การพัฒนารูปแบบการสร้างทักษะคิดเพื่อเอาชีวิตรอดในการขับขี่รถจักรยานยนต์ของเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่าย อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์

ผู้แต่ง

  • ณัฐนันต์ ทองศรี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์

คำสำคัญ:

ทักษะคิดเพื่อเอาชีวิตรอด, JOMPHRA Model, อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์, นักเรียนมัธยมศึกษา, วิจัยเชิงปฏิบัติการ

บทคัดย่อ

     การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ 2) พัฒนารูปแบบการสร้างทักษะคิดเพื่อเอาชีวิตรอดในการขับขี่รถจักรยานยนต์โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่าย และ 3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างในระยะที่ 1 คือ นักเรียนมัธยมศึกษา จำนวน 336 คน และระยะที่ 3 คือ นักเรียนกลุ่มทดลอง จำนวน 32 คน ดำเนินการวิจัยตามวงจร PAOR (Planning, Action, Observation, Reflection) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามทักษะคิดเพื่อเอาชีวิตรอดที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.89 2) แบบประเมินพฤติกรรมการขับขี่ 3) แบบบันทึกการสนทนากลุ่มและแบบสังเกตพฤติกรรม และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต่างก่อนและหลังการทดลองด้วยสถิติ Paired sample t-test ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการศึกษาแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้

     ผลการศึกษาแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาสถานการณ์พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่เริ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ตั้งแต่อายุ 13-15 ปี (ร้อยละ 49.00) โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ถึงร้อยละ 92.26 มีระดับทักษะคิดเพื่อเอาชีวิตรอด อยู่ในระดับต่ำ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.42 และพฤติกรรมการขับขี่อยู่ในระดับพอใช้ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 38.22 สาเหตุเชิงลึกตามกรอบ SHELL Model เกิดจากการขาดทักษะการตัดสินใจและการสนับสนุนจากครอบครัวที่ให้เด็กขับขี่ก่อนวัยอันควร ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบ พบว่า ได้รูปแบบการแก้ไขปัญหาที่เรียกว่า “JOMPHRA Model” ประกอบด้วย 1) Joint Planning (การวางแผนร่วมกัน) 2) Organized Action (การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ระบบ 6 โมดูล) 3) Monitoring & Mentoring (การติดตามและพี่เลี้ยง) และ 4) PHRA (การสะท้อนผลและปรับปรุง) ระยะที่ 3 การประเมินประสิทธิผล พบว่า ภายหลังการทดลองใช้รูปแบบ JOMPHRA Model กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยทักษะคิดเพื่อเอาชีวิตรอดและพฤติกรรมการขับขี่สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และสถิติอุบัติเหตุในกลุ่มเป้าหมายระดับอำเภอลดลงร้อยละ 18.25 เมื่อเทียบกับค่ามัธยฐานย้อนหลัง 3 ปี

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. (2018). Global Status Report on Road Safety 2018. World Health Organization.

กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานสถานการณ์การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของเด็กและเยาวชน. กรมควบคุมโรค.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2566). ศูนย์ข้อมูลกลางด้านการบาดเจ็บ (IDCC : Injury Data Collaboration Center). เข้าถึงได้จาก https://dip.ddc.moph.go.th/new/

งานป้องกันการบาดเจ็บ กลุ่มโรคไม่ติดต่อ. (2564). สรุปผลการดำเนินงานป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เขตสุขภาพที่ 9. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา.

ปัญณ์ จันทร์พาณิชย์ และคณะ. (2563). โครงการวิจัยและพัฒนารูปแบบการแก้ไขปัญหาการตายและบาดเจ็บ สำหรับเด็กและเยาวชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ที่มีประสิทธิผล. กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ร่วมกับศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.).

กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค. (2563). ครึ่งทางทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน. บริษัท รำไทยเพลส จำกัด.

สุวรรณ ภู่เต็ง และคณะ. (2561). ทักษะคิด ฝ่าวิกฤตอุบัติเหตุทางถนน. บริษัทเซฟตี้ อินฟินิตี้ จำกัด.

Bandura, A. (1977). Social Learning Theory. Prentice-Hall.

Deery, H. A. (1999). Hazard and risk perception among young novice drivers. Journal of Safety Research, 30(4), 225-236.

Hawkins, F. H. (1987). Human factors in flight. Gower Technical Press.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.

Bloom, B. S. (1956). Taxonomy of educational objectives, Handbook I: The cognitive domain. David McKay.

Endsley, M. R. (1995). Toward a theory of situation awareness in dynamic systems. Human Factors, 37(1), 32-64.

ชุติมา เจียมใจ และคณะ. (2560). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาเพื่อพัฒนาความรอบรู้ทางสุขภาพโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมใจในการสร้างเสริมพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 28(2), 1-14.

กฤษฎา หาสีงาม, & รุจิรา ดวงสงค์. (2564). ผลของโปรแกรมป้องกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 14(3), 63-74.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.

Hawkins, F. H. (1987). Human factors in flight. Gower Technical Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

ทองศรี ณ. (2025). การพัฒนารูปแบบการสร้างทักษะคิดเพื่อเอาชีวิตรอดในการขับขี่รถจักรยานยนต์ของเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่าย อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 10(4), 1314–1325. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/291268