeshow, Stanley. WHO ; Date. Chichester [England] ; New York : J. Wiley for the World Health Organization, 1990. ; Description. xii, 239 p. : ill.

